เจซีบีซี"ไทย - ฟิลิปปินส์" ชื่นมื่น "สุรพงษ์" ทาบทาม "ฟิลิปปินส์" นำเข้าข้าวไทยเพิ่ม หวังช่วยระบายข้าวล้นสต๊อก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซีบีซี) ไทย - ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 5 และใช้โอกาสนี้เยือนประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 20-21 มิ.ย.2556 ด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่น หลังจากว่างเว้นมานานกว่า 6 ปี นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ได้ขอให้ไทยร่วมสนับสนุนการดำเนินการป้องกันและเตรียมการรับมือภัยพิบัติธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่อง โดยเสนอว่าอาเซียนควรมีส่วนร่วมในการศึกษาและดำเนินการเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญของภูมิภาค ขณะเดียวกัน ผู้นำฟิลิปปินส์ ยังได้สอบถามถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังการพูดคุยระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของไทยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โดยมีมาเลเซียเป็นผู้ช่วยประสานกลาง โดยตนได้ชี้แจงว่า เหตุความไม่สงบยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ ระบุว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลา โดยฟิลิปปินส์นั้นมีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกันกับไทยและมาเลเซียที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกลาง ใช้เวลา 10-20 ปี แต่ท้ายที่สุดก็สำเร็จ ดังนั้นหากไทยต้องการให้ฟิลิปปินส์เสนอแนะแนวทางแก้ไขต่างๆก็ยินดี
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้เสนอต่อผู้นำฟิลิปปินส์ ว่า รัฐบาลไทยต้องการขายข้าวโดยตรงต่อภาคธุรกิจของฟิลิปปินส์ เนื่องจากฟิลิปปินส์ มีประชาการกว่า 100 ล้านคน มีอัตราการเติบโตประชากรราว 0.2% จึงเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลไทยจะเพิ่มช่องทางการตลาด ให้ชาวฟิลิปปินส์มีโอกาสได้บริโภคข้าวหอมมะลิของไทย เพราะไม่สามารถขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับฟิลิปปินส์ได้ โดยคาดว่าราคาต้นทุนข้าวหอมมะลิไทยน่าจะอยู่ที่ราว 45 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์บริโภคข้าวหอมมะลิจากเวียดนามในราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนกรณีพิพาททะเลจีนใต้ นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ด้วย โดยประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ โดยฟิลิปปินส์ยืนยันจะยึดตามมติคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายไทยระบุว่า ต้องการเห็นอาเซียนและจีนได้ข้อสรุปเรื่องการจัดทำร่างแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียน-จีน (ซีโอซี) เพื่อป้องกันปัญหาการกระทบกระทั่งและความรุนแรงในอนาคต นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้ฟิลิปปินส์แยกแยะกรณีพิพาทออกจากเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอาเซียนกับจีนด้วย เพราะรัฐบาลจีนชุดใหม่ มองการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์และในเชิงบวกมากขึ้น โดยไทยจะหารือเรื่องการดำเนินการ ซีโอซี ระหว่างการประชุมอาเซียน-จีน ระดับรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้นที่หัวหิน ในเดือนส.ค.นี้
สำหรับผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซีบีซี) ไทย - ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 5 นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้มีการลงนามเอกสารสำคัญ 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.อนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน 2. ถ้อยแถลงร่วมการจัดตั้งเวทีด้านพลังงาน และ 3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาธุรกิจไทย-ฟิลิปปินส์ และฟิลิปปินส์-ไทย





