"นครินทร์" เปิดใจเวที วปอ. 68 สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นการเมืองไทย ชี้ระบบ "สว.เลือกกันเอง" ความผิดพลาดรัฐธรรมนูญ 60 ย้ำ รัฐบาล-รัฐธรรมนูญ ต้องสร้างความเชื่อใจให้คนทุกสี
ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมแสดงทรรศนะและเปิดใจในงานเสวนาวิชาการของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ในหัวข้อ "การเมืองไทย และสังคมไทย สำหรับอนาคต" สะท้อนภาพความซับซ้อนของโครงสร้างการเมืองไทย ปัญหาความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ และปมการร่างรัฐธรรมนูญที่กลายเป็นโจทย์ยากในการอธิบายให้ต่างชาติเข้าใจ
ศ.ดร.นครินทร์ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความยากลำบากในการอธิบายกลไกทางการเมืองไทยให้นักวิชาการและประธานศาลรัฐธรรมนูญในต่างประเทศเข้าใจ โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล การได้มาและการพ้นจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี รวมถึงการยุบพรรคการเมือง ซึ่งหากอธิบายให้คนไทยฟังก็อาจพยักหน้าเข้าใจได้ แต่สำหรับต่างชาติถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนสูงมาก และตนมักต้องตอบแบบกำปั้นทุบดินว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยไม่มีทางเลือกอื่น
ระบบสรรหาเปลี่ยนทุกยุค — ชี้ สว.เลือกกันเองคิดเองใช้เอง
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ระบบการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระของไทยนั้นขาดความแน่นอนและเปลี่ยนไปในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นปี 2540, 2550, 2557, 2558 หรือ 2560 ส่งผลให้เกิดความเคลือบแคลงและมีปัญหาทางกฎหมายตามมามากมาย เช่น ปัญหาการตั้งกรรมการ ป.ป.ช. หรือ ปัญหาภายในของ กสทช.
"การใช้อำนาจของวุฒิสภามีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับค่อนข้างต่ำเนื่องมาจากที่มา โดยเฉพาะระบบที่ให้ สว. เลือกกันเอง ซึ่งเป็นระบบที่ประเทศไทยคิดขึ้นมาเองและใช้กันเองโดยไม่มีประเทศอื่นใช้ ผมเผอิญรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ท่านเคยบอกกับผมว่า สิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุดและเป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่าง ก็คือการร่างกลไกระบบ สว. ชุดนี้ขึ้นมา" ศ.ดร.นครินทร์ กล่าว
ย้ำรัฐบาล-รัฐธรรมนูญ ต้องสร้าง Trust ให้คนทุกสี
ศ.ดร.นครินทร์ ให้หลักคิดสำคัญในทางรัฐศาสตร์ว่า รัฐธรรมนูญ สภาการเมือง และสภาสังคม จะต้องมี “ความชอบธรรม” (Legitimacy) และ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” (Trust) จากประชาชน หากขาดความไว้วางใจแล้ว ระบบก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เหมือนกับระบบธนาคารที่อยู่ไม่ได้หากคนไม่เชื่อมั่นและแห่กันไปถอนเงิน แต่ปัจจุบันความไว้วางใจต่อระบบการเมืองไทยและการบริหารงานเลือกตั้งขององค์กรอย่าง กกต. กลับอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ
ในช่วงท้ายของการเสวนา นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 ได้ตั้งคำถามแหลมคมถึงทิศทางข้างหน้าของประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวการลงประชามติและการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่าสังคมไทยกำลังอยู่บนทางแยกระหว่าง “รัฐธรรมนูญสีน้ำเงินเข้ม” กับ “รัฐธรรมนูญสีน้ำเงินแบบเดิม” หรือไม่ และอาจารย์คิดว่าจะไปทางไหน?
“รัฐธรรมนูญต้องเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของสีใดสีหนึ่ง รัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของการปกครองบ้านเมือง ต้องเป็นของคนทุกสี ประเทศเราจะแบ่งเป็นกี่สีไม่สำคัญ แต่รัฐบาลต้องเป็นของทุกสี สิทธิเสรีภาพของทุกสีต้องได้รับการคุ้มครอง และต้องมีช่องทางโดยชอบธรรมให้ทุกสีได้ส่งเสียง มีตัวแทน และมีช่องทางร้องทุกข์เข้าสู่ระบบราชการหรือศาลได้”
พร้อมเตือนสติว่า สังคมไทยน่าจะเข็ดได้แล้วกับการมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญ เพราะบางครั้งผู้เชี่ยวชาญก็สามารถพารัฐธรรมนูญลง





