วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ส.อ.ท. รับอานิสงส์วิกฤตโลก-ภูมิรัฐศาสตร์ ดันเทรนด์ “กักตุนอาหาร” พุ่ง

ส.อ.ท. ชี้ นโยบายหลายประเทศแนะประชาชนสำรองอาหารรับมือภัยพิบัติ-สงคราม เร่งอุปสงค์สินค้าอาหารระยะสั้น ชูเป็นโอกาสทองผู้ผลิต-ผู้ส่งออกไทย ขยายคำสั่งซื้อปลายปี รับแรงหนุนไฮซีซัน เตือนผู้ประกอบการอย่าหลงกระแสเร่งเพิ่มกำลังผลิต แนะปรับกลยุทธ์เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง

KEY POINTS

  • วิกฤตโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นให้หลายประเทศแนะนำประชาชนสำรองอาหารและของใช้จำเป็น (Pantry Stocking) ซึ่งกลายเป็นปัจจัยบวกต่อประเทศไทยในฐานะครัวของโลก
  • แม้ภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตร 9 เดือนแรกจะลดลง แต่กลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงที่เก็บรักษาได้นาน เช่น อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป และผลไม้อบแห้ง ยังคงเติบโตได้ดี
  • ส.อ.ท. เตือนผู้ประกอบการว่าความต้องการจากการกักตุนเป็นเพียงอุปสงค์ชั่วคราว ไม่ควรเร่งเพิ่มกำลังการผลิต แต่ให้มุ่งพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ และสร้างมาตรฐานความปลอดภัย
  • ส.อ.ท. เดินหน้าโครงการ Thailand Food Valley และยุทธศาสตร์ 5I เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารและเปลี่ยนอุปสงค์ชั่วคราวให้เป็นความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารไทย

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวทางการสำรองอาหารเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายประเทศทั่วโลก ว่า นโยบายที่หลายประเทศเริ่มแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารและของใช้จำเป็นในครัวเรือน เป็นผลมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งภัยธรรมชาติ สภาพอากาศรุนแรง การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงไฟฟ้าดับ ตลอดจนความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ส่งผลให้เกิดกระตุ้นความต้องการซื้ออาหารเพื่อสำรองไว้ในครัวเรือน (Pantry Stocking) ซึ่งกลายเป็นปัจจัยบวกต่อประเทศไทยในฐานะครัวของโลก

สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวมประมาณ 1.28 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าเกษตร 700,102 ล้านบาท และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรหรืออาหารแปรรูป 579,538 ล้านบาท แม้มูลค่ารวมยังลดลง 4.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่พบว่ากลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added) ที่มีคุณสมบัติเก็บรักษาได้นาน ไม่ต้องแช่เย็น พร้อมรับประทาน หรือใช้พลังงานในการปรุงต่ำ เช่น อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ผลไม้อบแห้ง เครื่องปรุงรส และอาหารสัตว์เลี้ยง ยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงโอกาสของอาหารไทยในตลาดโลก

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยตามฤดูกาล (Seasonal Demand) ที่ประเทศในเขตหนาวมีความต้องการนำเข้าอาหารเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ ซึ่งช่วยหนุนคำสั่งซื้อจากต่างประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ขอเตือนผู้ประกอบการว่าความต้องการจากการกักตุนเป็นเพียงอุปสงค์ชั่วคราว ไม่ควรเร่งเพิ่มกำลังการผลิตโดยขาดการวางแผน แต่ควรเร่งปรับตัว ศึกษาความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาด พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เปิดบริโภคง่าย ขยายอายุการเก็บรักษา เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และบริหารจัดการสต็อกอย่างยืดหยุ่น เพื่อป้องกันความเสี่ยงเมื่ออุปสงค์เข้าสู่ภาวะปกติ

พร้อมกันนี้ ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความปลอดภัย ตั้งแต่ระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP), GMP, HACCP, ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และมาตรฐานคาร์บอน เพื่อยกระดับจากการขายวัตถุดิบดิบไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับโอกาสนี้ ส.อ.ท. มุ่งขับเคลื่อนโครงการ Thailand Food Valley เชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านกลไกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร เพื่อคัดเลือกสินค้าเป้าหมาย (Product Champion) ตามศักยภาพพื้นที่ ควบคู่กับการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ 5I ได้แก่ การนำเทคโนโลยีมาใช้, การพัฒนามาตรฐานและนวัตกรรม, การสร้างเครือข่ายตลาดต่างประเทศ, การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานห้องเย็น-โลจิสติกส์ และการสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรและ SMEs เพื่อเปลี่ยนอุปสงค์ชั่วคราวให้เป็นความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว