การดำเนินโครงการก่อสร้าง อุโมงค์ส่งน้ำ ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่ วงเงิน 9,561 ล้านบาท ของกรุงเทพมหานคร ถูกตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเอกชนที่ประมูลโครงการได้ อาจมีปัญหาด้านคุณสมบัติ เนื่องจากฐานะการเงิน จนถึงขั้นยื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การดำเนินโครงการนี้ เริ่มต้นจาก สำนักการระบายน้ำ กทม. ออกประกาศเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 เชิญชวนประกวดราคาจ้าง ก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่ วงเงิน 9,561 ล้านบาท ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) พร้อมเอกสารการประกวดราคา กำหนดให้ผู้ที่สนใจยื่นเอกสารข้อเสนอ พร้อมกับซองราคาผ่าน e-bidding ในวันที่ 22 มิ.ย.2569
พบว่า มีเอกชนยื่นซองประกวดราคา 3 ราย ได้แก่ 1.กิจการร่วมค้า NC-NB ประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด 2.บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
ผลปรากฏว่า กิจการร่วมค้า NC-NB เสนอราคาต่ำสุดเป็นเงิน 9,518 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 43 ล้านบาท ขั้นตอนในขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองราคา ก่อนที่จะเสนอนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม.ลงนามประกาศชื่อผู้ชนะการประกวดราคา อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ดี มีการตั้งข้อสังเกตว่า บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ หนึ่งในกิจการร่วมค้า NC-NB ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามว่า จะสามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ของรัฐได้หรือไม่
เพราะตามเงื่อนไขในขอบเขตของงาน หรือทีโออาร์ (TOR) ข้อ 2.10 ระบุว่า “ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั้นพิเศษ ประเภททั่วไป ไว้กับกรมบัญชีกลาง” และกรมบัญชีกลาง ได้ขีดเส้นให้ผู้ประกอบการงานก่อสร้างทุกรายยื่นเอกสารตรวจสอบติดตามสถานะภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 หากใครไม่ยื่นหรือคุณสมบัติไม่ผ่าน จะต้องถูกเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนผู้รับเหมาชั้นพิเศษทันที
เมื่อตรวจสอบประกาศรายชื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐของกรมบัญชีกลาง พบว่า กิจการร่วมค้า NC-NB ที่มี บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ เป็นแกนนำ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการชั้นพิเศษ สาขางานก่อสร้างชลประทานมาตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งตามหลักเกณฑ์แล้ว กรมบัญชีกลางจะตรวจติดตาม หรือรีวิวสถานะผู้ประกอบการทุกๆ 3 ปี
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 กรมบัญชีกลาง มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งไปยังเจ้าของกิจการ หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน 4 สาขา อันได้แก่ สาขางานก่อสร้างทาง สาขางานก่อสร้างสะพาน สาขางานก่อสร้างชลประทาน และสาขางานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและชายฝั่ง ให้มายื่นคำขอตรวจติดตาม เพื่อรีวิวสถานะของผู้ประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2569
แต่เนื่องจากเกิดวิกฤติพลังงาน กรมบัญชีกลาง จึงมีหนังสือเวียนแจ้งเจ้าของกิจการงานก่อสร้างทั้ง 4 สาขา ขีดเส้นตาย ให้มายื่นคำร้องขอตรวจติดตามภายในวันที่ 30 มิ.ย.2569 หากผู้ประกอบการงานก่อสร้างไม่ได้ยื่นเอกสารหลักฐาน เพื่อประกอบคำขอตรวจติดตาม ผ่านระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมบัญชีกลางจะดำเนินการเพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการรายนั้นออกจากทะเบียนผู้ประกอบการต่อไป
ที่สำคัญในประกาศคณะกรรมการราคากลาง และขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ หน้าที่ 3 ข้อ 4.1 ระบุว่า มูลค่าสุทธิของกิจการ Net worth ต้องแสดงค่าเป็นบวกในปีสุดท้ายก่อนวันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน
จากการตรวจสอบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ Mr.Bing Chen ถือหุ้นใหญ่สุด 10.67% รองมาคือ นายพลพัฒ กรรณสูต ถือ 10.25% นำส่งงบการเงินล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า บริษัทมีทรัพย์สินรวม 12,117.99 ล้านบาท แต่มีหนี้สินรวม 15,138.66 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,951.74 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 77.79 ล้านบาท
ส่วนในงบการเงินประจำปี 2568 ระบุว่า มีสินทรัพย์รวม 12,669.18 ล้านบาท หนี้สินรวม 15,620.84 ล้านบาท รายได้รวม 8,409.34 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,001.86 ล้านบาท
ทั้งนี้ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ มีสถานะทางการเงินขาดทุนสุทธิติดต่อกันถึง 3 ปี ได้แก่ ปีงบ 2568 ขาดทุนสุทธิ 1,001.86 ล้านบาท ปีงบ 2567 ขาดทุนสุทธิ 3,983.53 ล้านบาท ปีงบ 2566 ขาดทุนสุทธิ 1,020.98 ล้านบาท
สำหรับ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ของ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ จากข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ณ วันที่ 13 มี.ค.2569 ประกอบด้วย 1.MR. BING CHEN สัดส่วน 10.67% 2.นายพลพัฒ กรรณสูต สัดส่วน 10.25% 3.ว่าที่ ร.ต.พิษณุ คมวีระวงศ์ สัดส่วน 1.74% 4.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด สัดส่วน 1.73% 5.นายทวีฉัตร จุฬางกูร สัดส่วน 1.49% ทั้งนี้หากย้อนหลังข้อมูลการผู้ถือหุ้นใหญ่ ตั้งแต่ปี 2565-2568 พบว่า “ตระกูลกรรณสูต” โดยนายพลพัฒ กรรณสูต สัดส่วน 10.25%
นอกจากนี้ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ ยังยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 โดยศาลล้มละลาย รับคำร้องไว้พิจารณา และนัดไต่สวนในวันที่ 17 ส.ค.2569
มีรายงานว่า ปัจจุบันรองผู้ว่าฯ กทม.คนหนึ่ง กำลังติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานะทางการเงินของ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ กำลังสุ่มเสี่ยงอาจถูกกรมบัญชีกลาง เพิกถอนการเป็นผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทานชั้นพิเศษ หรือไม่ หากถูกเพิกถอน อาจทำให้ขาดคุณสมบัติเป็นผู้เข้าประกวดราคาโครงการข้างต้น
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว “กรุงเทพธุรกิจ” ติดต่อขอสัมภาษณ์นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เพื่อสอบถามความคืบหน้าโครงการ และข้อสังเกตต่างๆ โดยทีมงานของนายวิศณุแจ้งว่าต้องนัดหมายเวลาก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ได้
สำหรับไทม์ไลน์ของโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำส่วนต่อขยาย จากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสี่ ผู้ว่าฯ กทม.ลงนามเห็นชอบให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี e-bidding วันที่ 28 เม.ย.2569 ต่อมาเปิดรับฟังความเห็นร่างเอกสาร 12-19 พ.ค.2569 และประกาศเชิญชวนวันที่ 20 พ.ค.2569
หลังจากนั้น วันที่ 29 พ.ค.2569 คณะกรรมการบมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ มีมติและยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยบริษัทชี้แจงว่า มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง มีหนี้จำนวนมาก และไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ต่อมา 22 มิ.ย. 2569 เป็นวันยื่นเสนอราคาโครงการ
น่าสังเกตว่า การยื่นเสนอราคาเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก. เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 เพียงแค่ 6 วัน และเกิดขึ้นหลังจาก บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ 24 วัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



