วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดรายงาน 'กมธ.งบประมาณ 70' ชี้สัญญาณเตือน ‘หายนะการคลัง’

สภาฯ นัดถก ร่างพ.ร.บ.งบฯ70 วันที่ 7-9 ก.ย. วาระสองและวาระสาม ความน่าสนใจนอกจากรายละเอียด ลด-เพิ่ม-โยกงบ คือ คำเตือนจาก กมธ. ถึง "หายนะทางการคลัง"

KEY POINTS

  • กมธ.งบประมาณฯ ชี้โครงสร้างงบปี 70 น่ากังวล เนื่องจากภาระรายจ่ายประจำ เช่น ดอกเบี้ยหนี้และบำนาญข้าราชการ เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับงบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศที่ลดลง
  • งบประมาณที่จัดสรรให้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายจริงที่คาดการณ์ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีส่วนต่างที่ยังขาดเงินอยู่กว่า 1.04 แสนล้านบาท
  • ภาระทางการคลังจะต่อเนื่องไปในอนาคต โดยคาดว่าปีงบประมาณ 2571 รัฐบาลจะต้องตั้งงบเพื่อชดใช้เงินคงคลังสูงถึง 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่องบพัฒนาประเทศ
  • ข้อเสนอแนะของ กมธ. คือให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างการคลังระยะยาว ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ทบทวนโครงการผูกพัน และเร่งรัดการจัดเก็บรายได้ของประเทศ

ถือเป็นสัญญาณเตือนทางการคลังที่ “งบพัฒนาศักยภาพประเทศ” ถูกเบียดบัง และส่อว่าจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
สภาผู้แทนราษฎร โดยประธาน “โสภณ ซารัมย์” เรียกประชุมนัดพิเศษ วันที่ 7-9 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระสอง และสาม หลังจาก “กมธ.วิสามัญฯ” พิจารณาแล้วเสร็จ

จากการทำงานของ กมธ.งบประมาณที่ผ่านมา พบรายละเอียดสำคัญ ที่ปรากฏตามรายงานที่เสนอต่อสภาฯ โดยวงเงินของงบประมาณที่ตั้งไว้ 3.788 ล้านล้านบาท กมธ.ปรับลด รวม 1.1 หมื่นล้านบาท โดยหน่วยงานที่ถูกปรับลดสูงสุด 5 อันดับ 

คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,278 ล้านบาท รองลงมาคือ กระทรวงกลาโหม จำนวน 1,228 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 935 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 912 ล้านบาท และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 682 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในส่วนของการปรับลดงบประมาณนั้น มีส่วนที่ กมธ.ปรับลดต่ำสุดคือ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 1 แสนบาท เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ในแผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้เสนอขอจัดสรร รวม 68 ล้านบาท ถือว่าเป็นการลดงบประมาณของหน่วยงานที่ต่ำที่สุดในยุคนี้

เปิดรายงาน 'กมธ.งบประมาณ 70'  ชี้สัญญาณเตือน ‘หายนะการคลัง’

สำหรับภาพรวมงบ 70 ที่ถูกปรับลดลง ได้จัดสรรให้ส่วนราชการตามที่ ครม.เสนอตามความจำเป็น และเหมาะสม แบ่งเป็น

1.จำนวน 1.08 หมื่นล้านบาท เติมให้กับ งบกลาง 6,044 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนที่หักจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อชดใช้ให้กับ “ค่าโง่คลองด่าน” 

นอกจากนั้น คือ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม 4,000 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 500 ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 148 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 97 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 96 ล้านบาท และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม 3.1 ล้านบาท

2.จำนวน 271 ล้านบาท เติมให้กับ หน่วยงานของรัฐสภา 24 ล้านบาท และสำนักงานอัยการสูงสุด 247 ล้านบาท

ในการสงวนความเห็นของ กมธ. และเสนอคำแปรญัตติของ สส.พบว่ามีทุกมาตรา ที่น่าสนใจคือ เสนอลดงบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาท ที่เดิมกำหนดให้ใช้แก้ปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติผันผวนของราคาพลังงาน เพราะมองว่าอาจซ้ำซ้อนกับ โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

เปิดรายงาน 'กมธ.งบประมาณ 70'  ชี้สัญญาณเตือน ‘หายนะการคลัง’

แต่อีกนัยหนึ่ง คือ ต้องการให้รัฐบาลกางรายละเอียดโครงการที่จะใช้ให้ชัดเจน เพื่อให้สภาฯ ช่วยกันตรวจสอบ ประเมินการใช้งบอย่างรัดกุมรอบคอบ ไม่ซ้ำซ้อน เนื่องจาก “เงินกู้” ถือเป็นภาระทางงบประมาณ ที่ต้องชดใช้คืน ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยอีกหลายปี

นอกจากการอภิปรายของ กมธ.ที่สงวนความเห็น และสส.ที่เสนอคำแปรญัตติแล้ว ยังพบว่ากมธ.งบ 70 ได้ให้ข้อสังเกตต่อโครงสร้างงบประมาณ ปี 2570 ที่ผสมกับข้อกังวล โดยเฉพาะ ภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับงบเพื่อการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพของประเทศที่ลดลง

ที่เห็นได้ชัดคือ งบสำหรับชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ภาระด้านการชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4.62 แสนล้านบาท แบ่งเป็นชำระเงินต้น 1.51 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม 3.10 แสนล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีรายการเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญข้าราชการ ที่จัดสรร 3.89 แสนล้านบาท รายการเงินสำรอง เงินสมทบ และชดเชยของข้าราชการ 7.1 หมื่นล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

"แม้จะปรับงบประมาณให้ใกล้เคียงกับรายจ่ายจริง แต่ยังมีส่วนต่างจากกรอบงบประมาณที่กรมบัญชีกลางประมาณการ อีกมาก เช่น ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ถูกจัดสรรงบประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายจ่ายอยู่ที่ 1.06 แสนล้านบาท ทำให้มีส่วนต่าง 1.22 หมื่นล้านบาท

เปิดรายงาน 'กมธ.งบประมาณ 70'  ชี้สัญญาณเตือน ‘หายนะการคลัง’

เมื่อรวมรายการสำคัญ ทั้งเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ชำระดอกเบี้ย เงินสำรอง พบประมาณการรายจ่าย 9.7 แสนล้านบาท แต่ได้รับจัดสรร 8.65 แสนล้านบาท ยังขาดอีก 1.04 แสนล้านบาท ทำให้เงินไม่พอกับภาระค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง” เนื้อหาในรายงานของ กมธ.งบ ระบุ

ในรายงานยังระบุถึงประเด็นที่น่ากังวลด้วยว่า ภาระที่เกิดนั้น เกิดอย่างต่อเนื่อง และจะเกิดอีกในอนาคต โดยปีงบประมาณ 2571 ประมาณการว่า รัฐบาลต้องตั้งงบเพื่อชดใช้เงินคงคลังสูงถึง 1.15 แสนล้านบาท เพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ถูกนำมาใช้ในปี 2569 ถือเป็นสัญญาณเตือนทางการคลังที่ “งบพัฒนาศักยภาพประเทศ” ถูกเบียดบัง และส่อว่าจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ประเด็น “เศรษฐกิจโตต่ำ” เป็นความน่ากลัว โดยก่อนหน้านี้ สส.ฝ่ายค้าน อภิปรายไว้หลายครั้งในที่ประชุมสภาฯ โดยเฉพาะภาวะที่รัฐบาลก่อหนี้ โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยที่เป็นปัญหาวิกฤติ ที่พิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้านเพียงพอ และการใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่าย เพื่อหวังผลทางการเมือง จะเป็นจุดที่ฉุดให้ประเทศเติบโตทางเศรษฐกิจได้ช้ากว่าที่ หน่วยงานทางเศรษฐกิจคาดการณ์

ทั้งนี้ ในตอนท้ายของข้อสังเกตในรายงาน กมธ.งบ 70 ยังเสนอทางออกด้วยว่า ต้องเร่งปรับโครงสร้างการคลังระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาสภาพคล่องเฉพาะหน้า

ข้อเท็จจริง จากงบปี 70 สะท้อนว่า ปัญหาคลังประเทศคือ โครงสร้างรายจ่ายที่ขาดความยืดหยุ่น หากรายจ่ายประจำเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง รัฐบาลต้องทบทวนอย่างจริงจังต่อภารกิจและรายจ่ายของภาครัฐ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ทบทวนโครงการและภาระผูกพันระยะยาว เร่งรัดการจัดเก็บรายได้ของประเทศ และที่สำคัญในส่วนของการปรับโครงสร้าง จำเป็นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านการรับฟังความเห็น ก่อนจัดทำงบประมาณ

เวทีอภิปรายงบ 70 ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ต้องจับตาไม่เฉพาะการอภิปรายในเนื้อหาในงบเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการรับฟังคำชี้แจงจากตัวแทนรัฐบาล ที่อาสาเข้ามานำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤติ ว่าสุดท้ายแล้ว จะเป็นไปได้จริงหรือไม่