วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

'สภาฯ' ใช้เวลา 6 ชม. ถกงบฯ มท. 'วิปค้าน' ขอความชัดเจน ขยายเวลา

"สภาฯ" ใช้เวลายาว 6 ชม. ถกผ่านงบฯ มาตราเดียว "วิปฝ่ายค้าน" ขอความชัดเจน ขยายเวลาประชุม พร้อมให้ยืนยันสิทธิอภิปรายของสส.

ที่รัฐสภา  ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยเริ่มต้นพิจารณา ที่มาตรา  20 กระทรวงมหาดไทย ซึ่ง กมธ. แก้ไขปรับลดวงเงิน เหลือ 2.26 แสนล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณา มาตราดังกล่าว เกือบ 6 ชั่วโมง ก่อนจะลงมติเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมาก เนื่องจากมีผู้อภิปรายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หลังจากที่ลงมติแล้วเสร็จ นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล แจ้งถึงการใช้เวลาการพิจารณา ตั้งแต่ 7 กันยายน จนถึงปัจจุบัน ว่าฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายไป 16 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลา 11 ชั่วโมง 30 นาที จึงขอให้ สส. ช่วยประหยัดเวลาด้วยความกระชับ และในมาตราที่ 21 กระทรวงยุติธรรม มีผู้ลงชื่ออภิปรายไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง 17 นาที มาตรา 22 มีผู้ลงชื่ออภิปรายไว้ 1 ชั่วโมง 12 นาที และมาตรา 23 ผู้ลงชื่อไว้อีกประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้นหากท่านใดมีความประสงค์จะถอนชื่ออภิปราย ทางวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ยินดี

ทำให้ ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือว่า 2 วันที่ผ่านมามีการประสานงานกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งมีความเข้าใจตรงกันว่าจะพยายามให้จบวันนี้ (9 กันยายน)  แต่จนถึงตอนนี้ตนไม่แน่ใจว่าเจตนาของ 2 ฝ่ายตรงกันหรือไม่ ทั้งนี้ตนขอให้ประธานพิจารณาและตัดสินใจว่า หากประชุมงบฯ ไม่จบตามกำหนด จะให้การประชุมสภาฯ วันพรุ่งนี้ (10 กันยายน)  เป็นไปตามวาระปกติที่นัดไว้  แล้ววันที่ 11 กันยายน กลับมาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ต่อ หรือเลิกนัดประชุมวันที่ 10 กันยายน เพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบฯ

นายปกรณ์วุฒิ อภิปรายต่อว่าตนอยากจะย้ำบรรทัดฐานคือ 1. การแปรญัตติ การสงวนความเห็นและการอภิปราย ในมาตราที่มีการแก้ไข เป็นสิทธิของสส.ที่ประธานไม่สามารถห้ามได้ และ 2. ขอให้ยึดบรรทัดฐานต่อการลงเวลาของผู้อภิปรายตามที่ระบุไว้

ทำให้ นายเลิศศักดิ์ ชี้แจงว่า ในส่วนของประธาน พร้อมทำหน้าที่ เพียงแต่วิปทั้งสองฝ่ายขอให้พูดคุยกันให้เรียบร้อย และขณะนี้ขอให้การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระชับในเนื้อหา และอยู่ในวาระแปรญัตติจริงๆ

จากนั้นเป็นการพิจารณาในมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรมต่อไป