วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

วัดพลัง ‘2 น.’ อลหม่าน ภท. ปูด ‘นายกฯ ศ.’ สยบป่วนน้ำเงิน

การปล่อยข่าว เปลี่ยนสมการ “เซ็ตซีโร่การเมือง” ชั่วโมงนี้ฟันธงเป็นการวางหมากของ “บิ๊กสีน้ำเงิน” เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น สยบความปั่นป่วน ในรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยเพียงเท่านั้น 

KEY POINTS

  • เกิดการวัดพลัง และความขัดแย้งภายในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระหว่าง 2 บุคคลสำคัญที่ใช้อักษรย่อ "น." คือ อนุทิน ชาญวีรกูล (น.หนู) และ เนวิน ชิดชอบ (น.เน)
  • ความขัดแย้งดังกล่าวสร้างความอลหม่านปั่นป่วนภายในพรรค ซึ่งมีกลุ่มการเมืองต่างๆ กำลังแย่งชิงตำแหน่ง และโควตาท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี
  • มีการปล่อยข่าวลือเรื่อง "นายกรัฐมนตรีคนนอก" ที่มีอักษรย่อ "ศ." ซึ่งถูกระบุว่าอาจหมายถึง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
  • การปล่อยข่าว "นายกฯ ศ." เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองของแกนนำในพรรค เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และสยบความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นภายในพรรคภูมิใจไทย

นับตั้งแต่ “อนุทิน” นำทีมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อเริ่มนับหนึ่งบริหารราชการแผ่นดินใน “รัฐบาลอนุทิน 2” เต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 จนถึงเวลานี้ เป็นเวลาราว 3 เดือน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้รัฐบาลจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่กลับเผชิญสารพัดมรสุมรุมเร้า เขย่าความเชื่อมั่นรายวัน จนเกิดคำถามที่ว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลจะใช้องคาพยพที่มีอยู่ในมือ ประคับประคอง “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งนานแค่ไหน

ความอลหม่านปั่นป่วนใน “พรรคสีน้ำเงิน” ภายใต้การบริหารจัดการของ “2 น.” คือ น.หนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรค และ "น.เน" เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่สีน้ำเงิน ที่เป็นเสมือน “ดาว 2 ดวง”    

แม้เวลานี้ อาจยังไม่เห็นถึงสัญญาณแตกหัก แต่ก็เกิดคำถามว่า สัญญาณที่ถูกส่งออกมาในเวลานี้ ทั้งสอง น.ยังแน่นแฟ้นเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร

ท่ามกลางการจับตาไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง “2 ซูเปอร์คีย์แมน” สีน้ำเงิน ในขณะที่สัญญาณรีเซ็ตการเมือง โดยเฉพาะการ“ปรับ ครม.” อาจลามไปถึงการเขย่าใหญ่ “14 ประธาน กมธ.” เพื่อกลบจุดอ่อนขาลงรัฐบาล ดังถี่ขึ้นเป็นระยะ 

เวลานี้เห็นชัดว่า บรรดา “ซุ้มการเมือง” สีน้ำเงิน ทั้ง “น้ำเงินเลือดเก่า” และ “น้ำเงินเลือดใหม่” ที่เพิ่งย้ายพรรคมารวมในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างเร่งสร้างผลงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้เป็นรัฐมนตรี หรือมีตำแหน่ง ที่หวังขยับตนเองพ้น “เรดโซน” ไปได้อยู่ “เซฟโซน”  เพื่อ “ตีตั๋ว” ไปต่อ 

 

ขณะที่ “กลุ่มอกหัก” ในรอบที่แล้ว เวลานี้จ้องเดินเกมรุกหนัก รอจังหวะทวงคืนโควตา ทั้งจากบางกลุ่มบางซุ้มที่ สส.ไม่ถึงเป้าแต่กลับได้รับการตบรางวัล ด้วยตำแหน่งเสนาบดี ตำแหน่งการเมือง โดยเฉพาะ “กลุ่มลูกเทพ” ของ“ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรค   

อยู่ที่ว่า ถึงที่สุด “น.หนู” จะกล้าหักดิบ ริบคืนอำนาจจากกลุ่ม “น.นก” ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของ “น.เนวิน” หรือไม่ 

ภายใต้ความอลหม่านปั่นป่วนที่เกิดขึ้นใน “พรรคสีน้ำเงิน” ที่ต่างฝ่ายต่างถือไพ่ไว้คนละใบ จึงไม่แปลก ที่จะมีกระแสข่าว “นายกฯ คนนอก” อักษรย่อ “ศ.” ถูกปล่อยออกมา ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยมีการพุ่งเป้าไปที่ “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง “องคมนตรี” 

กระแสข่าวนายกฯ คนนอก ถูกปล่อยออกมาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เวลานี้กูรู รวมถึงนักวิเคราะห์หลายสำนัก ประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นการปล่อยเพื่อ"กลบกระแส"เท่านั้น 

เพราะหากประเมินความเป็นไปได้ ภายใต้บริบทการเมืองในเวลานี้ ยังมี “แคนดิเดตนายกฯ” ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ทั้งใน “ขั้วรัฐบาล” ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยังมี "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย ยังมี "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" รมว.การอุดมศึกษาฯ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รมว.เกษตรฯ "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค  

หรือหากพลิกขั้วไปที่ “ขั้วฝ่ายค้าน” ก็ยังมี "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" หัวหน้าพรรค "ศิริกัญญา ตันสกุล "วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร" รองหัวหน้าพรรค 

 

 

 

 

จะว่าไปแล้ว ประเด็น “นายกฯ คนนอก” หรือ“นายกฯ มาตรา 5” ที่ถูกปล่อยออกมา เป็นกระแสการตีความทางการเมือง เพื่อหาทางออกยามประเทศเกิดทางตัน โดยอ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 ที่ระบุว่า "เมื่อไม่มีบทบัญญัติใดบังคับแก่กรณี ให้วินิจฉัยตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย"

ในเมื่อปัจจุบันยังมีบทบัญญัติในการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ จากบัญชีพรรคการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 การจะเว้นบทบัญญัติที่มีอยู่ แล้วไปใช้อีกมาตราซึ่งยังไม่เข้าเกณฑ์ โอกาสจึง “เป็นศูนย์”  

ยิ่งโมเดล “นายกฯ คนนอก” ในบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะบทบัญญัติดังกล่าว ระบุไว้อย่างชัดเจน สามารถเสนอชื่อ “นายกฯ คนนอก” ได้ ในช่วง 5 ปีแรก นับแต่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ฉะนั้น หากจะใช้ช่องทางนี้ ก็มีทางเดียวคือ ต้อง“ฉีกรัฐธรรมนูญ” ทิ้ง แล้วยกร่างใหม่เท่านั้น

ภายใต้มรสุมที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยเวลานี้ โดยเฉพาะมหากาพย์ร้อนโกงสอบท้องถิ่น ที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังกระทรวงมหาดไทย และกำลังเซาะกร่อนความเชื่อมั่นพรรคภูมิใจไทย ในฐานะเจ้ากระทรวงแบบเต็มๆ 

หรือแม้แต่ “ศึกสีน้ำเงิน” ท่ามกลางกระแสข่าวปรับ ครม. รวมถึงรีเซ็ตตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรค ก็สร้างความปั่นป่วนภายในไม่น้อย

ที่มาที่ไปของการปล่อยข่าว เปลี่ยนสมการ “เซ็ตซีโร่การเมือง” เสนอชื่อนายกฯ คนนอก และโยงชื่อ “ดร.นก” เศรษฐพุฒิ หวังขายภาพความเป็นอีลิตที่มีตั๋วพิเศษอีกชั้น 

ชั่วโมงนี้ฟันธงได้เลยว่า เป็นการวางหมากของ “บิ๊กสีน้ำเงิน” บางคน เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น สยบความปั่นป่วน ที่กำลังเกิดขึ้นในรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยเพียงเท่านั้น 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์