กกต.กทม.รับ2คำร้องสอบนายกฯ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วย"พงศพัศ"หาเสียง รับคำร้อง"เรืองไกร-วิญญัติ"สอบแกนนำปชป.
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร(กกต.กทม.) แถลงภายหลังประชุม กกต.กทม.ว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามายัง กกต.กทม. นับตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึงวันนี้ มีทั้งหมด 24 เรื่อง ไม่รับเป็นคำร้อง 12 เรื่อง ส่งให้ กกต.กลางพิจารณาแล้ว 2 เรื่อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กกต.กทม. เพื่อพิจารณาว่าจะรับเป็นคำร้องหรือไม่ 7 เรื่อง ทั้งนี้ที่ประชุม กกต.กทม. ได้มีมติเอกฉันท์รับคำร้องคัดค้านเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา กรณีที่นายสุริยะ กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนฯ ยื่นคำร้องขอให้กกต.กทม. ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย หาเสียงที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ดินแดง อยู่ระหว่างการประสานงานขอให้พยานซึ่งเป็นผู้บังคับการหน่วย เชิญมาให้ข้อมูล แต่ยังไม่สามารถระบุวันที่เชิญมาได้ เนื่องจากต้องได้รับการอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน ซึ่ง กกต.กทม. อาจจะเดินทางไปขอข้อมูลในหน่วยงานดังกล่าวได้ เพื่อความสะดวกของพยาน ทั้งนี้คำร้องนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องเชิญนายกฯ มาชี้แจง เนื่องจากกระบวนการยังไม่ถึงขั้นนั้น
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า และในวันนี้(20 มี.ค.) ที่ประชุม กกต.กทม. มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหากับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทีมทนายพรรคเพื่อไทย กรณีเดียวกันที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ได้รับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ นายกรณ์ จาติกวณิช นายอิสสระ สมชัย และพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ที่เข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 57(5) ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 และการปราศรัยจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยมอันเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัครอื่น
พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ระบุต่อว่า ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2554 ข้อ 33 ระบุว่า ในกรณีที่การสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานสนับสนุนเพียงพอที่จะฟังได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองได้กระทำการก่อเหตุให้ผู้อื่นกระทำการสนับสนุน รู้เห็นเป็นใจ หรือปล่อยปะละเลย ถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้นกกต.กทม. หรือเลขาธิการต้องเสนอความเห็นไปยังกกต.กลางเพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาแก่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง หากกกต.กทม.ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีหลักฐานที่เชื่อมโยงให้เชื่อได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจ หรือสนับสนุน โดยไม่ยับยั้งการกระทำความผิดที่เข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมนั้น ตามมาตรา 96 ของพ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่นฯ ก็ให้อำนาจกกต.กทม.เสนอรายงานผลการสืบสวนสอบสวนต่อกกต.กลาง เพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งผู้สมัครที่กระทำการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี พร้อมกับดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้กรณีการเพิกถอนสิทธิ กกต.กลาง ต้องมีมติเป็นเอกฉันท์ และผู้ที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต้องชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่
"กกต.กทม. ยังมีเวลาในการสืบสวนสอบสวน ก่อนที่จะเสนอไปยัง กกต.กลาง ภายในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ถ้าหาก กกต.กลาง เห็นว่าการทำงานของ กกต.กทม. เป็นไปด้วยความล่าช้า และเป็นเรื่องที่จำเป็น ก็สามารถนำคำร้องคัดค้านไปพิจารณาเองตามระเบียบของ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ได้ แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต.กทม. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคำร้องคัดค้านล่าช้า เนื่องจาก กกต.กทม. แต่ละคนมีประสบการณ์และพื้นฐานในการทำงานไม่เหมือนกัน จึงทำให้บางครั้งมติของ กกต.กทม. ไม่เป็นเอกฉันท์ ถึงขั้นต้องมีการโหวตกันในที่ประชุม ทั้งนี้การพูดครั้งนี้ไม่ได้เป็นการนำความลับของสำนวนมาเปิดเผย แต่เป็นการพูดถึงการทำงานของ กกต.กทม. ทั้งนี้ตามระเบียบ กกต.กทม. มีเวลาให้พิจารณาเรื่องคำร้องคัดค้านภายใน 20 วัน ถ้าพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ สามารถขอขยายเวลาได้ 2 ครั้งๆ ละ 15 วัน ตนจึงจะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จ แต่ไม่รับประกันว่าคำร้องจะสามารถส่ง กกต.กลางได้ทันในวันที่ 2 เม.ย.หรือไม่"พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะประกาศลาออกจากประธาน กกต.กทม. พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ตำแหน่งประธาน กกต.กทม. ไม่มีคำว่าลาออก แต่มีการตกลงกันภายใน กกต.กทม.ว่าจะให้บุคคลใดมาทำหน้าที่เป็นประธาน กกต.กทม. โดยต้นเดือน เม.ย.นี้ จะให้นายสุพจน์ ไพบูลย์ กกต.กทม. มารับหน้าที่เป็นประธาน กกต.กทม. แทนตน ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะ กกต.กทม.แต่ละคน มีเสียงเท่านั้น ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ส่วนที่มีข้อกังวลว่าเมื่อเปลี่ยนบุคคลที่จะมารับตำแหน่งประธาน กกต.กทม. แล้วจะทำให้การพิจารณาเรื่องคำร้องคัดค้านมีรอยต่อนั้น ตนยืนยันว่า บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งต่อจากตน สามารถทำงานต่อได้ทันที





