วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

รีเซ็ตมหาดไทย ‘ล็อตใหญ่’ ‘ครูใหญ่สีน้ำเงิน’ จัดทัพซี 10

การจัดอำนาจการเมืองในมหาดไทย ยุค “สีน้ำเงิน” เป็นใหญ่ จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น นอกจากเก้าอี้ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ในนาทีสุดท้ายสายตรง มท.1 "ปลัดอรรษิษฐ์" จะยังได้นั่งที่เดิม หรือถูกส่งมานั่งใกล้ๆ “น.หนู” ที่ทำเนียบรัฐบาล

KEY POINTS

  • กระทรวงมหาดไทย เตรียมปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (ซี 10) ครั้งใหญ่ในเดือนกันยายน เพื่อทดแทนข้าราชการ 18 ตำแหน่งที่เกษียณอายุ และเปิดทางให้พรรคภูมิใจไทยจัดวางคนของตนเอง
  • ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นที่จับตามองที่สุด ท่ามกลางกระแสข่าวการชิงอำนาจภายในพรรคภูมิใจไทยเพื่อผลักดันคนของตนเองขึ้นมาแทน
  • มีการคาดการณ์ถึงข้อตกลงว่า หากปลัดกระทรวงคนปัจจุบันยังอยู่ในตำแหน่งเดิม อำนาจในการแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีและผู้ว่าราชการจังหวัดจะตกเป็นของ "ครูใหญ่สีน้ำเงิน"
  • การแต่งตั้งครั้งนี้จะเน้นบุคคลในสายตรงของพรรคภูมิใจไทย หรือที่เรียกว่า "สิงห์น้ำเงิน" มากกว่าระบบรุ่นจากสถาบันการศึกษาแบบเดิม

สัญญาณชัด หลังนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ควบ รมว.มหาดไทย ออกมายอมรับ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายต้องทำให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับงาน หลังจากก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า “มหาดไทย” เตรียมจะรีเซ็ตผู้บริหารระดับสูงครั้งใหญ่

ท่าที “อนุทิน” กับ “กระแสข่าว” สอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ข่าวนี้จงใจปล่อยออกมา เพื่อส่งสัญญาณให้รับรู้ โดยเฉพาะข้าราชการกระทรวง ได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ

ขณะเดียวกันกระแสข่าวดังกล่าวยังบังเอิญออกมาในไทม์มิ่งใกล้ฤดูกาลโยกย้ายข้าราชการประจำปี ที่ต้องขยับทดแทนคนเก่าที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยเฉพาะการวางคนของตัวเองเข้าไปทำงาน ดังนั้นสัญญาณการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใหญ่ที่บอกกล่าวล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องแตกตื่น หรือเป็นที่จับตาว่าเกิดอะไรขึ้น

เรียกว่าอาศัยฤดูกาล กับจังหวะชุลมุนข่าวคราวเสียหายของกระทรวงมหาดไทย ใช้เป็นข้ออ้างในการ “บิ๊กคลีนนิ่ง”

สำหรับเดือนกันยายน 2569 นี้ ในส่วนของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มีระดับบิ๊กๆ เกษียณอายุราชการจำนวน 18 คน ประกอบด้วย 1 รองปลัด 2 อธิบดี 13 ผูู้ว่าราชการจังหวัด และ 2 ผู้ตรวจ 

“สันติธร ยิ้มละมัย” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นในชุดแรก “พรพจน์ เพ็ญพาส” อธิบดีกรมที่ดิน คีย์แมนคนสำคัญในคดีเขากระโดง “สายตรงน้ำเงินจ๋า” “พงษ์นรา เย็นยิ่ง” อธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมือง 

“ณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์” ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย “สมภพ สมิตะสิริ” ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 

“ขจรเกียรติ รักพานิชมณี” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น “ชูศักดิ์ รู้ยิ่ง” ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก “ชุติพร เสชัง” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ “สิทธิชัย สวัสดิ์แสน” ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “วีระพันธ์ ดีอ่อน” ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

“พาตีเมาะ สะดียามู” ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี “สมชัย เลิศประสิทธิพันธ์” ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ “ชาญชัย ศรศรีวิชัย” ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร “ก้องสกุล จันทราช” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 

“ปริญญา โพธิสัตย์” ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว “นที มนตรีวัต” ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง “ราชันย์ ซุ้นหั้ว” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ “สมบัติ ไตรศักดิ์” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

ถือเป็น “บิ๊กล็อต” ที่พรรคภูมิใจไทย น่าจะใช้จังหวะนี้ “โละ-รื้อ-รีเซ็ต” มากกว่า 18 คน 18 ตำแหน่งแน่นอน โดยเฉพาะระดับ “อธิบดี” และ “ผู้ว่าราชการจังหวัด”

ทว่า เก้าอี้ที่หลายคนจับตามากที่สุด หนีไม่พ้นเก้าอี้ “ปลัดกระทรวงมหาดไทย” ของ “ปลัดป็อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ที่ถูกเขย่า และเลื่อยขามาตลอด ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทยคัมแบ็กเป็นแกนนำรัฐบาล

 เป็นที่รู้กันว่า “ผู้มากบารมีบุรีรัมย์” ต้องการเอาปลัดอรรษิษฐ์ออก และผลักดันสายตรง “บิ๊กพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งเหลืออายุราชการอีกแค่ 1 ปีขึ้นมาแทนที่

เก้าอี้ปลัดมหาดไทยนี้เอง คือ สาเหตุที่ทำให้กระทรวงคลองหลอดไม่เคยสงบสุข และเกิดความขัดแย้ง จนลามไปถึงความสัมพันธ์ “2 น.” เพราะทั้ง “บิ๊กป็อบ” และ “บิ๊กพวง” ต่างมีแบ็กอัประดับผู้ยิ่งใหญ่ในค่ายสีน้ำเงินคอยถือหางทั้งคู่

ที่ผ่านมาปฏิบัติการเขี่ย “ปลัดป็อบ” ล้มเหลว หลายครั้งหลายครา เพราะมี “น.หนู” คอยอุ้ม คุ้มกันเก้าอี้ให้ แต่ครั้งนี้น่าจับตาว่า จะแบกอยู่หรือไม่ เพราะมันก็มีช่องว่างให้ถูกเสียบได้ไม่ยาก

โดยเฉพาะเก้าอี้ “ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี” ที่กำลังจะว่างลง หลังจาก “ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร” ปลัดคนปัจจุบันกำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน นี้ แต่จนป่านนี้ยังไม่มีสัญญาณแต่งตั้งใครมาทดแทน เหมือนกับเตรียมไว้รอใครบางคนอยู่

แต่ดูแล้ว “น.หนู” ไม่น่าจะยอมง่ายๆ ยิ่งพักหลังมีข่าว “ขัดขืน-แข็งขืน” กับ “น.เน” ออกมาเป็นระยะ

การจัดการเบ็ดเสร็จของ น.หนู คนเดียวคงจะยาก เพราะมหาดไทยย่อมเชื่อมโยงกับเรื่องฐานเสียงการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคด้วย

ฉะนั้นการจงใจปล่อยข่าวออกมาให้รู้ล่วงหน้าว่ามหาดไทยจะเขย่าล็อตใหญ่ จึงเป็นไปได้ว่า 2 บิ๊กสีน้ำเงิน น่าจะมีข้อตกลงกันจบแล้ว ว่าจะวางใครไปอยู่ตรงไหน

การรีเซ็ต มท.ครั้งนี้ หาก“ปลัดป็อบ”ยังเหนียวแน่น “น.หนู”ยังได้โควตาปลัดคู่ใจนั่งที่เดิม ดังนั้นตำแหน่ง“อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด” ย่อมต้องเป็นอำนาจของ“ครูใหญ่สีน้ำเงิน”ริบไปจัดทัพ วางเครือข่ายเต็มพรืดกระทรวงคลองหลอด 

ที่น่าสนใจรอบนี้ ไม่มีเรื่องรุ่น “สิงห์ดำ” รัฐศาสตร์ จุฬาฯ “สิงห์แดง” รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่เคยผลักดันขึ้นครองอำนาจในฝ่ายประจำ แต่จะมาในสูตร “สิงห์น้ำเงิน” ดันแต่ “เลือดแท้-สายตรงบุรีรัมย์” ให้ผงาดขึ้นมา

หากย้อนไปในสมัย “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาอนุทิน เป็น “มท.1” ยุคนั้นก็ไม่จำกัดว่า “สิงห์” ตัวนั้น จะจบจากสถาบันไหน แต่เน้นเอาคนไว้วางใจ มือทำงานให้เจ้ากระทรวงล้วนๆ

ไม่ต่างกับ รัฐบาลเพื่อไทยเป็นแกนนำ “อนุทิน” นั่ง มท.1 ก็ได้เห็น “สายบุรีรัมย์” ไม่ว่าจะ “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์- นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ พรพจน์ เพ็ญพาส ” กระโดดขึ้นมาเป็น “อธิบดี” กรมใหญ่ทันที

การจัดอำนาจการเมืองในมหาดไทย ยุค“สีน้ำเงิน” เป็นใหญ่ จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น นอกจากเก้าอี้ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ในนาทีสุดท้ายสายตรง มท.1 "ปลัดอรรษิษฐ์" จะยังได้นั่งที่เดิม หรือถูกส่งมานั่งใกล้ๆ “น.หนู” ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์