วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

‘มีชัย’ชอกช้ำ รธน.สูตรฮ้อแร่ด ย้อนศรคลอด 'สว.บ้านยักษ์'

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชุด “มีชัย ฤชุพันธุ์” หมายมั่นปั้นมือว่า การออกแบบที่มาของ สว. จะสามารถสกัดการฮั้วของนักเลือกตั้งได้ ทว่าสูตรที่คิดว่าสมบูรณ์และยอดเยี่ยม กลับถูกนักเลือกตั้งย้อนศรจนคลอด สว.บ้านยักษ์เครือข่ายสีน้ำเงิน

KEY POINTS

  • ระบบการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบโดย "มีชัย ฤชุพันธุ์" ถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ จนไม่สามารถสกัดการฮั้วของนักเลือกตั้งได้
  • เจตนารมณ์ของที่มา สว. ต้องการป้องกันการฮั้วและอิทธิพลทางการเมือง ผ่านระบบเลือกไขว้ที่ซับซ้อนถึง 3 ระดับ ซึ่ง "มีชัย" เรียกสูตร "ฮ้อแร่ด" ด้วยความเชื่อว่าจะยอดเยี่ยม สมบูรณ์แบบและป้องกันการจัดตั้งได้
  • กลไกดังกล่าวกลับส่งผลย้อนศร เปิดช่องให้เครือข่ายการเมืองสามารถศึกษาและใช้การบล็อกโหวตเพื่อส่งผู้สมัครของตนเองเข้ารับตำแหน่งได้สำเร็จ
  • ผลลัพธ์ของการกำเนิดของ "สว.บ้านยักษ์" หรือ สว.เครือข่ายสีน้ำเงิน ที่ได้ที่นั่งจำนวนมากแบบเบ็ดเสร็จในวุฒิสภา ซึ่งสวนทางกับเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องการสกัดกั้นอิทธิพลของนักการเมือง

ตอกย้ำความผิดพลาดอีกครั้งของการออกแบบที่มาสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับซือแป๋ "มีชัย ฤชุพันธุ์" อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

เมื่อรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 วางเจตนารมณ์และความมุ่งหมายตั้งแต่ชั้นยกร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไว้อย่างดี เพื่อป้องกันการฮั้วเลือก สว. ปลอดการแทรกแซงและอิทธิพลจากฝ่ายการเมือง ปิดประตูสภาผัวสภาเมีย สภาเครือญาติ ล็อกชั้นไว้อย่างหนาแน่น มีการเลือก สว.ไว้ถึง 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด มาถึงระดับประเทศ

เห็นได้ชัดจาก "ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ หลังเปิดใจในงานเสวนาวิชาการของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ในหัวข้อ “การเมืองไทย และสังคมไทย สำหรับอนาคต”

‘มีชัย’ชอกช้ำ รธน.สูตรฮ้อแร่ด ย้อนศรคลอด 'สว.บ้านยักษ์'

“การใช้อำนาจของวุฒิสภามีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับค่อนข้างต่ำเนื่องมาจากที่มา โดยเฉพาะระบบที่ให้ สว. เลือกกันเอง ซึ่งเป็นระบบที่ประเทศไทยคิดขึ้นมาเอง และใช้กันเองโดยไม่มีประเทศอื่นใช้ ผมเผอิญรู้จักกับท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ท่านเคยบอกกับผมว่า สิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุด และเป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่างก็คือ การร่างกลไกระบบ สว.ชุดนี้ขึ้นมา”

สะท้อนว่า สิ่งที่ กรธ.ได้วางกลไกไว้สำหรับที่มาของ สว.นั้นส่งผลผิดพลาดใหญ่หลวง จนกระทั่งทำให้ สว.ชุดปี 2567 เกิดการล็อก ฮั้วกันจนส่งผลให้มี สว.สีน้ำเงินเข้าสู่วุฒิสภา ไม่ต่ำกว่า 130 เสียง

สว.ชุดสีน้ำเงิน มีผลต่อสภาพการเมืองไทย เพราะเกิดข้อครหา วุฒิสภาจะเป็นกลไกสำคัญในการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งเป็นอีกตัวแปรในการสกัดขัดขวางไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดดังกล่าว หากย้อนไปในคำบันทึกของ “ซือแป๋” มีชัย เคยบันทึกผ่านบทความ “บันทึกไว้กันลืม” ผ่านหนังสือ“ความในใจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560" โดยระบุถึงที่มาของต สว.ชุดปัจจุบัน และเชื่อว่าเป็นแนวคิด “ฮ้อแร่ด” ที่ซ่อนความหมายไว้ว่า “ที่สมบูรณ์และยอดเยี่ยม”

‘มีชัย’ชอกช้ำ รธน.สูตรฮ้อแร่ด ย้อนศรคลอด 'สว.บ้านยักษ์'

อีกทั้งเจตนารมณ์และความมุ่งหมายในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาของ สว.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 นั้น กรธ. ได้อธิบายความหมายของการเลือก สว.แบบใหม่ที่ว่านี้

โดยบอกเล่าถึงจุดอ่อนของที่มาของ สว.ในอดีต ทั้งการแต่งตั้งที่มักมีข้อติติงว่า บุคคคลเหล่านั้นมิได้มาจากประชาชน

ขณะที่การกำหนดให้มี สว.จากการเลือกตั้ง ก็หลีกหนีไม่พ้นที่ผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งจะต้องอิงหรือพึ่งพาพรรคการเมืองในการหาเสียง

ดังนั้น ที่มาสว. 2 แบบ ประชาชนทั่วไป คงได้แต่เพียงรับรู้ผลของการแต่งตั้ง หรือมีส่วนร่วม เฉพาะในขณะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การจะสมัครเข้ารับเลือกตั้งด้วยตนเอง มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งค่าใช้จ่าย การดำเนินการให้ได้รับเลือกตั้ง

การกำหนดที่มาของ สว.รูปแบบใหม่ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงเน้นความสำคัญของประชาชนทั่วไปที่จะเข้ามาสมัครโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกินกำลังของบุคคลทั่วไป 

โดยแยกออกเป็นกลุ่มที่มีลักษณะต่างๆ กัน ให้มากที่สุด เพื่อจะทำให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติทุกคนสามารถเข้าสมัครในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ และให้ผู้สมัคร มีส่วนร่วมในเบื้องต้นอย่างแท้จริง จึงให้ผู้สมัครด้วยกันเองเลือกกันเองตามวิธีการในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกัน “มีชัย”ยังบันทึกด้วยว่า ที่มาของ สว.นั้นเกิดจากกรอบรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว มาตรา 35 ที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง

ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 นั้น ต้นแบบการยกร่างก็มาจากมันสมองของ “มีชัย” และท้ายที่สุดเขาก็ต้องมานั่งประธานขัดตาทัพช่วงสุดท้าย โดยนำทีมยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง

‘มีชัย’ชอกช้ำ รธน.สูตรฮ้อแร่ด ย้อนศรคลอด 'สว.บ้านยักษ์'

“มีชัย” ยังพูดถึงการเปลี่ยนโฉมหน้าวุฒิสภาของไทย จะเป็นการพลิกโฉม 360 องศา เมื่อเสนอแนวคิดในที่ประชุม กรธ. ทำให้กรรมการทั้งคณะต้องร้อง “ฮ้อแร่ด” ขึ้นพร้อมกัน

“อันที่จริง วุฒิสภาที่เราคิดสร้างขึ้นนั้น ก็คล้ายกับสภาสูงของอังกฤษ เพียงแต่สภาสภาสูงของอังกฤษ เป็นการรักษาประโยชน์ของชนชั้นสูง ส่วนวุฒิสภาที่เราสร้างขึ้น เป็นการรักษาประโยชน์ของคนทุกระดับชั้น”

“ขบวนการในการจัดการเลือกที่จะไม่ให้เกิดการฮั้วกันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย” มีชัย การันตี ถึงสูตรเลือกไขว้ สว.ใน 3 ระดับที่ กรธ.ประเทศไทยคิดค้นขึ้นแตกต่างจากสูตรอื่นๆ ในทุกประเทศ

‘มีชัย’ชอกช้ำ รธน.สูตรฮ้อแร่ด ย้อนศรคลอด 'สว.บ้านยักษ์'

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เป็นจุดผิดพลาดและล้มเหลวในการป้องกันการฮั้วกันของการเลือก สว.ใน 20 กลุ่ม คือ กรธ.คิดว่าการเลือกไขว้ สว.จะทำใหเกิดการฮั้วได้ยากขึ้น แต่กลับลืมคิดไปว่า “ถ้าเครือข่ายนักการเมือง” ศึกษากติกามาอย่างดี มีวางโพยเพื่อฮั้ว จะทำให้การเลือกไขว้ สว.ส่งผลให้เกิดการบล็อกโหวตได้

ถึงแม้ กกต.จะกำหนดข้อกล่าวหาหลัก ในคดีฮั้ว สว. ทั้งข้อกล่าวหา การจัดตั้ง การเสนอผลประโยชน์ การจัดเลี้ยง การเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจ การรับผลประโยชน์ เพื่อเลือกหรือไม่เลือกบุคคลใด โดยอ้างถึงความผิดใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา77, 79 และ 81 ก็ตาม

แต่ตัวกฎหมายและความผิดยังจะต้องพิสูจน์กันต่อไปในชั้นศาลว่า การรวมตัว จัดกลุ่ม การพูดคุย การมีโพยนั้น จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่

กระทั่งต่อมาคณะกรรมการไต่สวนของกกต.ชุดที่ 26 ได้มีมติส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินคดีกับ 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน และผู้เกี่ยวข้องอีก 91 คน รวมทั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 เห็นแย้งการไต่สวนชุดที่ 26

‘มีชัย’ชอกช้ำ รธน.สูตรฮ้อแร่ด ย้อนศรคลอด 'สว.บ้านยักษ์'

ระบบการเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่เครือข่ายระบอบน้ำเงิน ยึดกุมเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ ซึ่งกลายเป็นจุดหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบที่มา สว.จากคณะ กรธ.ชุด “มีชัย”

แม้ กรธ.วางหลักคิดว่าการเลือกกันเองใน 3 ระดับ จะช่วยให้ขบวนการเลือกตั้งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และร่วมกันคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละกลุ่มได้ อีกทั้งการกำหนดในรัฐธรรมนูญ ห้ามสมาชิกในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน ก็เพื่อป้องกันการสมยอมกัน หรือฮั้วกัน

แต่เมื่อประชาชนไม่ได้เป็นผู้เลือกโดยตรง คนที่มีอำนาจจริงในการกำหนดผลลัพธ์กลับกลายเป็น “ผู้สมัครที่มีสิทธิเลือกกันเอง”

เมื่อผู้สมัคร หรือคนที่อยู่ฉากหลัง สว.สามารถจัดตั้งผู้สมัครเป็นกลุ่มได้แบบเบ็ดเสร็จ ระบบ สว.เลือกไขว้ในปัจจุบันที่ออกแบบเพื่อป้องกันการฮั้ว หรือสมยอมกันของผู้สมัครนั้น จึงเกิดช่องโหว่ให้ “นักการเมือง” ใช้ความสามารถเฉพาะตัว "จัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร” แทน 

ซึ่งการแก้ไขที่มาของ สว.ยังคงเป็นเรื่องยากของฝ่ายการเมืองซีกตรงข้าม เพราะ สว.ชุดปัจจุบัน คงจะไม่ยอมแก้ไขที่มาของตัวเองให้หมดอำนาจได้ง่ายเช่นกัน

สว.ฮ้อแร่ด ที่หมายมั่นของซือแป๋มีชัยว่า จะสมบูรณ์และยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน แต่กลับส่งผลย้อนศรจนเกิด "สว.บ้านยักษ์" เป็นทางลัด ให้ขุมกำลังทางการเมืองเครือข่ายสีน้ำเงินแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ เดิมที กรธ.ต้องการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อสนองต่อเครือข่ายรัฐประหารให้ได้เปรียบที่สุด ไม่ใช่เป็นผลบวกต่อนักเลือกตั้ง