วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

กฎเหล็กริบดาบ ‘ประธาน กมธ.’ ‘โสภณ’ เสริมแกร่ง ‘สภาฯสีน้ำเงิน’

กฎเหล็กที่ "โสภณ" ออกเป็นแนวปฏิบัติงานให้ กมธ. ใช้ปฏิบัติ แม้เป็นแนวทางที่มี ระเบียบรองรับ แต่ "ฝ่ายค้าน" มองว่าเป็นเกมการเมือง สกัดตรวจสอบ รัฐบาลสีน้ำเงิน

KEY POINTS

  • โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เห็นชอบต่อแนวปฏิบัติการทำงานของ กมธ. เน้นย้ำ ให้อำนาจ "ประธานสภา" เป็นผู้ชี้ขาด สั่งยุติการพิจารณาของ กมธ. ที่มีประเด็นซ้ำซ้อนกันได้
  • ฝ่ายค้าน ฐานะผู้ได้รับผลกระทบ แปลความว่า เป็นเกมการเมืองของพรรคภูมิใจไทย  สกัดกั้นการตรวจสอบรัฐบาลและลดทอนกลไกการทำงานของฝ่ายค้าน
  • กฎนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรวบรวมข้อมูลของฝ่ายค้านเพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งอาจทำให้การตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐบาลทำได้ยากขึ้น

พลันที่มีหนังสือราชการ ลงนามโดย “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ เห็นชอบ แนวทางการดำเนินงานของ กรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 30 ตุลาคม ย้ำถึงกรอบปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจของ “กมธ.” เผยแพร่ต่อสาธารณะ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้ “ขั้วค้าน” ไม่อาจอยู่เฉยได้ เพราะ เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

“ฝ่ายค้าน” มองว่ากฎเหล็กของ “โสภณ” แฝงไปด้วยกลเกมทางการเมืองที่ “ค่ายน้ำเงิน” ต้องการคุมเกมเบ็ดเสร็จ ไม่ให้ “รัฐบาล” ถูกตรวจสอบได้ง่ายเหมือนก่อน

อีกทั้งอาจเป็นการสกัดเกมล้วงข้อมูลที่ “ฝ่ายค้าน” ใช้กลไก “กมธ.” เป็นช่องทางหาข้อมูล เพื่อต่อจิ๊กซอว์ “ซักฟอก” มุ่งเอาผิด “รัฐบาล-อนุทิน”

ดังนั้นแนวทางที่ออกมาล่าสุด แม้จะอ้างว่าเป็นผลหารือของ “ประธานกมธ. 35 คณะ” เมื่อ 21 ตุลาคม แต่ถูกมองว่ามีเจตนาที่จะสกัดการทำงาน ขัดขวางการทำหน้าที่ตรวจสอบ

กฎเหล็กริบดาบ ‘ประธาน กมธ.’  ‘โสภณ’ เสริมแกร่ง ‘สภาฯสีน้ำเงิน’

สิ่งที่ “ฝ่ายค้าน” มองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญอยู่ที่การขีดกรอบ “อำนาจประธาน กมธ.” เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทั้งบรรจุระเบียบวาระ เรียกบุคคลเพื่อให้ข้อมูล โดยไม่ขอมติจาก “ที่ประชุมกมธ.”

รวมถึงข้อเน้นย้ำให้การตรวจสอบประเด็นใดของกมธ. ยึดเจตนารมณ์ของกฎหมาย และตีความตัวอักษรโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ขยายขอบเขตอำนาจจนซ้ำซ้อน กับหน้าที่และอำนาจของ กมธ. คณะอื่น

พร้อมให้อำนาจสิทธิขาด “ประธานสภาฯ” พิจารณา “สั่งหยุด” การพิจารณาที่ซ้ำซ้อน พร้อมชี้ขาดว่าจะให้ กมธ.คณะใด พิจารณาเรื่องที่ซ้ำซ้อน “ฝ่ายค้าน” ไม่อาจปล่อยผ่านได้

โดย “พรรคประชาชน” ได้นัดพร้อม “ประธานกมธ.” ซีกฝ่ายค้าน รวม 12 คน แถลงจุดยืนเพื่อคัดค้านแนวทางที่ออกมา พร้อมกับเรียกร้องให้ทบทวน ในสัปดาห์นี้ โดยยกเหตุผลและเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเป็นโล่กำบังอำนาจ “ฝ่ายค้าน” ที่มีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร

สำหรับเหตุผลที่ต้องใช้แรงกดดันจาก “กมธ. ซีกฝ่ายค้าน” เพราะหวังลดผลกระทบต่องานสำคัญ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” เช่น คดีโกงสอบท้องถิ่น ปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา ที่ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ภายใต้การกำกับของ “รังสิมันต์ โรม” เรียกเอกสารตรวจสอบอย่างเข้มข้น อาจถูกริบอำนาจ เข้าไปตรวจสอบไม่ได้อีกต่อไป

กฎเหล็กริบดาบ ‘ประธาน กมธ.’  ‘โสภณ’ เสริมแกร่ง ‘สภาฯสีน้ำเงิน’

เช่นเดียวกับกรณีการใช้งบประมาณไม่โปร่งใส ในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น โซลาร์ภาคประชาชนน TH-AI Passport โครงการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หาก “ขั้วค้าน” ไม่มีอำนาจจากกลไกของ “ประธาน กมธ.” อาจจะตรวจสอบได้ยาก

อย่างไรก็ดีในผลทางปฏิบัติที่จะทำให้ “สภา” ที่คุมเกมโดย “ค่ายสีน้ำเงิน” ทบทวนแนวทางปฏิบัติ ดูเหมือนเป็นเรื่องยาก

เพราะเหตุผลสำคัญของการออกแนวทางปฏิบัติเพื่อคุมการทำงาน “กมธ.” ไม่ใช่การคิดขึ้นโดยไร้ระเบียบรองรับ

โดยก่อนหน้านี้ใน 2562 สภาฯที่มี “ชวน หลีกภัย” ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ออก ระเบียบสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อกำหนดกรอบทำงานกมธ. เพื่อสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องกันของกมธ.หลายคณะ

โดยกำหนดข้อปฏิบัติชัดเจนถึงการให้อำนาจ “ประธานสภาฯ” ที่สั่งยุติการตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง ของกมธ. ที่ซ้ำซ้อน หรือชี้ขาดให้ กมธ.คณะใดตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พร้อมกับกำหนดให้ คำวินิจฉัยของประธานสภาเป็นเด็ดขาด

กฎเหล็กริบดาบ ‘ประธาน กมธ.’  ‘โสภณ’ เสริมแกร่ง ‘สภาฯสีน้ำเงิน’

ขณะที่กรอบการสั่งบรรจุวาระ การเรียกบุคคลชี้แจง มีบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และก่อนหน้านี้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็น “อำนาจเรียก” เอาไว้

สำหรับเหตุผลที่รองลงไปคือ การเล่นเกมทางการเมืองภายใต้ กมธ. ระหว่าง “พรรคภูมิใจไทย” ที่ก่อนหน้านั้นถูก “พรรคประชาชน” รุกไล่ตรวจสอบ อย่างหนักจน “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ต้องใช้กลไกทางกฎหมาย เตะเบรก ลดความห้าวเป้งของ “แกนนำค่ายส้ม”

ดังนั้นเมื่อ “ภูมิใจไทย” ลุกขึ้นมาเล่นเกมเอาคืน “ค่ายส้ม” จึงต้องทำให้เด็ดขาด ไม่มีทางที่จะเดินไปครึ่งทางแล้วกลับลำ

นอกจากนี้ในแนวทางปฏิบัติ ยังมีข้อสั่งการไปยัง “ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาฯ” ให้ปฏิบัติตามกติกา-แนวปฏิบัติให้เคร่งครัด โดยเฉพาะการลดความช่วยเหลือ “เขียนเรื่องประชุม” ให้ไม่ถูกตีความว่าซ้ำซ้อนกับ กมธ. คณะอื่น

พร้อมกับเพิ่มรายละเอียดการทำงาน โดยไม่ดูเพียงหัวข้อ แต่ยังลงลึกถึงประเด็นที่ กมธ. จะพิจารณาแต่ละสัปดาห์ด้วย หากพบประเด็นที่ซ้ำซ้อนกัน ต้องรายงานไปยัง “ประธานสภาฯ” ทันที เพื่อให้สั่งยุติเรื่อง หรือดำเนินการอย่างใดต่อไป

ปฏิบัติการออกกฎเหล็กริบดาบ “ประธาน กมธ.” ของ “โสภณ” ทำให้กลไกการตรวจสอบของ “ขั้วค้าน” อ่อนแอลง ในทางตรงกันข้ามจะยิ่งทำให้ “สภาฯสีน้ำเงิน” แข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ