“อนุทิน” เผย ประชุมล้อมคอก ทุจริตสอบบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น ชี้ ผลสอบโมฆะเฉพาะคนโกง รับ เกิดในยุคผม ธ.ค.68 เคยสั่งยกเลิกมาแล้ว แต่ถูกกดดันต้องการคนเพิ่ม ชี้ คลิปเสียงคุย รมช.ไม่สำคัญเท่าหลักฐาน ระบุ มท.เสียหายต้องแจ้ง ตร. สวน “เดชอิศม์” ไม่ต้องรีบร้อนตัว ลั่น ลุยเต็มที่ ไม่เกรงใจใคร
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า เป็นการเรียกมาสั่งการ และมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินคดีหาคนผิด หาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้ง นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะถือว่าอุกอาจถึงขั้นเอาข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ และกำหนดให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริต และถือว่าเป็นการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย เพราะเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถ ต้องมาแพ้กับกระบวนการทุจริตเช่นนี้ รวมถึงแพ้กับข้าราชการที่ทุจริตตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นราชการ
เมื่อถามว่า จะถือเป็นโมฆะทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมข่าวไปพาดหัวอย่างนั้น บางทีต้องขอสื่อจริงๆ บางทีท่านไม่รู้ใจตน ก็ไปพาดหัวข่าวแบบนั้น คนก็ตกอกตกใจกันหมด ตนพูดถึงว่าถ้าไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนที่เป็นการทุจริตจะต้องโมฆะ แต่มีคนชี้แจงว่าที่มีการบรรจุข้าราชการหลายท่านเข้าไปแล้ว ผมบอกว่า ถ้าข้าราชการหลายคนนั้นเป็นต้นตอตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง เหมือนทฤษฎีผลไม้มีพิษ ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ถูก ก็ไม่ถูกตลอดทาง เป้าหมายต้องเป็นแบบนี้ ผมเคยเจอที่บอกว่า ต่อให้ผิดแต่บรรจุเข้ามาแล้ว แต่งตั้งมาแล้ว กว่าศาลจะบอกว่าผิดก็ไปเป็นซี 9 ซี 10 กันหมดแล้ว ถึงเวลาบอกว่าผิดแต่ก็ไปดึงกลับมาไม่ได้ ผมก็ยกตัวอย่างตรงนั้นว่าสำหรับตรงนี้มันไม่ใช่ เพราะนี่ไม่ใช่ซี 9 ซี 10 แต่เข้ามาทำงานยังไม่ถึงหนึ่งปีเลย ถ้าเขามาด้วยการสอบที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาด้วยการทุจริตแก้ข้อสอบมาก็ต้องมาโมฆะหมด
เมื่อถามว่า จุดเริ่มต้นของการทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งนี้เกิดขึ้นยุคใคร นายอนุทิน กล่าวว่า สอบช่วงเดือนธันวาคม 2568 ก็ตนนี่แหละ แต่อย่างที่บอกว่าการสอบเป็นส่วนของกรม เป็นส่วนของท้องถิ่น และตนได้ยกเลิกครั้งแรกมาแล้ว และบอกว่าอย่าเพิ่งมีการสอบ ช่วงที่ตนเข้ามาตั้งแต่ ปี 66 ไม่มีการสอบเลย และบอกว่ามีการกดดันว่า 2 - 3 ปีแล้วไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำงานไม่ไหวขอให้ปล่อยให้มีการสอบ ซึ่งการจะปล่อยหรือไม่ปล่อยเป็นหน้าที่ของกรม และต้องทำให้ดี เปลี่ยนจาก ม.บูรพา เป็นมาเป็น มศว. มีการเปลี่ยนแปลงคนบริหารจัดการการสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ และเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วของเฉลยข้อสอบได้อย่างไร ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบแบบนี้ไม่ไหว จึงเป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยว แต่พอบรรจุเข้าไปก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี
เมื่อถามว่า ได้ฟังคลิปเสียงที่กล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน คลิปเสียงยังไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม ตนก็ฟังจากโซเชียลมีเดียยังไม่มีใครมาบอกว่าเป็นคลิปเสียงที่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปคดี ซึ่งตรงนี้ตำรวจทำอยู่ ถ้าเป็นของจริงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ขณะที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้เสียหาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเมื่อเช้ารับฟังรายงานมาว่าตำรวจยังทำไม่ได้เพราะสำนวนอยู่ที่ ป.ป.ช. เพราะผู้ร้องกลุ่มแรกที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้ที่สอบได้แล้วไม่ได้รับการบรรจุเขาไปร้อง ป.ป.ช. แต่ไม่ได้ฟ้องตำรวจ ตำรวจก็ทำคดีไม่ได้ ดังนั้น ต้องถือว่าเหตุการณ์เช่นนี้กระทรวงมหาดไทยคือหนึ่งในผู้เสียหาย จึงไม่ต้องร้อง ป.ป.ช. แต่ให้ฟ้องตำรวจดำเนินคดี
เมื่อถามว่า ถ้ามีรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวต้องจัดการด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเกี่ยวกับใครก็ต้องโดนหมด มีการรายงานว่าเป็นคลิปเสียงเก่าก่อนชุดนี้แน่นอน โดยช่วงเดือน ธ.ค.68 รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ประกอบด้วย นายศักดา วิเชียรศิลป์ , นายทรงศักดิ์ ทองศรี , น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล แต่คลิปที่ว่าเขาบอกว่าตั้งแต่เดือน ธ.ค. แต่ไม่รู้ว่าปีไหน คนที่ต้องไปสืบว่าคลิปดังกล่าวจริงหรือไม่ ทำขึ้นมา เป็น AI หรือไม่ ทำไมเสียงผู้ชายดูเรียบร้อยจัง ที่อ้างจริงหรือไม่ ถ้าทำจริงดูไม่ยาก
เมื่อถามว่า คนที่บอกว่าเป็นคลิปเก่านั้นได้บอกหรือไม่ว่าเป็นช่วงไหน เป็นช่วงที่นายอนุทิน ไม่ได้อยู่คุมมหาดไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ปี 68 ตนไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เดือน 6 - 9 แต่เรื่องนี้มีอธิบดีที่กำกับดูแลช่วงนั้นถึง 4 คน กรมที่รับผิดชอบมีกรมเดียวคือกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จึงสามารถตีกระชับได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้นแค่การแก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว
เมื่อถามว่า นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต รมช.มหาดไทย ออกมาชี้แจงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องมีใครปฏิเสธ มันอยู่ที่การสอบสวนมากกว่า มาปฏิเสธตอนนี้เดี๋ยวหาว่าร้อนตัวอีก ดำเนินการเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีเกรงใจใคร ถ้าถึงใครก็โดนคนนั้น ถึงใครก็โดน ใกล้ชิดสนิทสนม รู้จักไม่รู้จัก ไม่ใช่ประเด็น ปิดชื่อถือพฤติกรรม ถ้าไม่ทำแนวนี้ คนที่เดือดร้อนที่สุดคือตน บางทีก็ต้องไม่มีญาติ
เมื่อถามว่า ข่าวเช่นนี้มีมาหลายครั้งรู้สึกตกใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยได้ยินข่าวที่ศรีสะเกษ แต่ก็ไม่เชื่อว่ามีการทำจริง มันไม่เคยอุกอาจขนาดนี้ แต่วันนี้พอมาดูรายละเอียดมันเห็นหมด เอากล่องข้อสอบไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ห้องมั่นคงของหน่วยงานราชการมีเยอะทำไมต้องไปอยู่ที่บริษัทอะไรก็ไม่รู้ และตอนที่ตนเข้ามาเป็น รมว.มหาดไทย ปี 66 - 67 ตนยกเลิกไม่ให้สอบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้ข้าราชการ แต่เพราะได้ยินข่าวแบบนี้ ก็ให้มาชี้แจง แต่ยังชี้แจงไม่ได้ก็ระงับการสอบไปก่อน ต้องแก้ทีละจุด
เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยมีแต่เรื่องร้อน จะเอาอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเรื่องร้อนจากการทุจริตไม่ต้องถามว่าเอาอยู่หรือเอาไม่อยู่ แต่ไม่เอาก็ไม่ได้ ถ้าไม่เอาพวกตนก็โดนละเว้น ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องเห็นไม่ตรงกันไม่ถูกกันอันนี้อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเกี่ยวกับการทุจริต การทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพ เอาเปรียบประชาชน เราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จะสอบย้อนหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าการขยายผลทั้งหน้าทั้งหลังก็โดนหมด โดนใครก็ตรงนั้น และแม้ปัญหาเข้ามาเยอะเราก็ต้องแก้ เราต้องตั้งสมมติฐานว่าข้าราชการทุกคนรักชาติบ้านเมือง กว่าจะรู้ว่าเขาทำผิดทุกอย่างต้องมีหลักยุติธรรมมาจะลงโทษคนผิด เพราะลงโทษผู้บริสุทธุ์หนึ่งคน ไม่เท่าลงโทษคนผิด 100 คน มีหลักอยู่ต้องทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ





