"ศิริโชค" มองแนวทางทำงาน กมธ. สกัดคนนอก แจงกมธ. สอบเว็บพนัน บอกชงข้อมูลเว็บพนันให้ "อภิสิทธิ์" ใช้ซักฟอกรัฐบาล
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดแนวทางการทำงานของกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ ของสภาฯ ที่กำหนดให้การกำหนดวาระหรือเชิญบุคคลชี้แจงต้องลงมติ ว่า ตนมองว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้เสียงข้างมากฝ่ายรัฐบาลคุมได้ทั้งการบรรจุวาระและการเชิญผู้ให้ข้อมูล ซึ่งแนวทางนี้เป็นข้อเสนอของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ จากที่รับฟังนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตนเข้าใจว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะนับเสียงจากจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด เช่น หากมีกรรมาธิการ 15 คน แม้มาประชุมเพียง 10 คน ก็ยังต้องใช้เสียงเห็นชอบอย่างน้อย 8 เสียง ซึ่งฝ่ายค้านรวบรวมได้ยาก เพราะมีเสียงรวมกันไม่ถึงครึ่ง ตนจึงมองว่าการเปิดวาระตรวจสอบหรือเชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลจะต้องอาศัยเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาล
นายศิริโชค กล่าวว่า ดังนั้นโอกาสที่จะเชิญคนข้างนอกมาชี้แจงคงเป็นเรื่องยาก และน่าเสียดายตนคงไม่ได้ไปชี้แจงข้อมูลเรื่องเว็บพนันอีก เพราะเชื่อว่าหากต้องลงมติ เสียงข้างมากคงลงว่าไม่เชิญแน่นอน จึงเห็นชัดแล้วว่าเขามีความเดือดร้อนในเรื่องของเว็บพนันจริงๆ
"ทำให้เราสงสัยว่า จริง ๆ แล้วใครอยู่เบื้องหลังเว็บนั้น ทำไมถึงต้องเต้นขนาดนี้ ถึงขั้นที่ยอมให้คนทั้งประเทศด่าและปิดปากฝ่ายค้าน สิ่งนี้จึงยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมต้องขุดต่อไป เพราะเงินจากธุรกิจสีเทาอาจไหลไปใช้ซื้อเสียงหรือไม่ จากการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการใช้เงินซื้อเสียงหัวละ 1,500–2,000 บาท หากจ่ายในวงกว้างอาจต้องใช้เงินถึงหลักร้อยล้านบาทต่อเขต จึงต้องการตรวจสอบให้ชัดว่าเงินมาจากไหน" นายศิริโชค กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการนำข้อมูลเหล่านี้ให้พรรคประชาธิปัตย์ นำไปซักฟอกรัฐบาลหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ได้พูดคุยกันบ้างแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเว็บการพนัน โดยให้ข้อมูลไปเมื่อ 2 วันก่อนที่โทรศัพท์มือถือของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะถูกเจาะข้อมูล แต่โชคดีที่เจาะไม่เข้า เพราะถ้าเจาะเข้าอาจรู้ว่าข้อมูลที่ส่งไปมีอะไรบ้าง
“ผมคิดว่าเขาคงจะระแวงพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลักอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาพรรคมีความเชี่ยวชาญในการซักฟอก ประกอบกับเขาคงจะคิดว่าผมทำงานนอกสภาโดยร่วมมือกับในสภา แต่จริงๆ สิ่งที่ผมทำไม่ได้เกี่ยวกับพรรคเลย เป็นเรื่องที่ทำด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าผมเป็นสมาชิกพรรคก็เลยมีการโยงว่า เป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้ทั้ง พรรค ภาคประชาชน และเสียงในสภา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ” นายศิริโชค กล่าว





