'วรวัจน์'แจงใบปลิวติงการทำงาน ยันข้อมูลผิด

'วรวัจน์'แจงใบปลิวติงการทำงาน ยันข้อมูลผิด

"วรวัจน์"ชี้แจงใบปลิวติงการทำงาน ยันข้อมูลผิด ท้าสตง.ตรวจสอบโยนผอ.สวทช. ไม่ชี้ข้อเท็จจริงจ่ายโบนัส

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชี้แจงในกรณีที่ใบปลิวโจมตีการทำงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ออกมาเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงประเด็นปัญหาไม่ทราบเหมือนกันว่าคืออะไร

งบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่ขอไป 4 หมื่นล้าน แต่สำนักงบประมาณให้เพียงหมื่นล้านบาท ทำให้มีโครงการที่จะไม่ได้รับงบประมาณแน่นอน ถ้าจะให้ได้งบประมาณทั้งหมดตามที่ขอไป เป็นไปไม่ได้

"รัฐมนตรีซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงไม่มีใครอยากจะไปลดงบวิจัยตรงนี้ แต่ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของโครงการ หากโครงการใดมีความชัดเจนก็จะได้รับงบประมาณสนับสนุนมากกว่าโครงการอื่น เช่น โครงการของศูนย์นาโนเทคโนโลยี ที่มีความชัดเจนในการพัฒนาเข้าสู่อุตสาหกรรม ก็ไม่แปลกถ้าจะได้รับงบประมาณที่เพิ่มขึ้น 2.5%" นายวรวัจน์ กล่าว

ขณะที่โครงการซึ่งไม่สามารถพัฒนาให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมได้ จะต้องพัฒนาโครงการ ไม่ใช่งบประมาณแค่นี้ก็ได้แค่นี้

ในประเด็นที่มีการพูดว่า งบประมาณทุก 2 ล้านบาท ต้องมีการแจ้งให้ทราบว่าดำเนินการอย่างไรนั้น นายวรวัจน์ บอกว่าที่ผ่านมามีหลายโครงการของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่กระทบกฎระเบียบของกฎหมาย มักใช้วิธีพิเศษซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง

เรื่องนี้ได้ชี้แจงผ่านทางสำนักงานปลัดกระทรวงว่า ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงได้ตั้งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายขึ้นมาดูว่า โครงการนั้นถูกต้องตามกฎหมายและสมควรใช้วิธีพิเศษหรือไม่ หรือจะใช้วิธีอีอ๊อคชั่นตามปกติ โดยยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ได้ทำให้ล่าช้า

สำหรับโครงการที่มีการเซ็นสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องแจ้งให้รัฐมนตรีรับทราบนั้น เป็นไปตามกฤษฎีกาความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี ถ้าหากมีประเด็นที่เกี่ยวกับมาตรา 190 ต้องทำเสนอผ่านสภาผู้แทน

"การจัดสรรงบประมาณของทุกหน่วยงานต้องดูความชัดเจนของโครงการ วันนี้กระทรวงวิทย์ต้องออกมาทำงานให้กับสังคมมากขึ้น สิ่งต่างๆ อาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าไม่ปรับตัวในวันนี้การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไม่เกิด"

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้ให้ผู้บริหาร สวทช. ได้ชี้แจงกับพนักงานเพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงว่าข้อมูลที่ออกไปเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในช่วงบ่ายวานนี้ 15.00 น. ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย

"ถ้าผู้บริหารชี้แจงไม่ได้ผมจะไปชี้แจงด้วยตัวเอง เพราะทุกเรื่องตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรที่เลยที่เป็นความผิดปกติ ส่วนงบประมาณทั้งหมดที่ออกมา บางโครงการผมไม่ทราบเรื่องเลย" นายวรวัจน์กล่าว และว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมตรวจสอบทั้ง 10 โครงการที่ถูกนำเสนอในข่าวไปก่อนหน้านี้ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สตง. ที่มีภารกิจในการตรวจสอบเข้ามาตรวจสอบโครงการของกระทรวงวิทยาศาสตร์ว่ามีความโปร่งใสหรือไม่

นายวรวัจน์ มอบหมายให้ นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการที่เป็นประเด็นทุกโครงการ โดยเร็วที่สุด และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดจะเผยแพร่ว่าโครงการนั้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลเท็จ ทำให้กระทรวงได้รับความเสียหายเพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

"ในเบื้องต้น โครงการเช่ารถของสำนักงานปลัดกระทรวง ปลัดได้ชี้แจงกับผมว่าตั้งแต่เป็นรองปลัดมาไม่เคยมีโครงการลักษณะนี้มาก่อน" นายวรวัจน์กล่าว และว่า วันนี้ผมต้องการให้เกิดความโปร่งใสในการทำงาน โครงการไหนไม่สมควรใช้วิธีพิเศษ ก็ไม่สมควรใช้ การอ้างความซับซ้อนของการทำงานเพื่อใช้เทคนิควิธีพิเศษ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

"ข้อมูลที่ออกมาเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงเลย เกือบทุกเรื่อง ข้อมูลที่สะท้อนออกมา ไม่จริงเลย โดยยืนยันว่ามีข้อมูลทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง และดำเนินการกับทุกหน่วยงานในกระทรวงเหมือนกันหมด ถ้าไม่ใช้วิธีพิเศษได้อย่าใช้"

ประเด็นที่นายวรวัจน์มองว่า พนักงาน ไม่เข้าใจคือการจ่ายโบนัสของสวทช. ซึ่งในปีนี้ ซึ่งได้เข้ามาเป็นประธานบอร์ดของ สวทช. และได้อนุมัติเงินโบนัสไปเรียบร้อยแล้ว รวมถึงการขึ้นเงินเดือน 6.5% เพียงแต่ติดปัญหา เนื่องจากงบประมาณในการจ่ายโบนัส 158 ล้านบาทนั้นเกินกรอบ 30% ของค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี ตามกฎของกพร. จึงไม่สามารถจ่ายโบนัสได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวรัฐมนตรีสั่งระงับไม่ให้จ่ายเงินโบนัสแต่อย่างใด

"ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้คือ ผอ.สวทช. ไม่ได้ชี้แจงให้พนักงานเข้าใจว่าเหตุที่จ่ายเงินไม่ได้มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทำให้พนักงงานเข้าใจว่าที่ปีนี้ไม่ได้เงินโบนัสเพราะผมไม่ให้ เป็นหาเหตุหนึ่งที่ทำให้พนักงานเกิดความเข้าใจผิดและไม่พอใจ"

นายวรวัจน์ กล่าวว่าประเด็นปัญหา ณ วันนี้อยู่ที่ผู้บริหาร ที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงาน การที่จ่ายโบนัสไม่ได้เป็นปัญหาภายใน ทางสวทช. ที่ต้องทำเรื่องเสนอมายังบอร์ด กวทช. เพื่อขอ กพร. ใหม่ ซึ่งตอนนี้บอร์ด กวทช. หมดวาระ และอยู่ระหว่างสรรหาบอร์ดใหม่

"ในเรื่องการจากย้ายหน่วยงาน หากพนักงานมีภารกิจที่ไม่ตรงกับงานของ สวทช. ณ ปัจจุบัน สามารถย้ายหน่วยงานได้ ถ้าอยู่ในโครงการเดียวกัน ซึ่งผมจะเจรจากับประธานบอร์ดให้มีการโยกย้ายได้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ผมยังไม่เข้าใจว่าประเด็นนี้จะทำให้เกิดความเสียขวัญหรือเสียกำลังใจอย่างไร"

อย่างไรก็ตามกระบวนการสรรหาบอร์ด กวทช. ชุดใหม่ เพื่อตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ สวทช. คนใหม่ จะต้องเร่งดำเนินการ อยู่ระหว่างนำเสนอชื่อโดนตนจะเป็นผู้พิจารณา โดยบอร์ด กวทช. จะมีทั้งสิ้น 22 คน อาทิ เลขาธิการ ครม. เลขาสภาพัฒน์ เลขากฤษฎีกา อัยการสูงสุด เลขา กพ. เลขา กพร. รวมถึงตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากภาคเอกชน 11 คน โดยยืนยันว่ารายชื่อยังไม่แล้วเสร็จ

แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องงบประมาณที่ถูกตัดไปในบางโครงการ ยังสามารถเขียนโครงการเพื่อเสนอของบกลาง สำหรับโครงการที่มีความชัดเจนสามารถเสนอของบประมาณได้ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา โดยยืนยันว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ยังเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมที่สุดในการขอรับเงินงบประมาณวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการพัฒนางานในด้านต่างๆ

"ตอนนี้นายกเป็นประธานในการดูแลงบประมาณการวิจัย และเปิดให้นำเสนอโครงการวิจัยได้ ในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์มีหลายโครงการที่รอการนำเสนอเพิ่มเติม เช่น โครงการที่เกี่ยวข้องกับ กยน. และกบอ." นายวรวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย