'ชัชชาติ' เผย กทม.จ่อโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล ลดภาระในอนาคต แจงจัดงบปี 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน ยึดสมดุล-รักษาวินัยการเงินการคลัง
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ก่อนการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปี 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยถึงการดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กรุงเทพมหานครโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งทรัพย์สิน และหนี้สินให้รัฐบาล
ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และค่าโดยสารได้เป็นอันหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่ คิดว่าตรงนี้เป็นภาระสำคัญ ถ้ากรุงเทพมหานคร สามารถลดภาระตรงนี้ได้ก็จะทำให้มีเงินกลับมาดูแลประชาชนในมิติอื่นมากขึ้น
ส่วนบีทีเอสไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเงื่อนไขมีอยู่แล้ว แค่เป็นการเปลี่ยนเจ้าของ เงื่อนไขสัญญาไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนหรือต่างไป ประเด็นสำคัญคือ ต้องคุยกับรัฐบาลก่อน ว่า Book Value (มูลค่าทางบัญชี) หรือมูลค่าจริงๆ เป็นเท่าไร รัฐบาลได้รถไฟฟ้าไป 1 เส้น คงต้องมีการคุยว่าจะชดเชยให้กรุงเทพมหานครอย่างไร
"เป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้กรุงเทพมหานคร ลดภาระในอนาคตได้ เรื่องค่าโดยสารที่กำลังมีปัญหาอยู่ กรุงเทพมหานครไม่สามารถเอาภาพรวมทั้งหมดมาจ่ายเส้นเดียวได้ ทำให้ลดภาระเรื่องส่วนต่าง"
ขณะเดียวกันก็จะมีเงินกลับมาเพื่อไปพัฒนาส่วนอื่นของกรุงเทพมหานคร ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรีบดำเนินการ แต่สุดท้ายก็ต้องมาหารือกับสภากรุงเทพมหานคร เพราะเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับค่าก่อสร้างที่ค้างอยู่คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะรวมอยู่กับ Book Value (มูลค่าทางบัญชี) อยู่แล้ว น่าจะชำระหักหนี้ไป เพราะถ้าโอนกลับไปก็เป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่แล้ว
แต่มูลค่าปัจจุบันจะตีมูลค่าเท่าไร เพราะหลังปี 2572 รายได้จะกลายเป็นของกรุงเทพมหานคร 100% ต้องดูว่ามูลค่าในอนาคตเป็นเท่าไร ทรัพย์สินเท่าไร กรุงเทพมหานคร ได้จ่ายเงินไปบางส่วนทั้งค่ารถ ค่าดำเนินการตลอดเวลาสัมปทานต้องดูว่ามูลค่าเท่าไร ตอนนี้มีการตีมูลค่าอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในกระบวนการต่อรอง รวมถึงมีการคุยเรื่อง พ.ร.บ.ร่วมทุน หลังปี 2572 อยู่
- แจงจัดงบปี 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน ยึดหลักงบสมดุล รักษาวินัยการเงินการคลัง
ต่อมาในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายชัชชาติ นำเสนอหลักการ และเหตุผลของร่างข้อบัญญัติดังกล่าว ว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นี้ มีวงเงินรวม 93,918.92 ล้านบาท ซึ่งกรุงเทพมหานคร ยืนยันหลักการความโปร่งใส คุ้มค่า กระจายความเจริญอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาของประชาชน ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนากรุงเทพฯ ในระยะยาว
นายชัชชาติ กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ งบประมาณของกรุงเทพมหานคร 93,000 ล้านบาท และงบประมาณของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร 918.92 ล้านบาท โดยยึดหลักงบประมาณแบบสมดุล และรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด
- จัดงบเส้นเลือดฝอย 6,661 ล้านบาท ลงลึกถึง 50 เขต
สำหรับการจัดสรรงบประมาณเชิงรุกลงสู่เส้นเลือดฝอยนั้น จะครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต วงเงินกว่า 6,661 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานใกล้ตัวประชาชน ทั้งถนน ตรอก ซอย ทางเดินเท้า ลานกีฬา สวนสาธารณะ ไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบระบายน้ำ และโรงเรียน/ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
- ยุทธศาสตร์ 9 ด้าน ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งโอกาส
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า แม้หน่วยรับงบประมาณจะเสนอขอตั้งงบประมาณรวมสูงถึง 144,238 ล้านบาท แต่เพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่ห้ามตั้งรายจ่ายประจำสูงกว่ารายได้ประจำ ทางกรุงเทพมหานคร จึงได้พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณ ตามภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณ โดยจะต้องเกิดความคุ้มค่า และประหยัดมากที่สุด
สำหรับงบตามยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร 9 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนสู่ "เมืองที่สร้างโอกาส และความหวังให้กับทุกคน" นั้น ประกอบด้วย เดินทางดี 15,719 ล้านบาท, สิ่งแวดล้อมดี 5,440 ล้านบาท, ปลอดภัยดี 4,126 ล้านบาท, สุขภาพดี 2,536 ล้านบาท, เรียนดี 2,513 ล้านบาท, สังคมดี 1,115 ล้านบาท, บริหารจัดการดี 845 ล้านบาท, เศรษฐกิจดี 195 ล้านบาท และโปร่งใสดี 159 ล้านบาท
• แม้แบกภาระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่ยังคุมวินัยการคลัง
นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. ยังมีภาระต้องชำระค่าจ้างเดินรถ ซ่อมบำรุง และดอกเบี้ยเงินกู้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รวม 6,044 ล้านบาท ส่งผลให้เหลืองบประมาณสำหรับบริหารจัดการเมือง และแก้ปัญหาประชาชนจริงๆ ราว 86,956 ล้านบาท ซึ่งภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าวนี้ ทำให้กรุงเทพมหานคร มุ่งเน้นการจัดทำงบประมาณแบบสมดุล และรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดอย่างไรก็ตาม
นอกจากนี้ ยังวางมาตรการเชิงรุกเร่งรัดการเบิกจ่าย เพื่อส่งผ่านเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ฐานะการคลังของ กทม. ยังอยู่ในเกณฑ์มั่นคง โดย ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 มีเงินฝากธนาคารรวมกว่า 62,134 ล้านบาท
นายชัชชาติ กล่าวสรุปต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภากรุงเทพมหานคร จะให้การสนับสนุน และรับหลักการร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และกรุงเทพมหานครต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



