ศุลกากรเปิดช่องให้เจ้าของรถหรูซื้อรถคืน "ธาริต"มั่นใจ 2 เสี่ยรถหรูไม่รอด หลังกู้คืนเลขตัวถังได้ 5 คัน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ 7 หน่วยงาน ในการดำเนินคดีกับรถหรูต้องสงสัยหลบเลี่ยงภาษีศุลกากรและสรรพสามิตว่า หลังจากดีเอสไอ เปิดศูนย์บริการให้ผู้ใช้รถหรูตาม 548 รายชื่อสมัครใจนำรถให้ดีเอสไอตรวจสอบ ปรากฏว่า มีคนมาติดต่อเพียง 20 คนซึ่งเป็นจำนวนน้อยมาก หลังหารือกับกรมศุลกากรแล้ว มีแนวโน้มที่จะดำเนินการให้เจ้าของรถหรูที่ตรวจพบว่าผิด จะไม่ถูกยึดรถไว้ แต่เปิดโอกาสให้ซื้อรถคืนโดยในการประชุม 7 หน่วยงานวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย. จะมีการสรุปวิธีการว่าสามารถซื้อรถคืนได้อย่างไร เป็นการผ่อนคลายมาตรการอย่างหนึ่ง หากรถที่ผ่านการตรวจถูกต้องก็จะมีหนังสือรับรอง
ด้านนายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ตามระเบียบข้อบังคับศุลกากร สามารถทำได้เป็นการทำเฉพาะกรณี ในกรณีที่พบความผิด และระงับคดีด้วยการให้เจ้าของที่ครอบครองโดยสุจริต ซื้อคืนไป โดยกฎหมายเปิดให้ของกลางที่ผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร เป็นอำนาจอธิบดีกรมศุลฯในการจำหน่ายด้วยวิธีการใดๆที่เหมาะสมได้ เช่น การขายคืน อย่างไรก็ตาม ยังติดขัดเรื่องต้องไปแก้นโยบาย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังกำหนดไม่ให้ซื้อรถยนต์คืน เพราะกลัวขบวนการฟอกรถ
นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีรถหรู โรสรอยด์ หมายเลขทะเบียน พอ 4444 นั้น ขอให้สื่อมวลชนสอบถามจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเป็นประธานประชุมคดีพิเศษ ในวันที่ 21 มิ.ย. เอง โดยเวทีที่ประชุม 7 หน่วยงานไม่ขอตอบเพราะดีเอสไอได้ตอบไปหมดแล้ว ส่วนกรณีรถหรูที่ถูกเพลิงไหม้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้คืนหมายเลขตัวถังรถได้ 5 คันแล้ว เหลือแต่รถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ที่เป็นต้นเพลิงที่ยังกู้ไม่ได้ ดังนั้นเสี่ยผู้ต้องหาเจ้าของรถหรูเพลิงไหม้คงไม่รอดแน่ เพราะดีเอสไอจะตรวจสอบเอกสารที่มาที่ไป การเสียภาษีได้ทั้งหมด
ขณะที่พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายท้องที่ได้ไปไล่จับและยึดรถหรูจากประชาชน โดยอ้างส่งคดีให้ดีเอสไอ ยืนยันว่าดีเอสไอไม่เกี่ยวข้องและไม่มีนโยบายยึดรถ แต่ไม่สามารถสั่งการให้ตำรวจคืนรถได้





