วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

วันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. ACT ปลุกพลังสังคม ชวนคนไทย 'ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน'

ACT ผนึก กกร. และภาคีเครือข่าย จัด “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” 6 ก.ย. ชี้ 51.2% ของประชาชนมองปัญหาทุจริตแย่ลงในรอบ 3 ปี พร้อมเปลี่ยนความสิ้นหวังว่า “โกงแก้ไม่ได้” เป็นพลังร่วม

KEY POINTS

  • ACT ผนึก กกร. และภาคีเครือข่าย จัด “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” 6 ก.ย.
  • ชี้ 51.2% ของประชาชนมองปัญหาทุจริตแย่ลงในรอบ 3 ปี พร้อมเปลี่ยนความสิ้นหวังว่า “โกงแก้ไม่ได้” เป็นพลังร่วม 
  • เชื่อการเปิดเผยข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้การโกงเกิดขึ้นได้ยากและแก้ไขได้จริง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ผนึกกำลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน จัดงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” ในวันที่ 6 กันยายน ภายใต้แนวคิด “โกงได้…แก้ได้ เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศ” เพื่อกระตุ้นสังคมให้ตระหนักว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขได้ ด้วยการ “ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน” ต่อการโกง

แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ปัญหาคอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่รูปแบบการทุจริตมีความซับซ้อนและวางแผนอย่างเป็นระบบมากขึ้น

โดยผลสำรวจของคณะทำงาน Zero Corruption ภายใต้ กกร. พบว่า 89% ของภาคธุรกิจไทยมองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่ประชาชน 51.2% เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนข้อจำกัดด้านการร้องเรียนและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดย 52.3% ไม่เชื่อมั่นช่องทาง Whistleblowing ของภาครัฐ และ 43.7% ระบุว่า แม้พบการเรียกรับผลประโยชน์ก็ไม่กล้าร้องเรียน ขณะที่ 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการติดต่อครั้งล่าสุด

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่า หากสังคมเกิดความรู้สึกว่า “การโกง…แก้ไม่ได้” ก็อาจนำไปสู่ความชาชิน การยอมรับ และการปล่อยให้ปัญหาทุจริตขยายตัวต่อเนื่อง

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความเชื่อว่าการโกงแก้ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียง “คนตัวเล็ก ๆ” ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จนนำไปสู่การเพิกเฉยต่อปัญหา

ดังนั้นสารสำคัญของงานวันต่อต้านคอร์รัปชันปีนี้จึงต้องการเปลี่ยนความสิ้นหวังให้กลายเป็นพลังของคนทั้งประเทศ และย้ำว่า “การคอร์รัปชันไม่ใช่ชะตากรรมของประเทศ แต่เป็นปัญหาที่ทุกคนร่วมกันป้องกันและแก้ไขได้”

ตลอดกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ACT และภาคีเครือข่ายได้พัฒนาเครื่องมือและกลไกเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบการทุจริต ทั้งการเปิดเผยข้อมูล การเฝ้าระวังโดยภาคประชาชน และการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจสอบ อาทิ Integrity Pact (IP), CoST, ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน, Corruption Watch และ ACT AI โดยเฉพาะ Integrity Pact ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องงบประมาณแผ่นดินแล้วกว่า 79,700 ล้านบาท

เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ข้อมูลถูกเปิดเผย และสังคมไม่ยอมรับการโกง การทุจริตจะทำได้ยากขึ้น และสามารถตรวจสอบหรือแก้ไขปัญหาได้จริง

วันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. ACT ปลุกพลังสังคม ชวนคนไทย 'ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน'

สำหรับงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 10.00-11.15 น. ณ ห้องปฏิบัติการอีเวนต์ (UTCC Event Lab) อาคาร 23 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ธุรกิจ…จะเลือกโกง หรือ เลือกแก้” โดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย

จากนั้นเป็นเวทีเสวนา “ใครโกง…ใครแก้” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน โดยมี รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โชฏิมา จันทร์คง ผู้สื่อข่าวรายการ “สืบสวนความจริง” เนชั่นทีวี ซึ่งมีบทบาทในการเปิดโปงความไม่โปร่งใสในการจัดพิมพ์ตำราเรียนของ สกสค. และพัสนีย์ พูลสุข ประชาชนผู้เปิดโปงการทุจริต ดำเนินรายการโดย อติรุจ กิตติพัฒนะ

วันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. ACT ปลุกพลังสังคม ชวนคนไทย 'ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน'

เวทีดังกล่าวจะนำเสนอแนวทางและประสบการณ์เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล การใช้เทคโนโลยี และบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบ เพื่อทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยากขึ้น พร้อมสร้างความเข้าใจว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านงบประมาณ แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจ การแข่งขัน คุณภาพบริการภาครัฐ ความเป็นธรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ACT ระบุว่า ตัวอย่างปัญหาการทุจริตในหลายกรณีสะท้อนต้นทุนที่สังคมต้องแบกรับ เช่น คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 4,600 ล้านบาท และพบความผิดปกติของผลสอบเกือบ 5,900 ราย ขณะเดียวกัน ประสบการณ์จากหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม ยังชี้ให้เห็นว่า การปฏิรูประบบราชการ การเปิดเผยข้อมูล และการลดช่องว่างการทุจริต เป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ดังนั้น “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569” จึงไม่ได้มุ่งเพียงสะท้อนปัญหา แต่ต้องการเป็นเวทีสร้างความหวังและเปลี่ยนทัศนคติของสังคม จากความเชื่อว่า “การโกง…แก้ไม่ได้” ไปสู่ความเชื่อว่า “การโกงแก้ได้ หากทุกคนร่วมกัน” โดยเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกัน “ไม่ทน ไม่เฉย ไม่ชิน” และลงมือมีส่วนร่วมสร้างสังคมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยอมรับการทุจริต

ผู้สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ในวันที่ 6 กันยายน ผ่านเฟซบุ๊กขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดงาน