วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

สภาฯ ถกงบฯ70 ยืดเยื้อ “ฝ่ายค้าน-รัฐบาล” นัดถกทางออก เช้านี้

ประชุมสภาฯ ถกงบฯ70 ไม่จบ ยืดเยื้อต่อวันนี้ หลัง "สส." อภิปรายมาก "วิปฝ่ายค้าน-รัฐบาล" นัดถกทางออก วันนี้ ยื่นเงื่อนไข เพิ่มประชุม 11ก.ย. ถกรายงาน กกต.

ที่รัฐสภา  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง  ซึ่งพิจารณาต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 7-9 กันยายน ผ่านการพิจารณาไปได้ทั้งสิ้น 26 มาตรา

โดยการประชุมเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมาใช้เวลาพิจารณา นานเกือบ 17 ชั่วโมง เนื่องจากมี สส.เข้าชื่ออภิปรายแต่ละมาตราจำนวนมาก แม้ว่า กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลร้องขอให้ สส. งดการเข้าชื่อเพื่ออภิปรายในแต่ละมาตรา แต่ในการอภิปรายของสส. ยังพบว่าได้ใช้เวลาอภิปรายเป็นเวลานาน โดยสาระเป็นการอภิปรายรายละเอียดทั่วไป ไม่ได้พิจารณาในการปรับลดของงบประมาณ แม้ว่าประธานในที่ประชุมจะขอความร่วมมือแต่ยังพบว่า สส. ยังอภิปรายโดยใช้เวลานานจนถูกทักท้วงว่าเป็นการยื้อเวลา

จนทำให้ วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลต้องนัดประชุมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในช่วงเวลา 09.00 น.   วันนี้ (10 กันยายน) โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะวิปฝ่ายค้าน มีข้อเสนอให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณให้เสร็จภายในวันนี้ (10 กันยายน) เพื่อให้มีการประชุมสภาฯ ในวันที่ 11 กันยายน พิจารณาญัตติไฟใต้ที่ค้างอยู่และการรับทราบรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่หากประชุมในวันที่ 11 กันยายน ไม่ได้ ต้องให้ชัดเจนว่าจะพิจารณาเรื่องชายแดนใต้ และรายงาน กกต. วันใด

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับตัวแทนที่ฝ่ายค้าน ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะบริหารเวลาเพื่อให้ภารกิจลุล่วงไปได้ ซึ่งฝ่ายค้านจะใช้เวลา 6 ชั่วโมง และที่เหลือจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ในการบริหารเวลา หากเป็นแบบนี้ ตนเชื่อว่าไปต่อได้ ทั้งนี้ตนคงไม่สามารถตอบได้ว่าจะประชุมวันที่ 11 กันยายนหรือไม่ เพราะไม่ใช่อำนาจของวิป ก่อนที่จะนัดหารือวิปฝ่ายค้าน กับวิปฝ่ายรัฐบาล ในเวลา  09.00 น.

ขณะที่การประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ70 จะพิจารณาต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ โดยเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 27 หน่วยราชการไม่สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี