กรรมาธิการแก้รธน. ม.68 ยอมถอยเปิดช่องร้องศาล รธน.เองได้หากอัยการไม่ทำใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (8 พ.ค.) มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ 237 เพื่อพิจารณาต่อในมาตรา 3 ซึ่งเป็นการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 68 โดยในวรรคแรกและวรรคสองโดยกรรมาธิการเสียงข้างมากให้คงเนื้อหาตามร่างเดิม โดยให้ขยายความชัดเจนในขั้นตอนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่ร่างเดิมให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพียงช่องทางแต่เพิ่มรายละเอียดในขั้นตอนว่า หากอัยการสูงสุดไม่ดำเนินการภายใน 30 วัน จึงจะมีสิทธิ์ร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ
จากนั้นที่ประชุมพิจารณาต่อในรายละเอียดมาตรา 3 ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากโหวตให้คงเนื้อหาตามร่างเดิมที่ผ่านวาระที่หนึ่ง สำหรับวรรควรรคสอง ที่มีเนื้อหาว่าด้วยขั้นตอนการร้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญของประชาชนผู้รู้เห็น การกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง หรือได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยมิชอบนั้น มาตราดังกล่าวมีการถกเถียงนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากงงมติให้คงตามร่างเดิม เพียงแต่ปรับปรุงถ้อยคำให้ชัดเจนเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับวรรคสาม กรรมาธิการเสียงข้างมาก เห็นชอบตามที่นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้เพิ่มขั้นตอนการกำหนดวิธีการยื่นพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
โดยมีข้อกำหนดว่าหากอัยการสูงสุดรับเรื่องมาแล้วจนครบ 30 วันแล้วยังไม่ดำเนินการ ผู้ร้องก็จะมีสิทธิ์ร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้พิจารณาในวรรค 4 ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.เลือกตั้ง เสนอให้ตัดอำนาจการยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้ออกไป แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากยังให้คงเรื่องดังกล่าวเอาไว้





