"อุกฤษ"ย้ำแนวคิดปรับปรุงศาลรธน.ไม่เอี่ยวขบวนการเสื้อแดงล้มศาลรัฐธรรมนูญ ด้าน"นักวิชาการ-ส.ส.ร.40"หนุนแนวคิด
นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.)ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอในการปรับปรุงศาลรัฐธรรมนูญว่าสิ่งที่ได้เสนอไปนั้น เป็นผลจากการศึกษาส่วนหนึ่งของแนวคิดที่จะมีการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต่อสังคม โดยเป็นแนวความคิดที่อยู่ในใจตนมานานแล้ว และผ่านการประชุมของ คอ.นธ.ทั้งคณะ ส่วนจังหวะที่นำเสนอนั้นยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่ต้องการถอดถอนคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีการชุมนุมที่บริเวณหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญอยู่ตอนนี้ แต่ยอมรับว่าความคิดอาจจะมีความใกล้เคียงกันได้ เพราะปัจจุบันการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเกิดปัญหา เพราะได้ตีความขยายอำนาจ จากที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
"ผมมองว่าเมื่อขณะนี้มีความขัดแย้งระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ และกลุ่มคนเสื้อแดง ผมในฐานะผู้ใหญ่ที่ไม่อยากให้เห็นการก่อเหตุที่บานปลาย จนสร้างความเสียหายกับประเทศ จึงมีความปรารถนาดีเป็นคนกลาง หรือ เป็นกรรมการเพื่อเตือนสติให้แต่ละฝ่ายได้พึงกระทำตามสิทธิที่กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญให้ไว้ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองต้องทบทวนบทบาทของตนเองให้ดี อย่าทำอะไรที่สร้างอันตราย เพราะประชาชนไม่ใช่วัว ไม่ใช่ควาย เขามีมันสมองที่เมื่อวันหนึ่งทนไม่ไหวก็อาจจะใช้กำลังได้ ขณะที่คนที่ชุมนุมไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้ ควรเคารพกติกา อย่าใช้ความรุนแรง"นายอุกฤษ กล่าว
ขณะที่นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กระบวนการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ที่คณะกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า เมื่อมีการเชิญบุคคลที่เห็นต่าง 2 ฝ่ายเกี่ยวกับการแก้บทบัญญัติในมาตราดังกล่าวมาคุยกัน ควรหารือในจุดที่เห็นร่วมกันได้ อย่าเอาเฉพาะส่วนที่เห็นต่างกันมาถกกัน เพราะจะไม่ได้ข้อสรุปที่ยุติเช่นเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเห็นว่าปัญหาอยู่ที่ กรอบระยะเวลาทำงานของอัยการสูงสุดที่ไม่ชัดเจน ก็ควรกำหนดกรอบเวลาให้ชัดว่า เมื่ออัยการสูงสุดรับเรื่องต้องใช้เวลากลั่นกรองภายใน 60 วัน หรือ 90 วัน จากนั้นให้ทำความเห็นส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย ข้อเสนอดังกล่าวที่ออกมา อาจเพราะเกิดปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มอำนาจให้ตนเอง ในครั้งที่วินิจฉัยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา291 และวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก ดังนั้นทางที่จะแก้ปัญหาได้ คือศาลรัฐธรรมนูญต้องแก้ไข และพิจารณาตามอำนาจที่ให้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่มีการชุมนุมกดดันศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง แม้จะเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่ทำได้ แต่ไม่พึงกระทำในลักษณะกดดัน
ด้านนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ปี 40 กล่าวว่า ข้อเสนอของ คอ.นธ. ถือเป็นหลักการที่ตรงกับเจตนารมย์ที่ให้กำเนิดศาลรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญ 2540 คือ ตั้งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยตรวจสอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สิน, อำนาจพิจารณายุบพรรคการเมือง ที่ระบุไว้ในกฎหมายที่ว่าด้วยพรรคการเมือง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาคือในการรับเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาตามมาตรา 68 หรือให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ส่วนตัวผมมองว่ามาตรา 68 นั้นควรตัดออกจากรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่เกิดจากตัวบทมาตรา 68 ว่าด้วยการให้อำนาจหน่วยงาน และตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เมื่อมีบุคคลพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ควรปล่อยให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ เพราะพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ถือว่าเป็นการก่อกบฎ และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาความอาญาเป็นผู้ดำเนินการแทน





