"กล้านรงค์"เผยนำข้อมูล"หมอวรงค์"มาประกอบคดีจำนำข้าว ด้าน "สถาพร"ถอนตัวจากอนุกรรมการ ชี้กลัวประโยชน์ทับซ้อน
นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการไต่สวนว่า ขณะนี้เอกสารที่ป.ป.ช.ได้มา แม้จะมาจากผู้ร้อง เช่น สำเนาเช็ก แต่หากจะสอบจะต้องได้หลักฐานจากธนาคารที่มีการรับรองมาเท่านั้น ขณะที่ในส่วนของพยาน จะประกอบด้วย พยานผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ป.ป.ช.สามารถเชิญมาให้ข้อมูลได้ทันที ส่วนพยานที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงจะต้องดูจากเอกสารว่าบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องหรือไม่ มีการเซ็นชื่อในเอกสารหรือไม่ และหากมีการเซ็นจะต้องนำมาดูว่าการเซ็นชื่อดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ด้านเอกสารต่างๆ ที่ป.ป.ช.ได้มาขณะนี้ก็ต้องมาดูในแต่ละแฟ้มมีเอกสารครบถ้วนหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อไม่นานอนุกรรมการไต่สวนได้เชิญนางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์มาชี้แจง โดยได้เพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งในส่วนรายละเอียดนางวัชรีจะให้เจ้าหน้าของกระทรวงดำเนินการส่งเอกสารมาให้ต่อไป
นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คณะทำงานของป.ป.ช.ได้รับทราบข้อมูลของการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 ของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์แล้ว เพราะได้ให้เจ้าที่ติดตามการอภิปรายอยู่แล้วและเตรียมนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามไม่สามารถบอกได้ว่าคดีนี้จะพิจารณาได้เสร็จเมื่อไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และหากมีกรณีใดที่มีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องถูกไต่สวนเพิ่มเติมก็จะต้องดำเนินการไต่สวนอีก
ด้าน พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า ตนได้ถอนตัวจากการเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีโครงการรับจำนำข้าวแล้วเนื่องจากในอดีตเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติได้ร้บมอบหมายจากกระทรวงพาณิชย์ให้เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการรับจำนำข้าวที่มีนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ในขณะนั้นเป็นประธานอนุกรรมการ จึงเกรงว่าหากมาทำคดีนี้จะเกิดปัญหาประโยชน์ทับซ้อนได้ ทั้งนี้ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งให้นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช.มาทำหน้าที่แทน





