วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'นายกฯ'ปลุก เครือข่าย วปอ. โอกาสภูมิรัฐศาสตร์ ชู 'ไทย' ผลิตอาหารโลก

"นายกฯ" ปลุก เครือข่าย วปอ. คว้าโอกาสภูมิรัฐศาสตร์ ชู ไทย แหล่งผลิตอาหารโลก เป็นไข่แดงภูมิภาคศูนย์ กลางขนส่งสินค้า เผย S&P คงอันดับไทย BBB+ เชื่อมั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พ.ย.ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่น 69 

จากนั้นนายกฯ กล่าวเปิดการศึกษาภายใต้แนวคิด “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า วันนี้ตอนได้รับแจ้งมาว่าคำบรรยายของตนถือว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรและก็ได้รับคำบรรยายมาแล้วเรียบร้อยก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด 

ขอบคุณที่ให้เกียรติเชิญตนมาในครั้งนี้ในการเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 19 ทุกท่านขอทราบว่าตนก็เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ นำหลักสูตรมาปรับใช้ในการทำงานเชื่อมสายสัมพันธ์และการเชื่อมเครือข่ายของการทำงานล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสิ่งที่ยังมีคุณค่ากับทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานของตนคือเครือข่ายเพื่อนฝูงพี่น้องที่ได้มาจากการจากสถาบันแห่งนี้ 

ซึ่งตนก็หวังว่าทุกท่านในที่นี้จะได้สัมผัสจะได้ประสบและจะนำความทรงจำที่ดีกับติดตัวไปภายหลังจากที่ท่านทั้งหลาย ได้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนี้ไปอีก 1 ปีข้างหน้ายืนยันว่า 1 ปีนี้เป็นปีที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งของผู้ที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในหลักสูตรวปอ. เป็น 1 ปีที่ทุกคนเต็มใจที่จะตื่นเช้ามาร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนเต็มใจที่จะไปที่ไหนก็ตาม โดยที่มีเพื่อนไปด้วยและสิ่งที่สำคัญคือทุกท่านยังมีหน้าที่ปฏิบัติราชการทำธุรกิจการค้า หากใครมีปัญหาประสบปัญหาเรามีเพื่อนอีก 300 กว่าคนที่จะคอยช่วย หาทางออกและทำให้มีการฟันฝ่าให้อุปสรรคต่างๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีตราบใดที่สิ่งที่เราทำมันไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีท่านจะได้รู้ถึงความรู้สึกนี้และมันก็จะติดตัวเราไปในเรื่องของต่างๆนี่คือคุณค่าสำคัญอย่างยิ่งของการมีหลักสูตรว่าปอของประเทศเรา


นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องการทหารปัจจุบันความมั่นคงของชาติครอบคลุมไปถึงเศรษฐกิจสังคมอาหาร การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อมเทคโนโลยีและล่าสุดพลังงานท่านคงจะเห็นว่าประเด็นที่ตนได้จำแนกมาให้ท่านได้รับทราบมันมีหลายประเด็นซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญไม่มีประเด็นไหนที่ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติของเราและประเทศไทยของเรา และเรายังต้องคิดอีกว่าเราจะดำเนินการด้านการต่างประเทศอย่างไร เพื่อไม่ให้ประเทศไทยของเราเสียเปรียบหรือเพลี่ยงพล้ำในทุกมิติ

โดยต้องมีจุดยืนตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสมได้รับเกียรติได้รับความเชื่อมั่นและได้รับการให้ความสำคัญของการเป็นประเทศไทยในเวทีโลก ซึ่ง ณขณะนี้ พวกเราทุกคนที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมืองและข้าราชการฝ่ายประจำฝ่ายความมั่นคงเราได้ดำเนินการและใช้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติในทุกมิติด้วยความมุ่งมั่นและสามารถทำให้เราเกิดความมั่นคงในด้านทั้งหลายเหล่านี้ที่อยู่ในระดับที่วางใจได้ ในวปอ.ทุกรุ่นมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เศรษฐกิจ เครือข่ายองค์กรต่างๆอยู่ในรุ่นนี้และพลังงานไม่ต้องพูดถึงมีผู้ที่เกี่ยวข้องมากมายอยู่ในรุ่นนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และวปอ.รุ่นนี้มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาอยู่ในรุ่น ท่านปลัดกระทรวงเกษตรฯเติบโตเร็วไปหน่อยตอนเป็นอธิบดียังไม่ได้เรียน ได้มาเรียนตอนเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอนนี้เข้ามาก็ถือว่าท่านได้สร้างเครือข่าย เพราะเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าติดตามข่าวเรื่องอาหารมีการเพิ่มอุณหภูมิในระบบแช่แข็งไปทั่วยุโรปเพิ่มอุณหภูมิไปเป็น 100 องศาอาหารเน่าหมด ตนอ่านไปอยากจะร้องไห้ สงสารไม่รู้ว่าทำไมโลกเรามันโหดร้ายขนาดนี้ แต่ในมโนสำนึกนี่แหละคือโอกาสของประเทศไทย ที่เราสิ่งที่เราเชิดหน้าชูตาได้อย่างหนึ่งและไม่มีความสงสัยเลยในการที่จะไปพูดกับชาวโลกทุกระดับคือการที่ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลกเรามีนโยบายอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยจะต้องเป็นประเทศที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางอาหารที่เราจะทำให้ทั่วโลกต้องให้ความสำคัญกับประเทศไทย 

“คนอื่นเขาขายน้ำมัน เรายังให้ความสำคัญกับเขาเยอะมาก แต่ขอโทษนะครับน้ำมันเอามาดื่มมากินไม่ได้ แต่ถ้าท่านไม่มีอาหารเราดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะฉะนั้นนี่คือจุดที่ประเทศไทยต้องสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องของการเป็นประเทศที่ผลิตแปรรูปและดำเนินการในรูปแบบของอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ทั้งข้าว ผลไม้และพืชผัก รวมถึงเนื้อสัตว์มีครบทุกหมู่ ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากวปอ. 
ขอให้ปลัดกระทรวงเกษตรสหกรณ์ช่วยนำเรื่องความสำคัญห่วงโซ่อุปทานที่เรามีอยู่ในเรื่องของอาหารมานำเสนอในรุ่นวปอ.ด้วย  เรามีพี่น้องเกษตรกรมากที่สุดในจำนวนกลุ่มประชากรถึงเวลาที่เขาจะได้ลืมตาอ้าปาก ถึงเวลาที่เขาจะได้มีโอกาส และมีความสามารถในการสร้างรายได้ของเขาด้วยตัวของเขาเองไม่ใช่ด้วยการช่วยเหลือจากภาครัฐการเจียดเงินไปช่วยเค้าไร่ละ 1,000บาทและให้เงินค่าตอบแทนต่างๆตลอดเวลาอันนั้นมันเป็นภาพรวมเป็นของปลอม และเป็นสิ่งที่ไม่มีความยั่งยืน“นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ประเทศไทยมองเห็นโอกาสข้างหน้าค่อนข้างชัดเจนตัวช่วยอื่นๆตอนนี้เราครบหมด และผู้ที่ทำหน้าที่จัดลำดับเรตติ้งความน่าเชื่อถือของประเทศไทยสามรายหลักของโลกอย่างมูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody's Ratings)และ S&P Global Ratings (S&P) ยังคงสภาพประเทศไทยเป็น BBB+ พลัส เราไม่ได้อวยรัฐบาลที่รัฐบาลพูดอะไรต้องพลัสและเปลี่ยนลำดับความน่าเชื่อถือจาก Negative Outlook แต่เราไม่รู้ว่าการเมืองมีเสถียรภาพหรือเปล่า สังคมมีความเสถียร ความสงบหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ แต่วันนี้เขาเปลี่ยนจาก Negative Outlook  กลับมาเป็น Positive Outlook ฉะนั้นตรงนี้มีความสำคัญมากแสดงว่านอกจากประเทศไทยมีความมั่นคงอยู่แล้วเขามาดูเรื่องของเสถียรภาพของการบริหารประเทศของศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตของประเทศเรื่องของความสงบในสังคมและความมีเสถียรภาพของรัฐบาล เขาค่อนข้างมั่นใจจึงปรับ Outlook ต่างๆ เงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากมีคนที่เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยและนำเม็ดเงินลงทุนมาขยายมาสร้างและนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาในประเทศไทยอันนี้เป็นอีกบริบทที่ประเทศไทยเปลี่ยนไปจากสมัยต่างชาติเข้ามาประเทศไทยแรงงานถูก ไฟถูก อาหารถูกอยู่ได้แล้วแต่ประเทศไทยได้อะไร การจ้างงานของผู้ประกอบการใช้แรงงานถูกๆ ให้เราทำสินค้าแพงๆให้เขา กำไรก็ไปที่เขา แต่วันหนึ่งเราต้องปรับโครงสร้างจนวันนี้ระดับบิ๊กเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เขามาประเทศไทย เพราะตอนนี้กระจายสินค้าไปทั่วภูมิภาคได้หมดเลยเหนือใต้  มี Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานดีมากในระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแรงมีความเชื่อถือ มีความเสถียรของไฟฟ้าของพลังงาน  เขามีความมั่นใจมาทางนี้ และเรามีทั้งรถไฟความเร็วสูงการกระจายสินค้าของเขาทางบก ทางน้ำ ทางอากาศและการเชื่อมโยงระหว่างการรวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไปทั่วภูมิภาค เขาจำเป็นต้องมาประเทศไทย 

นายกฯ กล่าวอีกว่า เราเป็นไข่แดงตรงภูมิภาคอาเซียนไปถึงจีนตอนใต้ไปถึงเอเชียใต้เราไม่ได้อยู่แค่อาเซียนเพียงไม่กี่ประเทศ เราสามารถใช้เครือข่ายตรงนี้เป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า คมนาคมของบริษัทข้ามชาติทั้งหลาย  ตนเชื่อว่าเขาคงไม่อยากอยู่ตรงนั้น เพราะมันมีความหวั่นไหว อยู่ตลอดเวลาในภูมิภาคที่เขายังไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่าความสงบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ในภูมิภาคอาเซียน เรายังมีแรงดึงดูดที่ทำให้เขาต้องให้ความสนใจกับประเทศไทย เขาอาจจะไม่ได้รักประเทศไทย แต่เขาต้องใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการขยายกิจการของเขา ธุรกิจในระดับที่เครื่องคิดเลขกดไม่ไหวเพราะศูนย์มันเยอะ ถ้าเขาไม่มีประเทศหรือฐานการผลิตใดๆที่สามารถทำให้เขาขยายกำลังการผลิตหรือขยายขอบข่ายทางธุรกิจของเขาได้ เขาก็จะถูก disruption  (ระงับ) เขาก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นนี่คือโอกาสอีกโอกาสหนึ่งของประเทศไทย