วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'ศุภชัย' ปัดริบอำนาจกมธ. สภาฯ แจง ล้อมกรอบสกัดใช้ 'อภิสิทธิ์' เหนือรธน.

'ศุภชัย' ยก5ข้อโต้ 'วัส ติงสมิตร' ปัดริบอำนาจกมธ. สภาฯ ป้อง 'โสภณ' ออกกฎเหล็ก หวังล้อมกรอบสกัด ใช้'อภิสิทธิ์' เหนือรัฐธรรมนูญ

 

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดแนวทางการทำงานของกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ ของสภาฯ ที่กำหนดให้การกำหนดวาระหรือเชิญบุคคลชี้แจงต้องลงมติ 

ก่อนที่นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา จะออกมาตั้งคำถามว่า “จัดระเบียบสภา หรือตัดทอนอำนาจตรวจสอบ? 

โดยนายศุภชัย ระบุว่า อย่าบิดเบือนแนวทางจัดระเบียบกรรมาธิการ ให้กลายเป็นการตัดทอนอำนาจตรวจสอบ การตั้งคำถามเช่นนี้จำเป็นต้องแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดเจน มิฉะนั้นอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง

นายศุภชัย ระบุว่า ประการแรก อำนาจของคณะกรรมาธิการไม่ใช่อำนาจที่ไร้ขอบเขต รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 กำหนดให้คณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอำนาจในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ และรายงานให้สภาทราบ โดยเรื่องนั้นต้องอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมาย

ดังนั้น คณะกรรมาธิการแต่ละคณะจึงไม่สามารถหยิบยกเรื่องอะไรก็ได้มาตรวจสอบตามความพอใจ โดยไม่คำนึงถึงขอบเขตอำนาจของตนเอง การตรวจสอบต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่อาศัยคำว่า “ตรวจสอบ” มาเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจโดยไม่มีขอบเขต

นายศุภชัย ระบุว่า ประการที่สอง แนวทางดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อยกเลิกอำนาจตรวจสอบ เอกสารที่เผยแพร่ระบุชัดว่า เป็นแนวทางที่จัดทำขึ้นตามผลการประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 สาระสำคัญคือการกำหนดแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา โดยเฉพาะการป้องกันการก้าวล่วงหรือก้าวก่ายหน้าที่และอำนาจระหว่างคณะกรรมาธิการ ไม่ได้มีข้อความใดระบุว่าให้คณะกรรมาธิการยุติการตรวจสอบรัฐบาล หรือห้ามตรวจสอบการทุจริต การกำหนดให้แต่ละคณะทำหน้าที่ตามขอบเขตอำนาจของตนเอง จึงไม่ใช่การตัดทอนอำนาจ แต่เป็นการป้องกันการใช้อำนาจผิดวัตถุประสงค์

นายศุภชัย ระบุว่า ประการที่สาม ประธานกรรมาธิการไม่ใช่เจ้าของคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้สำคัญที่สุด คณะกรรมาธิการเป็นองค์กรกลุ่มที่สภาแต่งตั้งขึ้น ไม่ใช่องค์กรส่วนตัวของประธานกรรมาธิการ การกำหนดระเบียบวาระ การพิจารณาเรื่องต่าง ๆ และการเชิญบุคคลมาให้ข้อมูล จึงต้องดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุม และมติของคณะกรรมาธิการตามที่กฎหมายกำหนด ประธานกรรมาธิการไม่อาจถือเอาตำแหน่งของตนเป็นใบอนุญาตให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ หรือใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการเป็นเครื่องมือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองส่วนตัว

นายศุภชัย ระบุว่า ประการที่สี่ การเชิญบุคคลกับการเรียกบุคคลตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เอกสารแนวทางดังกล่าวอธิบายความแตกต่างระหว่างการขอความร่วมมือให้บุคคลมาชี้แจง กับการใช้อำนาจเรียกตามกฎหมายไว้อย่างชัดเจน การเรียกบุคคลหรือเอกสารโดยใช้อำนาจตามกฎหมายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพียงประธานกรรมาธิการต้องการให้ใครมาก็สามารถใช้อำนาจบังคับได้ทันที นี่คือหลักนิติรัฐ ไม่ใช่การขัดขวางการตรวจสอบ

นายศุภชัย ระบุต่อว่า ประการที่ห้า การตรวจสอบที่ดีต้องตรวจสอบได้ทั้งรัฐบาลและผู้ใช้อำนาจตรวจสอบ ตนสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างเข้มแข็ง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้อำนาจตรวจสอบก็ต้องยอมรับการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำตนเองด้วย จะเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพกฎหมาย แต่กลับไม่ยอมรับข้อจำกัดตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการได้อย่างไร จะเรียกร้องความโปร่งใสจากผู้อื่น แต่กลับไม่ยอมรับหลักเกณฑ์ที่ทำให้การใช้อำนาจของตนเองโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างไร

นายศุภชัย ระบุว่า ตนจึงอยากถามนายวัส ติงสมิตร ตรง ๆ ว่า การกำหนดให้คณะกรรมาธิการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา กลายเป็นการตัดทอนอำนาจตรวจสอบตั้งแต่เมื่อใด หากเห็นว่าแนวทางข้อใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือจำกัดอำนาจที่กฎหมายรับรองไว้ ขอให้ระบุข้อกฎหมายและเหตุผลมาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ใช้เพียงถ้อยคำชวนให้ประชาชนเข้าใจว่ากำลังมีการปิดกั้นการตรวจสอบ แน่นอนว่าแนวทางปฏิบัติใด ๆ ก็ไม่อาจมีผลลบล้างอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้ได้ และหากมีการนำแนวทางนี้ไปใช้เกินขอบเขต ก็ย่อมต้องถูกตรวจสอบเช่นเดียวกัน

“ผมขอยืนยันว่า การจัดระเบียบการใช้อำนาจไม่ใช่การทำลายการตรวจสอบ แต่การใช้อำนาจตรวจสอบโดยไม่เคารพกฎหมายต่างหากที่เป็นอันตรายต่อระบบรัฐสภา อย่าเอาคำว่า “ปกป้องอำนาจตรวจสอบ” มาเป็นเกราะกำบังให้กับการใช้อำนาจที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ แม้แต่ผู้ที่อ้างว่าตนกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบผู้อื่น” นายศุภชัย ระบุ