เกมการจะดึง “กล้าธรรม” เข้าร่วมรัฐบาลของ “ภูมิใจไทย” ทั้งที่มี “เพื่อไทย” อยู่แล้ว สะท้อนว่าลึกๆ “บิ๊กน้ำเงิน” ไม่วางใจ “บิ๊กค่ายแดง” เลยต้องเอามาเป็นพวกให้หมด
KEY POINTS
- อนุทิน มอบนาฬิกาคาสิโอให้ธรรมนัส เป็นสัญญาญดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย
- กล้าธรรมส่งซิกต่อรอง เปรยๆว่ามี สส. มากกว่า 58คน
- ภูมิใจไทย ต้องการพรรคกล้าธรรมมาเสริมทัพสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล เตรียมรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น
สถานการณ์ดูจะเป็นใจให้กับ “พรรคกล้าธรรม” มากขึ้นกับโอกาสร่วม “รัฐบาลภูมิใจไทย” ที่เปิดกว้าง สวนทางกับความนิยมของ “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” ที่เผชิญปัจจัยรุมเร้า ความไม่เชื่อมั่นในการบริหารงาน เต็มไปด้วยข้อครหาถอนทุนมาตั้งแต่ต้น
ปัญหาที่ถาโถมเพิ่มเข้ามาส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ฐานเสียงของ “ภูมิใจไทย” โดยเฉพาะความเดือดร้อนกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก กระทบการดำเนินชีวิต และการทำมาหากิน วลีจากปาก “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลเอาอยู่ ยิ่งหวาดเสียว
การบริหารงานของ “รัฐบาล” จึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่จะต้องทำให้ประชาชนพอใจกับการแก้ปัญหา ทั้ง เศรษฐกิจปากท้อง เงินในกระเป๋า ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่อีกปัญหาหนึ่งที่รัฐบาล ก็ต้องระวังหน้าระวังหลัง คือ เกมการเมือง
ในช่วงที่กำลังเข้าสู่โหมดการเตรียมเปิด “อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ของ “ฝ่ายค้าน” จากเดิมที่เสียงรัฐบาล ค่อนข้างเข้มแข็งอยู่แล้ว มติโหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี สมัย 2 ได้ 293 เสียง รวมถึงผลการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 เสียงเห็นชอบ 338 เสียง ซึ่ง 58 สส.ของกล้าธรรม ยกมือสนับสนุน
ปฏิบัติโหวตเทฝ่ายค้าน ปันใจให้ “ขั้วรัฐบาล” ของ “กล้าธรรม” เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โอกาสร่วมรัฐบาลชัดเจนขึ้น เช่นเดียวกับกรณี 3 พยานใน “คดีโกง สว.” ซึ่งคนใกล้ชิด “ธรรมนัส พรหมเผ่า” หัวหน้าพรรคเขียว กลับคำให้การ จนเป็นคุณต่อ “เนวิน – พลพรรคภูมิใจไทย”
รวมถึงการมอบนาฬิกา “คาสิโอ” แทนใจของ “อนุทิน” ให้ “ธรรมนัส” แม้มูลค่าราคาไม่กี่บาท แต่มีความหมายเหมือนการลงนามในสัญญาล่วงหน้าว่า “เขียวคือที่หมายปองของน้ำเงิน” แสดงออกผ่าน “น.หนู” ทว่า “น.เน” จะคิดอ่านอย่างไร ตรงนั้นต่างหากที่สำคัญกว่า ใครจะการันตีว่า กล้าธรรม จะไม่อกหักซ้ำสอง เหมือนตอนชวดร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ปี69
ถึงอย่างนั้นในมุมของ “กล้าธรรม” ก็ไม่มีอะไรต้องเสีย หรือมีอะไรแย่ไปกว่านี้ ถ้าดีลลับเรื่องช่วยคดีโกง สว. มีจริง ภาษานักเลงระหว่าง “น.เน” กับ “น.นัส” คงต้องตอบแทนกันในวันหนึ่ง และความเป็นไปได้มากที่สุดทางหนึ่ง คือเอาเข้ามาร่วมรัฐบาลนั่นเอง
ปรัชญาของ “เนวิน” ตอนกำลังบูมให้เมืองบุรีรัมย์เติบโต มักจะได้ยิน คำว่า “Sharing Economy” หรือเศรษฐกิจแบ่งปัน คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับแนวทางพัฒนาเมือง เพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึง ไม่กระจุกหรือกินรวบโดยบางกลุ่ม
ในทางการเมืองวิถีของ “สีน้ำเงิน” ก็อาจมีส่วนคล้ายกับโมเดลดังกล่าว คือต้องกระจายอำนาจและผลประโยชน์ให้พรรคการเมืองอื่นๆ เช่น เพื่อไทยทั้งที่ก่อน “อนุทิน” จะขึ้นเป็นนายกฯ โดนเพื่อไทย ริบเก้าอี้ มท.1 แต่พอเกมนั้นจบ ก็เริ่มเกมใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แผลเก่าที่เคยมีมาระหว่างกัน 10ปี แก้แค้นไม่สาย
สำหรับ “กล้าธรรม” ก็เป็นไปได้ค่อนข้างมากว่า จะได้รับการแชร์ให้ร่วมวงอำนาจกับเขาเสียที ตามที่ “เสี่ยเบนซ์” อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม เปรยๆเอาไว้ว่า “กล้าธรรม มี 58 สส. แต่ก็ยังมีคนที่มีหัวจิตหัวใจอยากมาทำงานกับกล้าธรรมอยู่”
ถอดรหัสจากปาก “อรรถกร” อาจเป็นการส่งสัญญาณต่อรองถึง “ภูมิใจไทย” หรือไม่ว่า หากจะเกลี่ยโควตารัฐมนตรี จะอ้างอิงตัวเลข 58 เสียง เดิมของ “กล้าธรรม” ไม่ได้ บางพรรคที่ร่วมรัฐบาลมีไม่เกิน 5 เสียง ซึ่งไม่ได้รับจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ถ้า “กล้าธรรม” ดีลมาไว้ในมือได้หมดแล้ว ก็อาจจะมีเสียงในมือระดับใกล้เคียงกับ “เพื่อไทย” เลยทีเดียว ซึ่งกลยุทธ์ฤษีเลี้ยงลิง เป็นทางถนัดของ “ผู้นำพรรคเขียว” อยู่แล้ว
จะว่าไปแล้วเกมสามเส้าระหว่าง “พรรคสามสี” ทั้ง น้ำเงิน – แดง - เขียว เป็นทั้งพันธมิตรและขบเหลี่ยมช่วงชิงในทางการเมืองมาตลอด เพียงแต่บริบทขณะนี้ เป็นจังหวะผยองของน้ำเงิน ที่เหลือเลยต้องเล่นบทตามน้ำ
ตอนนี้ “ภูมิใจไทย” จำเป็นต้องอุดช่องโหว่ ไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจากเพื่อไทย ทั้งในเกมสภา ที่กำลังจะอภิปรายฯ “กล้าธรรม” จึงตอบโจทย์ ขืนประมาท อาจมีเหตุให้อนุทิน ตกเก้าอี้แบบไม่ทันตั้งตัว เพราะเข้าเงื่อนไขมากมาย ทั้งโกงสอบท้องถิ่น โกง สว. และอื่นๆ ซึ่งกระแสสังคมล้วนตอบรับ หากแดงหรือเขียว สมประโยชน์ อ้างเกมนี้ต่อรองขู่โหวตไม่ไว้วางใจ ทำให้น้ำเงินผวา
เกมการจะดึง “กล้าธรรม” เข้าร่วมรัฐบาลของ “ภูมิใจไทย” ทั้งที่มี “เพื่อไทย” อยู่แล้ว สะท้อนว่าลึกๆ “บิ๊กน้ำเงิน” ไม่วางใจ “บิ๊กค่ายแดง” เลยต้องเอามาเป็นพวกให้หมด แม้ขุมข่ายอำนาจสีน้ำเงินจะซึมและแผ่กว้างไปในหลายองค์กร ที่มีผลชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง
การดำรงอยู่ของ “รัฐบาลภูมิใจไทย” แม้จะมีขุมอำนาจที่แข็งแกร่ง มี “ตั๋วพิเศษ” คอยสนับสนุน แต่หากไร้ความนิยมจากประชาชน การยืนระยะอาจเป็นปัญหาตามมา เพราะ “ตั๋วพิเศษ” ที่แบกเอาไว้ คงไม่แบกจนหลังแอ่น





