คอนเน็กชั่นระบอบสีน้ำเงิน แผ่กิ่งก้านไปแทบทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ใน “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36” ที่มีมติ 5:2 ยกคำร้อง “คดีโกง สว.” ที่แกนนำและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ติดบ่วงเป็นผู้ถูกกล่าวหายกชุด
KEY POINTS
- มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่าง 5 อนุกรรมการในคณะที่ 36 ที่มีมติยกคำร้องคดีโกง สว. กับพรรคภูมิใจไทย ผ่านหลักสูตรสร้างคอนเน็กชั่นอย่าง พตส. และ นธป. ซึ่งมีแกนนำพรรคเป็นนายกสมาคมฯ
- คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ยกคำร้องคดีโกง สว. ที่มีผู้ถูกร้อง 229 คน สวนทางกับสำนวนของคณะไต่สวน ที่26 ท่ามกลางข้อกังขามากมาย
- อนุทิน อ้างมาตลอด เคยออกคำสั่งห้ามคนในภูมิใจไทยยุ่งเกี่ยวการเลือก สว.พร้อมการันตี ยังไม่เห็นมีใครขัดคำสั่ง
คดีโกง สว. ที่กำลังฝุ่นตลบจากเกมมะรุมมะตุ้มของฝ่ายการเมืองตรงข้ามภูมิใจไทย ที่มีข้อมูลสำคัญในมือ มองว่าพฤติกรรมของผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และ กกต. ควรพิจารณาและตัดสินอย่างตรงไปตรงมา
โฟกัสหลักตอนนี้ พรรคประชาชนพยายามแสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างบิ๊กภูมิใจไทยกับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 2 ยกคำร้องทั้ง 229 คน คือไม่มีความผิดโดยสิ้นเชิง เท่ากับฉีกสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 แบบไม่เหลือชิ้นดี
คณะอนุฯ ที่ 36 เสียงข้างมาก 5 คน ที่มีความเห็นเป็นบวกกับนักการเมืองของภูมิใจไทย ประกอบด้วย เชาวนะ ไตรมาศ ประธานคณะอนุฯ อนุชา จันทร์สุริยา อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ และปิยะ รักสกุล คนที่ไปไหว้ต้อนรับนายกฯอนุทินถึงสนามบินบุรีรัมย์ช่วงต้น มี.ค.69 ส่วน 2 เสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นันทศักดิ์ พูลสุข และธัชสกล พรหมจมาศ
ความพยายามขุดคุ้ยของ “ชยพล สท้อนดี” สส. กทม. พรรคส้ม ล็อกเป้า 5 อนุกรรมการในคณะที่ 36 ว่ามีจุดเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างน้อยผ่าน 2 หลักสูตรสร้างคอนเน็กชั่น คือ หลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ของ กกต. และหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.)
โดย 5 อนุฯ ของคณะที่ 36 ล้วนผ่านหลักสูตร พตส. ทั้งสิ้น อนุชา อัฌษไธค์ และเชาวนะ รุ่น 6 ปิยะ รุ่น 10 และเดชา รุ่น 14 ซึ่งชยพลระบุว่า แม้ทั้ง 5 คนไม่ได้เรียนรุ่นเดียวกัน แต่เมื่อเข้าเรียนหลักสูตร พตส. จะได้เป็นสมาชิกสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งโดยทันที และในข้อบังคับสมาคม ข้อ 11 (4) กำหนดว่า สมาชิกต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ที่ผ่านมา นายกสมาคมฯ ล้วนมาจากภูมิใจไทยทั้งสิ้น ได้แก่ สรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 1 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 2 ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน
ชยพลเปิดเผยอีกว่า ในส่วนของ สว. และ สส.สีน้ำเงิน ที่เป็นสมาชิกสมาคมสถาบันพัฒนาการเมืองฯ อาทิ มงคล สุระสัจจะ สว. พตส. รุ่น 2 วุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. พตส. รุ่น 1 อนุทิน พตส. รุ่น 3 สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม สส.ศรีสะเกษ และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พตส. รุ่น 9 ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ และเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย พตส. รุ่น 4 ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.อ่างทอง และรองหัวหน้าพรรคฯ พตส. รุ่น 9
ส่วนหลักสูตร นธป. อัฌษไธค์ นธป. รุ่น 6 ร่วมรุ่นกับอนุทิน เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายเนวิน ชิดชอบ และอัฌษไธค์ยังเป็นกรรมการใน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว.ปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกร้องตามสำนวนของคณะที่ 26 ในลำดับ 104 เป็นผู้ถือหุ้น
อีกบริษัทคือ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ธุรกิจครอบครัวรัชกิจประการ ซึ่งมีคนในตระกูลเป็นผู้ถูกร้องตามสำนวนของคณะที่ 26 ลำดับ 198 คือ ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ลูกชายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม
สายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างบุคคลในคณะอนุฯ ชุดที่ 36 กับคีย์แมนสีน้ำเงิน ซึ่งต่างเป็นผู้ถูกร้องคดีโกง สว. ตามสำนวนของคณะที่ 26 จึงเต็มไปด้วยข้อกังขาว่า เข้ามาเพื่อภารกิจพิเศษบางอย่างหรือไม่
นอกจากเรื่องคอนเน็กชั่นในจักรวาลระบอบสีน้ำเงิน ที่แผ่กิ่งก้านสาขาทุกทิศทาง ทั้งบน ล่าง ซ้าย ขวา และถูกระบุว่าเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับ 5 เสียงที่ลงมติยกคำร้องคดีโกง สว. ทั้งหมด เมื่อดูเอกสารบันทึกการประชุมคณะที่ 36 ที่เต็มไปด้วยคำถามถึงความไม่ชอบมาพากล ความถูกต้องครบถ้วนก่อนลงมติ ซึ่งไม่มีคำตอบ ก็ยิ่งทำให้สังคมไม่ไว้ใจว่ามีนอกมีในกับภูมิใจไทยหรือไม่
“อนุทิน”เองสวนกลับฝ่ายตรงข้ามว่า ผูกเรื่องกันมั่วซั่ว หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเคยออกหนังสือห้ามคนในพรรคยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ก็ยังไม่เห็นมีใครขัดคำสั่ง หรือมีหลักฐานกล่าวโทษ ปี 67 ภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีแรงจูงใจใด ๆ ที่จะต้องไปวุ่นวายกับเรื่อง สว. เลย
อนุทินเหมือนเตรียมทางรอดของตัวเองไว้แล้ว เพราะน่าจะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แม้จะออกหนังสือห้ามลูกพรรค แต่ก็ยังติดบ่วงถูกกล่าวหายกชุด 16 กรรมการบริหารพรรค รวมถึงรัฐมนตรี สส. และเครือข่ายมากมายขนาดนี้
ดังนั้น ถูกผิดย่อมอยู่ที่พยานหลักฐาน และความกล้าของ กกต.





