"วิปฝ่ายค้าน" ล็อกเป้าซักฟอก "อนุทิน-ไชยชนก" พร้อมตั้ง "รังสิมันต์" เป็นแม่ทัพใหญ่ ย้ำทำงานเต็มที่ หวังเสียงปชช. เปลี่ยนรัฐบาล
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม ฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า วิปฝ่ายค้านเห็นตรงกันต่อการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ส่วนกรอบเวลานั้นจะพิจารณาโดยเร็ว ส่วนครอบคลุมบุคคลใดบ้างนั้น เบื้องต้นมี 2 คนที่ตกลงร่วมกัน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ส่วนบุคคลอื่นเป็นการบ้านที่แต่ละพรรคที่ต้องรวบรวม นอกจากนั้นแล้ววิปฝ่ายค้านได้ตั้งคณะทำงาน ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นหัวหน้า เพื่อ พูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติ เพื่อเตรียมยื่นญัตติโดยเร็ว
เมื่อถามว่า จะมีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายที่จะสามารถสะเทือนรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทำงานเต็มที่ ทั้งนี้ตนขอฝากไปยังนายกฯ ที่บอกว่า พร้อมตอบทุกคำถาม จึงหวังว่านายกฯ และพรรคภูมิใจไทย จะไม่ใช้ช่องทางให้ ประธานสภาฯ วินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่อง ฮั้วสว. และเรื่องโกงสอบท้องถิ่น ส่วนกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าจะเอานายอนุทิน ลงจากตำแหน่งนั้น พรรคประชาชน ฐานะแกนนำฝ่ายค้านพร้อมทำเต็มที่
"ย้ำว่าเราทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และหวังถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า หากเราทำหน้าที่ของเราได้ดีประชาชนเห็นพ้องกับเราว่าการมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาลน่าจะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ จะเป็นวิธีที่ทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่แค่นับคะแนนตอนลงมติในสภา แต่คือการนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ตามหลักฐานที่มี และเมื่อใดที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือของประชาชน เชื่อว่าจะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่า จะไม่สายเกินไปหรือที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งครั้งหน้า นายพริษฐ์ กล่าวว่า "ต้องมองเป็นขั้น ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องวัดกันที่คะแนนลงมติ แต่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่า สส. รัฐบาลกี่คนที่จะมาลงมติไม่ไว้วางใจ หากเราชนะมติได้ ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น แต่หากการอภิปรายแล้วลงไม่ไว้วางใจไม่ได้ เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือพี่น้องประชาชนก็จะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนรัฐบาลมีมากขึ้นด้วย"





