วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธาริต'ยันคำพิพากษาศาลแพ่งปี53แค่จลาจล

ดีเอสไอ ยันคำพิพากษาศาลแพ่งชี้ปี 2553 แค่จลาจลไม่ใช่ก่อการร้าย ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีที่ศาลแพ่งมีคำพิพากษาสั่งให้บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด(มหาชน) จ่ายเงินประกันให้ห้างสรรพสินค้าเซนที่ถูกเผาในช่วงเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 โดยระบุว่าเป็นเหตุจลาจลไม่ใช่การก่อการร้ายว่า คำพิพากษาของศาลแพ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาที่ดีเอสไอดำเนินการสอบสวน และส่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีก่อการร้าย เพราะคดีอาญากับคดีแพ่งเป็นคนละส่วนกัน เรื่องดังกล่าวนายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่าคำพิพากษาศาลแพ่งไม่มีผลผูกพันต่อคดีอาญา

ด้านพ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กล่าวในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าชุดสอบสวนคดีดังกล่าวระบุว่า โดยหลักการแล้ว สำนวนคดีอาญากับคดีแพ่งมีความแตกต่าง โดยคำสั่งในคดีแพ่งไม่สามารถนำมาบังคับใช้กับคดีอาญาได้ แต่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาก่อการร้ายได้ ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มแกนนำที่ถูกสั่งฟ้องในข้อหาก่อการร้ายจะนำคำพิพากษาของศาลแพ่งที่ชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุจลาจลไม่ใช่ก่อการร้ายมาอ้างเพื่อประโยชน์ของตนเอง ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลแพ่งอาจมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดในกทม.ช่วงนั้น ไม่ใช่การก่อการร้ายเหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศตะวันออกกลาง หรือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็นแค่เหตุจลาจลก่อความไม่สงบเท่านั้น

พ.ต.ท.พเยาว์ กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) นี้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญดีเอสไอเข้าให้ปากคำคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนจำนวน 91 ศพ โดยเฉพาะประเด็นชายชุดดำ โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวได้ทำหนังสือเชิญอธิบดีดีเอสไอไปชี้แจงมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ดีเอสไอไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจง เพราะมองว่าเคยเข้าให้ข้อมูลในเรื่องเดียวกันกับกรรมาธิการไปแล้วหลายชุด อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ตนและพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคารในฐานะหัวหน้าชุดสอบคดี 91 ศพ จะเข้าพบและให้ข้อมูลโดยตนจะขอยืนยันข้อเท็จจริงในสำนวนคดีเดิมที่เคยสอบสวนพบว่าชายชุดดำมีอยู่จริงโดยเป็นที่รับรู้ทางสาธารณชน มีคลิป มีภาพชัดเจนว่ามีการยิงต่อสู้จริง แต่คนร้ายที่ระบุว่าเป็นชายชุดดำเมื่อส่งฟ้องแล้วได้ปฏิเสธซึ่งเป็นปกติของผู้ต้องหาทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลท่าทีการทำงานของดีเอสไอในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองเมื่อปี 2553 ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น การดำเนินคดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งได้นำความลับในสำนวนไปเปิดเผยในสภา และปราศรัยหลายที่และดีเอสไอได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แต่ต่อมาได้มีการถอนแจ้งความ