เลขาฯปปง. ระบุเส้นทางการเงินชายแดนใต้ยอดเบิกถอนเงินสดเฟื่องฟู สวนทางสถานการณ์ก่อการร้าย
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป่องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่าจากการรายงานธุรกรรมของสถาบันการเงินพบข้อสังเกตุในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ว่าแม้จะมีเหตุการรุนแรงเกิดขึ้นรายวันแต่ระบบเศรษฐกิจยังดีอยู่จึงเชื่อว่าอาจมีการทำธุรกิจก่อการร้าย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป ส่วนการประกาศรายชื่อผู้ถูกกำหนด ตามมาตรา 6 ในระเบียบคณะกรรมการปปง.นั้นในสำหรับของรายชื่อผู้ก่อการร้ายสากลที่ยูเอ็นได้ประกาศไว้แล้วนั้น ปปง.จะตรวจสอบรายชื่อและนำมาประกาศในวันที่ 22 เม.ย.
ส่วนรายชื่อผู้ถูกกำหนดเป็นผู้ก่อการร้ายในประเทศไทยตามที่ศาลแพ่งมีคำสั่งนั้น ปปง.จะนำข้อมูลตามหมายจับผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4,000 ราย เสนอต่อศาลให้พิจารณาเป็นรายๆไป โดยล็อตแรกจะเสนอศาลประกาศเป็นผู้ก่อการร้าย 100 ราย เพื่อประกาศเป็นผู้ก่อการร้ายในช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นจะทยอยดำเนินการจนครบ รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ไม่มีหมายจับแต่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
เลขาธิการปปง. ได้วิเคราะห์สถานการณ์การฟอกเงินในประเทศ โดยเจาะจงถึงความเคลื่อนไหวทางการเงินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ในประเทศไทยมีการทำธุรกรรมเงินสดมากที่สุด โดยตัวเลขจะแตกต่างกันตามสภาพเศรษฐกิจของจังหวัด แต่ในขณะที่เรามีปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้พบว่าการทำธุรกรรมการเงินไม่ได้แย่ไปกว่าจังหวัดอื่น มีการฝากถอนเงินสดและการซื้อขายที่ดินมากกว่าจ.ลำพูน ระนองที่เป็นศูนย์กลางการประมงฝั่งตะวันตก สระแก้วที่มีการค้าชายแดนเฟื่องฟู และสมุทรสงครามที่เป็นศูนย์กลางการประมงฝั่งตะวันออก ชี้ให้เห็นว่าอาจมีธุรกิจผิดกฎหมายที่หน่วยงานภาครัฐต้องเข้าไปดำเนินการการเศรษฐกิจมืดที่ดำรงอยู่ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง หากตัดเงินไม่ชอบด้วยกฎหมายออกไปได้จะเห็นสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงของจังหวัดชายแดนภาคใต้





