วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

เช็กลิสต์ฝ่ายค้าน ซักฟอกรัฐบาล สะสมพลัง รอเปิดหีบ เปลี่ยนรัฐบาล

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตกลง ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล ล็อกตัว "อนุทิน-ไชยชนก" แม้ "เท้ง" ประกาศจะโค่น "นายกฯ" ทว่าไม่ใช่เสียงของสภา แต่คือ พลังประชาชน ที่สะสมรอเปิดหีบเลือกตั้ง

KEY POINTS

  • ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปและอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมีเป้าหมายหลักที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.ดิจิทัลฯ ไชยชนก ชิดชอบ
  • ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะถูกนำมาซักฟอก ได้แก่ การฮั้วเลือกตั้ง สว.  การทุจริตสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI Passport และสินบนปราบเว็บพนันออนไลน์
  • แม้การลงมติล้มรัฐบาลในสภาเป็นไปได้ยาก แต่เป้าหมายหลักของฝ่ายค้านคือการเปิดโปงข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อสร้างความไม่ไว้วางใจ
  • การอภิปรายครั้งนี้เป็นการสะสมคะแนนนิยมและหวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

พรรคฝ่ายค้านที่มี “พรรคประชาชน” เป็นแกนนำ หารือลงตัวกับพรรคร่วม ว่าจะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ทั้ง “อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ” และ “อภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ หรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล”"

โดยตกลงกันว่า ต้องล็อกตัว 2 คีย์แมน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นเวทีซักฟอกในรอบนี้

นอกจากนั้นแล้ว ในชั้นเตรียมการ “วิปฝ่ายค้าน” ยังมอบหมายให้ “รังสิมันต์ โรม” สส. พรรคประชาชน เป็นผู้นำทัพ ทำหน้าที่ประสานข้อมูล รายละเอียดกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อรวบรวมรายชื่อ จัดทำญัตติ ซึ่งยังไม่ใช่ประเด็นเชิงลึก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลประเด็นที่จะอภิปรายรั่วไหลไปถึงฝ่ายตรงข้าม

เช็กลิสต์ฝ่ายค้าน ซักฟอกรัฐบาล  สะสมพลัง รอเปิดหีบ เปลี่ยนรัฐบาล

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทรวมพลัง อยู่ระหว่างเตรียมประเด็น และความพร้อมที่จะอภิปราย ส่วน พรรคกล้าธรรม นั้นยังไม่ชัดเจนว่า จะร่วมศึกซักฟอกครั้งนี้หรือไม่

ประเด็นที่ถูกคาดหมายว่า จะถูกหยิบยกมาอภิปราย หากแกะรอยจาก “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน จากพรรคส้ม ที่ให้สัมภาษณ์ เมื่อ 2 กันยายน ถึงการลิสต์รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกซักฟอก คือ “อนุทิน-ไชยชนก” พร้อมกับ ดักทาง “สภาสีน้ำเงิน” ว่า อย่าหาช่องปิดกั้น ห้ามพูดเรื่อง ฮั้ว สว. และโกงสอบท้องถิ่น

เท่ากับว่า ประเด็นที่ถูกวางอยู่ในลิสต์ ต้องมี 2 เรื่องหลัก คือ “ฮั้ว สว.” ที่พบข้อกล่าวหาเชื่อมโยง “รัฐมนตรีในสังกัดภูมิใจไทย” รวมถึงแกนนำ เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ที่พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นตรงกันว่า เป็นกระบวนการใหญ่ กระทบต่อการปกครอง 

หากมีใครชงเรื่องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ อาจบรรยายคำร้องให้เทียบเท่ากับการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และในอีกทาง ยังสามารถไล่บี้เอาผิดจริยธรรมนักการเมืองได้

หากใช้ประเด็นนี้ซักฟอกรัฐบาลจริง อาจมีตัวละครสำคัญ เช่น “สุขสมรวย วันสวัสดิ์” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อยู่ในลิสต์ที่จะถูกอภิปรายด้วย เพราะมีภาพหลักฐานปรากฏในการจัดเลี้ยง โดยใช้เครือข่ายในพื้นที่อำนาจเจริญ ส่งผู้สมัคร สว. 

เช็กลิสต์ฝ่ายค้าน ซักฟอกรัฐบาล  สะสมพลัง รอเปิดหีบ เปลี่ยนรัฐบาล

ส่วนประเด็น “โกงสอบท้องถิ่น” ที่ “บิ๊กมหาดไทย” เข้าไปเกี่ยวข้อง เรื่องนี้อาจถูกเชื่อมโยงไปยัง นายกฯ อนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย ที่ปล่อยปละละเลยไม่กำกับดูแล จัดแถวข้าราชการ จนทำให้เรื่องโกงสอบไม่เพียงกระทบแค่ “ระดับท้องถิ่น” แต่เป็นผลกระทบระดับชาติในจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ในการสมัครเข้าไปสมาชิก OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในปี 2571 ซึ่งกรรมการ OECD ให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมาก

ขณะที่ประเด็นอื่น นอกเหนือจากนี้ หากแกะรอยจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา ตามที่ “สส. พรรคส้ม” แอ็กชันรองลงมา คือ การติดตามตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ที่ “รมต. ไชยชนก” ดูแล พร้อมกับตั้งข้อสันนิษฐานว่า โครงการพันล้าน มีประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง ทั้งการกำหนดทีโออาร์ ที่ส่อล็อกสเปคให้ “บางบริษัท” ที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “บ้านใหญ่ชิดชอบ” อีกทั้งรายละเอียดโครงการมีจุดอ่อน มีข้อบกพร่อง ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนไปจ่าย

เช็กลิสต์ฝ่ายค้าน ซักฟอกรัฐบาล  สะสมพลัง รอเปิดหีบ เปลี่ยนรัฐบาล

ตามมาด้วยเรื่อง “สินบนปราบเว็บพนันออนไลน์” ที่ไชยชนก เป็นผู้เปิดประเด็นกลางสภาเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว แม้เรื่องจะถูกส่งต่อไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้ว แต่ตัวการใหญ่ ที่ “รังสิมันต์ โรม” ในฐานะประธาน กมธ. การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ เปิดโปง และพยายามเรียกร้องให้นำตัวเข้าสู่กระบวนการ แต่ยังไร้ความคืบหน้า 

ขณะเดียวกัน “เว็บพนันออนไลน์” ที่เป็นปัญหาเกี่ยวโยงกับความมั่นคง อาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งในประเทศ นอกประเทศ ก็ยังไม่เห็นความเอาจริงของรัฐบาลในการปราบปราม 

อีกทั้งยังโยงไปถึง แก๊งไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ช่วงที่มีวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ที่สงสัยว่าแกนนำของรัฐบาลอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

รวมถึงการใช้ “เงินกู้ 2 แสนล้าน” เพื่อกู้วิกฤติ-เปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่แม้ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่า โปร่งใส เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ แต่เรื่องนี้จะอยู่ในลิสต์ของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “ประชาธิปัตย์” ที่ไม่ปล่อยให้รอดพ้นจากการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทย ที่คุมเสียงข้างมากในสภาฯ ได้แบบไม่แตกแถว และยังมี "ทีมสำรอง” ที่พร้อมจะเติมเต็มให้รอดจากการโหวตไม่ไว้วางใจของ สส. ซึ่งฝ่ายค้านรับรู้ความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี 

แม้เป้าหมายขั้นสุดของฝ่ายค้าน คือการลาก “อนุทิน” ลงจากเก้าอี้ นายกฯ ด้วยเสียงในสภา จะเป็นไปได้ยาก แต่สิ่งที่พอจะทำได้คือ การให้ข้อมูลสังคม เพื่อจุดประเด็นความไม่ไว้วางใจ หวังตัดโอกาสพรรคภูมิใจไทยในศึกเลือกตั้งรอบหน้า

ที่สำคัญคือ ความหวังให้ผลงานการตรวจสอบรัฐบาลผลิดอกออกผล เพราะเมื่อถึงวันที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือประชาชน ย่อมมีโอกาสพลิกขั้วรัฐบาลได้