วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

‘ชินวัตร’บัญชาการค่ายแดง ประกาศิต‘อิ๊งค์’ ไม่แตกหัก ‘น้ำเงิน’

ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการเล่นเกมแตกหักกับพรรคภูมิใจไทย ว่ากันว่า “แพทองธาร ชินวัตร” มีส่วนในการตัดสินใจให้พรรควางบทบาทนิ่งและอยูีในที่ตั้ง แม้พรรคน้ำเงินจะถูกมรสุมทางการเมืองเข้าถล่มก็ตาม เพราะค่ายแดงยังไม่แข็งแรงพอในบริบทการเมืองเวลานี้

KEY POINTS

  • คนชินวัตร วางหมากให้พรรคเพื่อไทยเล่นบทนิ่ง ไม่แตกหักกับพรรคภูมิใจไทย กอดคอร่วมมือเพื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป แม้จะมีสูตรเสี้ยมให้ "แดง" แตกหัก "น้ำเงิน"
  • ด้วยสถานะของพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่แข็งแรง และไม่พร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตรงกับเสียงสะท้อนของ สส.ค่ายแดง ในเวลานี้ ที่ยอมรับยังไม่พร้อมลงสนามเลือกตั้งทำให้การอยู่ในรัฐบาลเป็นทางเลือกที่จำเป็นที่สุด
  • คดีความทางการเมืองที่ "แพทองธาร" กำลังเผชิญอยู่ เป็นปัจจัยที่ลดอำนาจต่อรองและถูก "รัฐพันลึก" บีบให้ต้องดำเนินเกมการเมืองอย่างระมัดระวังเพื่อประคองสถานการณ์ให้อยู่ในอำนาจรัฐไปตลอดรอดฝั่ง

ไม่มี สส.คนไหน พร้อมที่จะเดินหน้าเข้าสู่สนามเลือกตั้งในเวลานี้ เป็นเสียงที่พูดกันในหมู่ สส.พรรคเพื่อไทย ที่สำคัญยังเป็นเครื่องยืนยันในอีกทางหนึ่งได้ว่า “พรรคเพื่อไทย” จำเป็นต้องเล่นบทมิตรที่ดี นิ่งสงบกับ “พรรคภูมิใจไทย” เพราะการอยู่ร่วมรัฐบาล เป็นทางเลือกที่จำเป็นที่สุด

เพราะ ค่ายแดง รู้สถานะตัวเองดีว่า สถานการณ์ของพรรคยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เมื่อพรรคยังไม่แข็งแรง การออกอาวุธสู้พลิกฟื้น เพื่อกลับมาเป็นพรรคกระแสอาจจะยังเป็นเรื่องยากอยู่

โดยเฉพาะเดิมที “พรรคเพื่อไทย” วางตำแหน่งของพรรคเป็นพรรคกระแส เคยชนะเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่ต้องมาพ่ายแพ้เลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกันทั้งการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 14 พ.ค. 2566 และ เลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 2569

ความพ่ายแพ้ส่วนหนึ่งมาจากการวางหมากผิดพลาดของผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งการเดินเกมเร็ว ยึดกระทรวงมหาดไทยจากอ้อมกอดพรรคน้ำเงินในช่วงปลายรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

ทำให้สถานะของบุตรสาวต้องติดหล่มมาอยู่ใน “เรดโซน” ในวังวนของ “รัฐพันลึก” โอกาสที่จะกลับมาอยู่ฉากหน้าในทางการเมืองจึงเป็นเรื่องยาก

เพราะด้วยคดีความที่เป็นชนักปักหลัง “นายน้อย” จากกรณีคดีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นการตัดสิทธิไม่ให้เธอกลับมายืนในตำแหน่งทางการเมืองได้ รวมทั้งคดีความยังไหลเข้าสู่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งรอวันชี้ขาด

‘ชินวัตร’บัญชาการค่ายแดง ประกาศิต‘อิ๊งค์’ ไม่แตกหัก ‘น้ำเงิน’

คดีนี้มีโอกาสถูกซ้ำดาบสองจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. หากเรื่องเข้าสู่ศาลฎีกา ย่อมมีผลกระทบถึงการตัดสิทธิและอนาคตทางการเมืองตลอดชีวิตได้ เพราะโทษคือการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ทำให้หมดสิทธิการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ขณะที่ศูนย์กลางอำนาจและโครงสร้างของพรรคเพื่อไทย ยังเป็นการบัญชาการโดยคนชินวัตรอยู่ แม้จะมี “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมว.แรงงาน เป็นหัวหน้าพรรค และมี “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นรองนายกฯ แคนดิเดตนายกฯ ก็ตาม แต่การชี้ขาดอยู่ที่การตัดสินใจของ “นายใหญ่” ของพรรค และยังมี “แพทองธาร ชินวัตร” กุมทิศทางของพรรคโดยเฉพาะนักการเมืองและ สส.รุ่นใหม่ สายเจนวาย

บทบาทของ “แพทองธาร” ในระยะหลังแม้จะอยู่เพียงฉากหลัง แต่ยังถือว่าเป็นผู้นำจิตวิญญาณเบอร์สองที่มีส่วนสำคัญในการจัดวาง “รัฐมนตรี” ร่วมกับ “ทักษิณ” จะเห็นได้ว่า รัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ทั้งหมดล้วนเข้าถึงและสายตรง “นายน้อย” ทั้งหมด

ส่วนภารกิจนอกพรรคเพื่อไทย ล่าสุดของเธอยังเดินสายกับ “บิดา” และ “อายิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เข้าพบ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาการเชิงยุทธศาสตร์โลก

ต้นเดือน ก.ย.มีภาพปรากฏเดินสายกับ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” เดินทางไปประเทศจีน เพื่อร่วมกิจกรรมหรือวงพูดคุยเพื่อแบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

‘ชินวัตร’บัญชาการค่ายแดง ประกาศิต‘อิ๊งค์’ ไม่แตกหัก ‘น้ำเงิน’

บทเรียนในอดีตจะสามารถถอดบทเรียนเพื่อให้ “พรรคเพื่อไทย” กลับมาแข็งแกร่งได้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับทิศทางการกุมบังเหียนของ 2 นาย

ซึ่งมีเสียงของคนในพรรคเพื่อไทย บางส่วน ก็มองว่า การทำให้พรรคเติบโตกลับมายืนหนึ่งได้ “นายน้อย” อาจจำเป็นต้องลดบทบาทลง ถอยอยู่ฉากหลังมากกว่าเดินการเมืองฉากหน้า และควรวางบทบาทให้ “ยศชนัน” เป็นจุดขายของพรรค ทั้งการเดินสายทำพื้นที่และการทำงานการเมืองในพื้นที่

ต้องยอมรับว่า กระแสของค่ายแดงจะกลับมาพลิกฟื้น ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในสนามเลือกตั้งครั้งหน้ายังอาจเป็นเรื่องยาก โดยคีย์แมนค่ายแดงมองยาวไปถึงการเลือกตั้งในอีก 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย พรรคจึงจะสามารถกู้เรตติ้งพรรคกลับคืนมาได้

‘ชินวัตร’บัญชาการค่ายแดง ประกาศิต‘อิ๊งค์’ ไม่แตกหัก ‘น้ำเงิน’

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ มีข่าวลือข่าวเสี้ยมให้ “แดง” แตกคอ “น้ำเงิน” โดยมี “เขียว” เป็นฝ่ายคอยร่วมรอเสียบรัฐบาล

ที่ผ่านมา “คนชินวัตร” โดยเฉพาะ “แพทองธาร” จึงวางเกมให้พรรคและขุนพลคีย์แมนเพื่อไทยยืนอยู่ในที่ตั้ง เล่นบทบาทเป็นพรรคที่ไม่ตีรวน ทำงานร่วมมือกับ “นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ให้เสมือนลงเรือลำเดียวกัน คือ “พรรครัฐบาลของประเทศ” ไม่ใช่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

‘ชินวัตร’บัญชาการค่ายแดง ประกาศิต‘อิ๊งค์’ ไม่แตกหัก ‘น้ำเงิน’

ด้วยบริบททางการเมืองที่ “คนชินวัตร” ถูกบีบหรือต่อรองให้เคลื่อนไหวได้ยากจากคดีทางการเมืองที่เป็นชนัก ทำให้การขับเคลื่อนของผู้นำจิตวิญญาณไร้อำนาจต่อรองกับ “รัฐพันลึก” ได้ยาก เพราะจำนวน สส.ในสภาฯ ต่ำร้อย

หนทางที่ค่ายแดงจะกลับมาฟื้นตัวได้ จำเป็นรักษาพื้นที่สส.เกรดเอ รวมทั้งเติมสรรพกำลังให้กับอดีต สส.ที่ทำแต้มได้เกือบชนะ เพื่อดันพรรคให้กลับมาเป็นพรรค สส.ไม่ต่ำร้อย โดยให้พรรคกลับมามีอำนาจต่อรองในทางการเมืองมากกว่าขึ้นเดิมหลังการเลือกตั้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่ร่วมรัฐบาลสำคัญที่สุด ในวันที่พรรคยังไม่แข็งแรง การได้อาวุธสรรพกำลังของการเป็นรัฐบาลย่อมเป็นผลดีกว่าแตกหักกับ “ค่ายน้ำเงิน” ซึ่งมีแต่เสียกับเสีย