วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'โสภณ' ปัดออกกฎเหล็ก คุมตรวจสอบ ลั่นรับไม่ได้ ถูกด่า ขี้ข้ารัฐบาล

"ประธานสภาฯ" ลั่นไม่เป็นจริง ออกกฎเหล็กคุม "ฝ่ายค้าน" ตรวจสอบ ย้ำการทำงานต้องเป็นไปตามกติกา ลั่นรับไม่ได้ถูก "สส." ด่าเป็นขี้ข้ารัฐบาล

รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงกรณีที่เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของกรรมาธิการ (กมธ.)  ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าทำลายกลไกตรวจสอบของฝ่ายค้าน ว่า ไม่เป็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้การออกแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเพราะมีผู้ร้องเรียนว่า กมธ.ทำงานซ้ำซ้อนหลายคณะ และยังเชิญข้าราชการและบุคคลจากหน่วยงานต่างๆ เข้าชี้แจง ทำให้ข้าราชการไม่มีเวลาทำงาน และพบข้อร้องเรียนว่า ประธาน กมธ. ใช้อำนาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับ จึงได้เรียกประชุมคณะประธานกมธ. เพื่อหาข้อสรุป และส่วนใหญ่เห็นว่าควรปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับ โดยตนมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสภาตรวจสอบข้อบังคับและแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

“การออกระเบียบดังกล่าวไม่ได้ปิดปากการตรวจสอบ ทั้งนี้ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะต้องอยู่ที่มติ แต่ต้องมีการหารือร่วมกันด้วย หากผมทำผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม สามารถร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ได้  เช่นเดียวกับ สส. คนใดทำผิดต้องเข้าสู่ช่องทางดังกล่าวด้วย ประเทศปกครองด้วยระบบนิติรัฐ ต้องใช้ระเบียบและกฎหมายในการปฏิบัติงาน ผมในฐานะประธานสภา เมื่อเห็นว่ามีปัญหาเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกติกา ต้องออกกติกาให้ชัดเจน” นายโสภณ กล่าว

 

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนรู้สึกผิดหวังมานาน บางเรื่องรู้สึกเหมือนถูกบูลลี่ ถูกด้อยค่า โดยมีคำพูดของฝ่ายค้านคนหนึ่งที่กล่าวหาอย่างรุนแรง ซึ่งตนยังเก็บเป็นความลับไว้ เพราะหากนำออกมาพูดอาจทำให้บุคคลดังกล่าวเสียหายมากกว่านี้ ทั้งนี้ อย่าดูถูกคนอื่น หรือคิดว่าตนเองถูกต้องและยุติธรรมอยู่ฝ่ายเดียว เพราะการจะดีหรือชั่วไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่การกระทำ

“ไม่ควรใช้เวทีการเมืองสร้างความเกลียดชังให้กับเยาวชน เพราะจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อคนรุ่นต่อไป โดยเฉพาะการใช้คำหยาบคาย เหยียดหยาม และเสียดสีในการพูดถึงการเมือง ซึ่งไม่มีประโยชน์และไม่สามารถสร้างน้ำหนักให้คนเชื่อถือได้ ผมเห็นว่าควรนำเสนอข้อเท็จจริงและปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าการใช้วาทกรรมเพื่อสร้างความขัดแย้ง” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่าแนวปฏิบัติงานของกมธ.ที่ออกมาถูกมองว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ประธานสภาฯ กล่าวว่า “หากเห็นว่าผมทำผิดรัฐธรรมนูญ ร้องเรียนได้เลย ไม่จำเป็นต้องพูดกล่าวหาผ่านสื่อมวลชน”   

นายโสภณ ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกวิจารณ์ในการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ตนชี้แจงหลายครั้งแล้ว ว่าเป็นเรื่องที่วิปต้องหารือร่วมกัน แต่หารือกันไม่ได้ จึงขอให้ตนเป็นตัวกลางเจรจากับรัฐบาล จนได้ข้อตกลงเวลาอภิปราย 4 วัน และลงมติในวันถัดไป และตนได้ทำตามที่ฝ่ายค้านบอกให้ส่งเรื่องไปยังรัฐบาลจนรัฐบาลตอบกลับมา

“ในวันเจรจาฝ่ายค้านขอบคุณและชื่นชมผม โดยบอกว่าขอพึ่งบารมีประธานสภาเพื่อให้สภามีศักดิ์มีศรี แต่ภายหลังกลับออกมากล่าวหาว่าผมยื้อเวลาและรับใช้ฝ่ายบริหาร ผมเสียใจ ทั้งนี้ ผมหวังดีต่อสภาและต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสภาในสายตาประชาชน โดยในวันเจรจายังยืนยันว่า หากเป็นน้ำสาบานก็กล้าดื่ม เพื่อแสดงความจริงใจ แต่หลังจากนั้นกลับมีการกล่าวหาว่าผมเป็นขี้ข้ารัฐบาล และทำให้สภาตกต่ำ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่รุนแรงเกินเหตุและรับไม่ได้” นายโสภณ กล่าว