"พลพีร์" แจงกระทู้สภา ไม่เก็บมัดจำ โซลาร์ประชาชน พร้อมขอความร่วมมือผู้ติดตั้งโซลาร์รายเล็ก อย่ารับงานจนทำไม่ไหว ยันวางแบงค์การันตี-ซื้อประกัน เพื่อปกป้องประชาชน
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสด ของนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ถึงรายละเอียดของโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน
โดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ตอบว่าโครงการดังกล่าวไม่มีเก็บมัดจำ ส่วนที่ถกเถียงกันถึงกรณีที่ให้บริษัทเอกชนวางแบงค์การันตี มูลค่า 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ย 1% หรือ 500 บาทต่อปี เพื่อปกป้องประชาชนให้มากที่สุด ต่อการให้บริการติดตั้งของผู้ให้บริการได้ทันเวลาตามสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ
“ถ้ามีเอกชนรายหนึ่ง มีกำลังติดตั้งให้ประชาชนได้ภายใน 6 เดือน จำนวน 100 หลังคาเรือน แต่บริษัทนั้นรับงานมา 500 หลังคาเรือน ประชาชนที่ลงทะเบียนอันดับที่ 101- 500 จะตั้งคำถามว่าจะได้บริการทันเวลาหรือไม่ หากเกินระยะเวลา แต่ไม่มีผู้ให้บริการ จะยังสามารถถอดจากการจ้างหรือการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการได้หรือไม่ หากเปลี่ยนผู้ให้บริการใหม่จะทันเวลากับนโยบายของรัฐบาล ที่จะสิ้นสุดใน 11 เดือนหรือไม่ เพื่อให้รัดกุม และเหมือนเร่งงานเอกชน ให้บริการให้ทันต่อสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ” นายพลพีร์ ชี้แจง
นายพลพีร์ ชี้แจงต่อว่า กับการเชื่อมต่อในการใช้ไฟฟ้า หรือขายไฟฟ้า ตนให้นโยบายให้ทำให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน หากทำไม่ทัน ตนยังให้เวลา อีก 3 วันเพื่อตรวจสอบคุณภาพการติดตั้งและการใช้บริการ หากศูนย์บริการให้ประชาชนไม่ทันท่วงที ขอให้ย้ายออกไปทำที่อื่น
นายพลพีร์ ชี้แจงต่อกรณีที่กำหนดให้ซื้อประกันโดยมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 6.5 หมื่นครัวเรือน โดย 40% แสดงเจตนาว่าจะใช้เงินกู้ ดังนั้นต้องหาทางปกป้องประชาชน โดยให้ความมั่นใจว่า ตลอดเวลาที่ประชาชนต้องผ่อนธนาคาร จ่ายดอกเบี้ย 7 ปี แผงโซลาร์เซลล์ต้องใช้งานได้ การใช้งานต้องมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียโอกาสในการประกอบอาชีพหรือรายได้ ดังนั้นผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบ
“หากโครงการนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ 1 ล้านครัวเรือน ประชาชนจะช่วยรัฐบาลประหยัดค่าไฟโดยรวมปีละ 2.4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นโครงการนี้มองระยะไกล ทั้งนี้ผมขอโทษจริงๆ ที่วางมาตรการเอาไว้เพื่อปกป้องประชาชน ส่วนผู้ที่ให้บริการแสดงความเห็น ผมน้อมรับ แต่วันนี้อยากบอกว่าผู้ให้บริการขนาดเล็ก หากให้บริการได้ 10 หลังคาเรือน ขอให้ทำ 10 หลังคาเรือนก่อน เมื่อทำเสร็จค่อยมารับเพิ่ม แต่วันนี้ทุกคนเห็นจำนวน 1 ล้านครัวเรือน อยากให้บริการจนแบกรับไม่ไหว เป็นอันตรายกับประชาชน” นายพลพีร์ ชี้แจง





