วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม 2569

Login
Login

 “พจน์” เปิดโรดแมป “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ลดคอร์รัปชัน

 “พจน์” เปิดโรดแมป “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” เตรียมประชุมคณะกรรมการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ 23 ก.ค. พร้อมปิดห้องเคลียร์ปมคอร์รัปชัน  เปิดเวที “Closed-Door Dialogue” เจาะ Pain Points รายอุตสาหกรรม ผลักดันแก้กฎหมายรับ OECD ตั้งเป้าลดต้นทุนแฝงธุรกิจไทย

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า ภายหลังจากการวางกรอบการขับเคลื่อนการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนใน 6 ยุทธศาสตร์หลัก คณะทำงานกำลังเข้าสู่ระยะของการผลักดันเชิงปฏิบัติ โดยเตรียมประชุมคณะกรรมการประสานงานต่อต้านการทุจริตครั้งที่ 1 ในวันที่ 23 ก.ค. 2569 เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเป็นรูปธรรม

“สิ่งที่เราต้องการในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสะท้อนปัญหาคอร์รัปชัน แต่ต้องเปลี่ยนข้อเสนอให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้ และเกิดผลจริงต่อภาคธุรกิจและประเทศ”

คณะทำงานมุ่งเดินหน้าต่อยอดจาก 6 แนวทางสำคัญ ทั้งการสร้างจิตสำนึก การยกระดับนโยบายต่อต้านการทุจริต การบริหารความเสี่ยง การใช้เทคโนโลยี การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และการคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล โดยจะเชื่อมโยงทุกประเด็นเข้าสู่การดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือ การจัด Closed-Door Dialogue ในวันที่ 5 ส.ค. 2569 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ซึ่งจะเชิญผู้แทนภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกภายใต้บรรยากาศปิด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสะท้อนปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา

โดยเวทีดังกล่าวจะมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การระบุ Pain Points และจุดเสี่ยงของการทุจริตในแต่ละกระบวนการ การถอดบทเรียนจากหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จในการลดช่องว่างการทุจริต (Good Cases) และการกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบาย (Commitments & Next Steps) เพื่อผลักดันให้เกิดต้นแบบองค์กรโปร่งใสในภาครัฐและภาคเอกชน

“เราอยากสร้างพื้นที่ที่ทุกฝ่ายสามารถพูดปัญหาได้จริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่การกล่าวโทษ แต่เป็นการร่วมกันออกแบบวิธีป้องกัน”

ดร.พจน์ กล่าวว่า อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การทำงานคู่ขนานกับ คณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะทำงานกำลังผลักดันการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้กลุ่มงาน Reinvent Thailand

เป้าหมายคือการเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อช่วยลดต้นทุนแฝง ลดการใช้ดุลพินิจ และเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการของภาครัฐ

“การลดคอร์รัปชันไม่ได้หมายถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อน และลดโอกาสในการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น” รวมถึงจะใช้โอกาสในการสื่อสาร พรบ. อำนวยความสะดวกภาครัฐร่วมกับกพร ให้ทั้งหน่วยงานธุรกิจและประชาชนเข้าใจในกฎหมายฉบับนี้และใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และต่อยอดจากพรบเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารภาครัฐเพื่อลดความซับซ้อนของการทำงานอีกด้วย

 โดยในวันที่ 1 ต.ค. 2569 จะครบรอบ 1 ปีของการขยายความร่วมมือของ Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ไปสู่ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ตลอดปีที่ผ่านมา คณะทำงานได้ดำเนินการสำรวจปัญหาคอร์รัปชัน ผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดช่องว่างการทุจริต และจัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบดังกล่าว คณะทำงานมีแผนจัด Dinner Talk เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถผลักดันได้จริง

ดร.พจน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับเป้าหมายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 เนื่องจากมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล ไม่ใช่เพียงเพื่อผ่านเกณฑ์ OECD แต่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ลดต้นทุนของภาคธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

เครือข่ายของ Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากหลายภาคส่วน โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงานในด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาเครือข่าย เพื่อร่วมผลักดันการสร้างสังคมโปร่งใสอย่างยั่งยืน ซึ่งการแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชน ที่ต้องร่วมกันสร้างระบบซึ่งทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยาก และการทำความดีเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม