วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดพิกัด 22 จังหวัด จมน้ำท่วม - กทม. 3 เขตฝั่งตะวันออกยังน่าห่วง

ปภ. เผยสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดกระทบ 22 จังหวัด และ กทม. 3 เขต รวมกว่า 6 แสนครัวเรือน แม้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังเร่งฟื้นฟูเยียวยาด่วน

ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) เผยรายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ระบุยังคงมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม รวม 22 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 604,265 ครัวเรือน รวมกว่า 1.8 ล้านคน ด้าน ปภ. ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าเร่งช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานเตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาหลังระดับน้ำเริ่มลดลงทุกจุด

สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค. 69)

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงภาพรวมวิกฤติน้ำท่วมในประเทศไทยว่า ผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมในหลายพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กอปรกับการระบายน้ำสะสมจากพื้นที่ภาคเหนือลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังขยายวงกว้าง

จากข้อมูลรายงานของ ศอ.ปภ. เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2569 พบว่ายังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 22 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร คิดเป็นพื้นที่รวม 88 อำเภอ 715 ตำบล 5,435 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนสะสม 604,265 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 1,830,946 คน อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังล่าสุดพบว่าแนวโน้มระดับน้ำในทุกพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง

เปิดพิกัด 22 จังหวัด จมน้ำท่วม - กทม. 3 เขตฝั่งตะวันออกยังน่าห่วง

พื้นที่ประสบภัยจำแนกตามรายภาค

1. ภาคเหนือ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง

พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างซึ่งเป็นทางผ่านของมวลน้ำก่อนไหลลงสู่ภาคกลาง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ดังนี้

  • จังหวัดพิษณุโลก ประสบภัยในพื้นที่ อ.บางระกำ รวม 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 69 ครัวเรือน
  • จังหวัดนครสวรรค์ ประสบภัยรวม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี, อ.บรรพตพิสัย, อ.เก้าเลี้ยว, อ.เมืองนครสวรรค์, อ.ชุมแสง, อ.ท่าตะโก, อ.โกรกพระ และ อ.หนองบัว รวม 80 ตำบล 780 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,419 ครัวเรือน

2. ภาคตะวันออก เฝ้าระวังพื้นที่รับน้ำ มวลน้ำขังเริ่มทรงตัวและลดลง

พื้นที่ภาคตะวันออกได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนตกสะสมและมวลน้ำหลากจากเทือกเขา ส่งผลให้หลายอำเภอเกิดน้ำท่วมขังสูง

  • จังหวัดนครนายก ประสบภัยในพื้นที่ อ.องครักษ์ รวม 11 ตำบล 116 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย
  • จังหวัดปราจีนบุรี ประสบภัย 5 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี, อ.ศรีมหาโพธิ, อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.บ้านสร้าง และ อ.ศรีมโหสถ รวม 50 ตำบล 535 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 51,390 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 26 ราย
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว, อ.พนมสารคาม, อ.บางคล้า, อ.แปลงยาว, อ.เมืองฉะเชิงเทรา, อ.บ้านโพธิ์, อ.คลองเขื่อน และ อ.ราชสาส์น รวม 75 ตำบล 667 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,729 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 7 ราย
  • จังหวัดชลบุรี ประสบภัยในพื้นที่ อ.พนัสนิคม รวม 5 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 516 ครัวเรือน

เปิดพิกัด 22 จังหวัด จมน้ำท่วม - กทม. 3 เขตฝั่งตะวันออกยังน่าห่วง

3. ภาคกลางและปริมณฑล พื้นที่รับน้ำหนักสุด ชุมชนริมแม่น้ำยังคงมีน้ำท่วมขัง

ภาคกลางเป็นพื้นที่แอ่งกระทะรับมวลน้ำหลากจากภาคเหนือและฝนตกในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากที่สุด

  • จังหวัดปทุมธานี ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในภาคกลาง รวม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี, อ.คลองหลวง และ อ.ลำลูกกา รวม 21 ตำบล 244 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 106,705 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบภัยครอบคลุม 16 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา, อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.บางไทร, อ.บางปะอิน, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะหัน, อ.ลาดบัวหลวง, อ.นครหลวง, อ.วังน้อย, อ.อุทัย, อ.ท่าเรือ, อ.ภาชี, อ.บ้านแพรก, อ.บางซ้าย และ อ.มหาราช รวม 205 ตำบล 1,360 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 72,336 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย
  • จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า, อ.สองพี่น้อง, อ.ดอนเจดีย์, อ.ศรีประจันต์, อ.เมืองสุพรรณบุรี, อ.สามชุก, อ.เดิมบางนางบวช และ อ.อู่ทอง รวม 66 ตำบล 560 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,598 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 5 ราย
  • จังหวัดนครปฐม ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นครชัยศรี, อ.สามพราน และ อ.บางเลน รวม 49 ตำบล 385 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,058 ครัวเรือน
  • จังหวัดสมุทรสงคราม ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสมุทรสงคราม, อ.อัมพวา และ อ.บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดราชบุรี ประสบภัย 9 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม, อ.เมืองราชบุรี, อ.ดำเนินสะดวก, อ.บ้านโป่ง, อ.วัดเพลง, อ.จอมบึง, อ.ปากท่อ, อ.บางแพ และ อ.สวนผึ้ง รวม 30 ตำบล 161 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย
  • จังหวัดชัยนาท ประสบภัยในพื้นที่ อ.สรรพยา รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,092 ครัวเรือน
  • จังหวัดสมุทรปราการ ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง และ อ.บางบ่อ รวม 6 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,340 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย
  • จังหวัดอ่างทอง ประสบภัย 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก, อ.ไชโย, อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.เมืองอ่างทอง รวม 35 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,514 ครัวเรือน
  • จังหวัดลพบุรี ประสบภัยในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน
  • จังหวัดสิงห์บุรี ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี และ อ.พรหมบุรี รวม 3 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,137 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดกาญจนบุรี ประสบภัย 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย, อ.ท่าม่วง, อ.บ่อพลอย, อ.ศรีสวัสดิ์, อ.เมืองกาญจนบุรี และ อ.สังขละบุรี รวม 16 ตำบล 36 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 732 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดอุทัยธานี ประสบภัยในพื้นที่ อ.เมืองอุทัยธานี รวม 8 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 352 ครัวเรือน
  • จังหวัดเพชรบุรี ประสบภัยในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน รวม 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23 ครัวเรือน

เปิดพิกัด 22 จังหวัด จมน้ำท่วม - กทม. 3 เขตฝั่งตะวันออกยังน่าห่วง

4. พื้นที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังตะวันออกของ กทม.

  • กรุงเทพมหานคร ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออก 3 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง, เขตหนองจอก และเขตมีนบุรี รวม 16 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 210,648 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วเช่นเดียวกัน

5. ภาคใต้ สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

  • จังหวัดกระบี่ ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อ่าวลึก, อ.คลองท่อม และ อ.เขาพนม รวม 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21 ครัวเรือน
  • จังหวัดสตูล ประสบภัยในพื้นที่ อ.มะนัง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15 ครัวเรือน

ปภ. เร่งระดมสรรพกำลัง ฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เน้นย้ำว่า แม้ขณะนี้ระดับน้ำในทุกพื้นที่ประสบภัยจะเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ ปภ. ยังคงกำชับให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด และศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ประสบภัย ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างเต็มกำลัง สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้ประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ทั้งด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณูปโภค เพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ระเบียบกระทรวงการคลัง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด

เปิดพิกัด 22 จังหวัด จมน้ำท่วม - กทม. 3 เขตฝั่งตะวันออกยังน่าห่วง