วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

ACT ชำแหละงบป้องน้ำท่วม กทม. 10 ปี 8.6 หมื่นล้าน ชวนจับตาตรวจสอบ

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันไทย ชำแหละงบป้องกัน 'น้ำท่วม' กทม. 10 ปี กว่า 8.6 หมื่นล้านบาท ชวนประชาชน ร่วมจับตาตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โดย ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธาน ACT โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยถึงงบประมาณในการป้องกัน "น้ำท่วม" ของ กทม.ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ใช้งบเพื่อป้องกันน้ำท่วมไปกว่า 8.6 หมื่นล้านบาท เฉลี่ย 7.8 พันล้านบาทต่อปี และเชื่อว่าจะต้องลงทุนเพิ่มอีกนับแสนล้านบาทในเร็ววันนี้ แต่ทำอย่างไรชาว กทม. จะมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เช่นปีนี้อีกในอนาคต

ข้อมูลจาก ACT Ai พบว่า งบป้องกันน้ำท่วมของ กทม. ยุคพล.ต.อ. อัศวิน เป็นผู้ว่าฯ ช่วงปี 2559 - 2565 ใช้เงินเฉลี่ยปีละ 6.7 พันล้านบาทหรือราว 8.6% ของงบประมาณประจำปี ยุคนายชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ สมัยแรก ช่วงปี 2566 – 2569 ใช้เงินเฉลี่ยปีละ 1.15 หมื่นล้านบาท หรือราว 12.2% ของงบประมาณประจำปี 

เชื่อว่าการใช้จ่ายจริงของ กทม. จะมากกว่านี้ หากแต่การรวบรวมให้ครบถ้วนทำได้ยากเพราะ “ชื่อเรียกโครงการ” ถูกตั้งขึ้นแตกต่างหลากหลายมาก อีกทั้งแต่ละภารกิจยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และค่าบริหารจัดการแฝงอยู่อีก

ACT ชำแหละงบป้องน้ำท่วม กทม. 10 ปี 8.6 หมื่นล้าน ชวนจับตาตรวจสอบ

เมื่อเผชิญน้ำท่วมหนัก มักมีคำถามเสมอจากชาว กทม. เช่น ทำไมน้ำยังท่วมแม้อยู่ในพื้นที่แนวอุโมงค์ระบายน้ำ แก้มลิงทำไมไม่สร้างเพิ่ม เครื่องสูบน้ำซื้อบ่อยแต่พอน้ำท่วมใช้งานจริงได้ไม่กี่เครื่อง ไม่เห็นทำจริงตามที่บอกว่าพร่องน้ำในคลองก่อนฝนหนัก เป็นต้น 

ความทุกข์พร้อมความกังวลของประชาชนเช่นนี้ ต้องการคำตอบและการแก้ไข สิ่งจำเป็นคือการชี้แจงและเปิดเผยให้กระจ่างอย่างทันท่วงทีจากผู้บริหาร กทม. 

แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีการตรวจสอบจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อ “ป้องปราม” มิให้เงินภาษีของประชาชนต้องสูญเปล่าเพราะคอร์รัปชัน ความด้อยประสิทธิภาพหรือไม่ทุ่มเทใส่ใจของผู้มีอำนาจใน กทม. 

เริ่มจากการตั้งเป็นประเด็นเรียนรู้ร่วมกันถึงโครงการและงบประมาณที่ใช้จ่ายไปว่า

1. เกิดประโยชน์คุ้มค่าตามเป้าหมายหรือไม่
2. ได้ดำเนินไปแล้วเสร็จตามแผนหรือไม่
3. เกิดประสิทธิภาพตามแผนของโครงการหรือไม่
4. การซ่อมบำรุงได้ทำอย่างถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่
5. การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ได้ประสิทธิภาพ ทำให้คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่

และประการที่ 6 เป็นหัวใจสำคัญยิ่งคือ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น “มีข้อกังวลว่ามีคอร์รัปชันหรือเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในขั้นตอนใดหรือไม่”

ทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการซ่อมบำรุง และการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลากร เพราะหากปรากฎว่ามีโครงการที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หรือมีการใช้งานอย่างไม่เต็มความสามารถ ผลของมันย่อมหมายถึงความไม่คุ้มค่าและความเสียหายเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชน

ข้อมูลและคำถามทั้งหมดนี้ควรมีการวิเคราะห์ ถอดบทเรียน และกำหนดมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดช่องว่างจากการคอร์รัปชัน ก่อนที่จะลงทุนอีกมหาศาลต่อไป ประโยชน์ย่อมเกิดกับทุกฝ่ายแน่นอน หากมาร่วมมือกันคิดแก้ไขเสียแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ทุกคนเดือดร้อนเสียก่อนแล้วมาชี้หน้าหาคนผิด

ทั้งนี้ การกำหนดประเภทและช่วงเวลา เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษา อาจจำแนกเหลื่อมล้ำไปบ้าง

 

อ่านข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้าง งบน้ำท่วม กทม 11 ปี