ACT ผนึก กกร. และภาคีเครือข่าย จัด “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” 6 ก.ย. ชี้ 51.2% ของประชาชนมองปัญหาทุจริตแย่ลงในรอบ 3 ปี พร้อมเปลี่ยนความสิ้นหวังว่า “โกงแก้ไม่ได้” เป็นพลังร่วม
KEY POINTS
- ACT ผนึก กกร. และภาคีเครือข่าย จัด “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” 6 ก.ย.
- ชี้ 51.2% ของประชาชนมองปัญหาทุจริตแย่ลงในรอบ 3 ปี พร้อมเปลี่ยนความสิ้นหวังว่า “โกงแก้ไม่ได้” เป็นพลังร่วม
- เชื่อการเปิดเผยข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้การโกงเกิดขึ้นได้ยากและแก้ไขได้จริง
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ผนึกกำลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน จัดงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” ในวันที่ 6 กันยายน ภายใต้แนวคิด “โกงได้…แก้ได้ เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศ” เพื่อกระตุ้นสังคมให้ตระหนักว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขได้ ด้วยการ “ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน” ต่อการโกง
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ปัญหาคอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่รูปแบบการทุจริตมีความซับซ้อนและวางแผนอย่างเป็นระบบมากขึ้น
โดยผลสำรวจของคณะทำงาน Zero Corruption ภายใต้ กกร. พบว่า 89% ของภาคธุรกิจไทยมองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่ประชาชน 51.2% เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนข้อจำกัดด้านการร้องเรียนและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดย 52.3% ไม่เชื่อมั่นช่องทาง Whistleblowing ของภาครัฐ และ 43.7% ระบุว่า แม้พบการเรียกรับผลประโยชน์ก็ไม่กล้าร้องเรียน ขณะที่ 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการติดต่อครั้งล่าสุด
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่า หากสังคมเกิดความรู้สึกว่า “การโกง…แก้ไม่ได้” ก็อาจนำไปสู่ความชาชิน การยอมรับ และการปล่อยให้ปัญหาทุจริตขยายตัวต่อเนื่อง
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความเชื่อว่าการโกงแก้ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียง “คนตัวเล็ก ๆ” ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จนนำไปสู่การเพิกเฉยต่อปัญหา
ดังนั้นสารสำคัญของงานวันต่อต้านคอร์รัปชันปีนี้จึงต้องการเปลี่ยนความสิ้นหวังให้กลายเป็นพลังของคนทั้งประเทศ และย้ำว่า “การคอร์รัปชันไม่ใช่ชะตากรรมของประเทศ แต่เป็นปัญหาที่ทุกคนร่วมกันป้องกันและแก้ไขได้”
ตลอดกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ACT และภาคีเครือข่ายได้พัฒนาเครื่องมือและกลไกเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบการทุจริต ทั้งการเปิดเผยข้อมูล การเฝ้าระวังโดยภาคประชาชน และการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจสอบ อาทิ Integrity Pact (IP), CoST, ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน, Corruption Watch และ ACT AI โดยเฉพาะ Integrity Pact ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องงบประมาณแผ่นดินแล้วกว่า 79,700 ล้านบาท
เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ข้อมูลถูกเปิดเผย และสังคมไม่ยอมรับการโกง การทุจริตจะทำได้ยากขึ้น และสามารถตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาได้จริง
สำหรับงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 10.00-11.15 น. ณ ห้องปฏิบัติการอีเวนต์ (UTCC Event Lab) อาคาร 23 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ธุรกิจ…จะเลือกโกง หรือ เลือกแก้” โดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย
จากนั้นเป็นเวทีเสวนา “ใครโกง…ใครแก้” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน โดยมี รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โชฏิมา จันทร์คง ผู้สื่อข่าวรายการ “สืบสวนความจริง” เนชั่นทีวี ซึ่งมีบทบาทในการเปิดโปงความไม่โปร่งใสในการจัดพิมพ์ตำราเรียนของ สกสค. และพัสนีย์ พูลสุข ประชาชนผู้เปิดโปงการทุจริต ดำเนินรายการโดย อติรุจ กิตติพัฒนะ
เวทีดังกล่าวจะนำเสนอแนวทางและประสบการณ์เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล การใช้เทคโนโลยี และบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบ เพื่อทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยากขึ้น พร้อมสร้างความเข้าใจว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านงบประมาณ แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจ การแข่งขัน คุณภาพบริการภาครัฐ ความเป็นธรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ACT ระบุว่า ตัวอย่างปัญหาการทุจริตในหลายกรณีสะท้อนต้นทุนที่สังคมต้องแบกรับ เช่น คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 4,600 ล้านบาท และพบความผิดปกติของผลสอบเกือบ 5,900 ราย ขณะเดียวกัน ประสบการณ์จากหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม ยังชี้ให้เห็นว่า การปฏิรูประบบราชการ การเปิดเผยข้อมูล และการลดช่องว่างการทุจริต เป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ดังนั้น “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” จึงไม่ได้มุ่งเพียงสะท้อนปัญหา แต่ต้องการเป็นเวทีสร้างความหวังและเปลี่ยนทัศนคติของสังคม จากความเชื่อว่า “การโกง…แก้ไม่ได้” ไปสู่ความเชื่อว่า “การโกงแก้ได้ หากทุกคนร่วมกัน” โดยเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกัน “ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน” และลงมือมีส่วนร่วมสร้างสังคมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยอมรับการทุจริต
ผู้สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ในวันที่ 6 กันยายน ผ่านเฟซบุ๊กขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดงาน





