"อภิสิทธิ์" เรียกร้อง "รัฐบาล" ทบทวนเงื่อนไขตัดสิทธิบัตรคนจน ปมลูกนำชื่อบิดา-มารดาลดหย่อนภาษี ชี้รัฐกวดขันผิดที่ผิดทาง
ที่บางกะปิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการกำหนดคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีการตัดสิทธิ์บุคคลที่ถูกลูกนำชื่อซึ่งเป็นบิดา หรือ มารดา ไปหักลดหย่อนภาษี และยังบังคับให้เลือกว่าจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีหรือถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยตนมองว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบาง ยิ่งกว่ากลุ่มคน 25 ล้านคนที่ไปใช้เงินในโครงการของรัฐอื่นๆ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะวิธีการที่ทำไม่ใช่การมุ่งเป้าที่ถูกต้อง และซ้ำร้ายเมื่อประชาชนกลุ่มดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถกลับไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ได้อีก เนื่องจากหมดเขตไปแล้ว
เมื่อถามว่าในประเด็นนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลายเป็นการทำให้ลูกหลานเป็นคนอกตัญญู เพราะทำให้พ่อแม่ถูกฟ้องร้องหรือเสียสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เห็นด้วย ซึ่งเป็นปัญหาจากการที่รัฐพยายามเข้มงวดกวดขันผิดที่ผิดทาง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับการตรวจสอบ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งรัฐบาลพยายามชี้แจง แต่ตนมองว่า สิ่งที่รัฐบาลชี้แจงไปนั้น ยังไม่ตรง ไม่สามารถเชื่อมโยงได้เลยว่า เงินที่นำไปใช้นั้นสามารถแก้ปัญหาตามที่รัฐบาลอ้างได้ เพราะปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของกำลังซื้อเป็นหลัก ทั้งนี้การทุ่มเงิน 2 แสนล้านบาทแรกนั้นไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของต้นทุน ซึ่งในความเป็นจริงยังมีวิธีอื่นอีกมากมายที่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินโดยเฉพาะในเรื่องของพลังงาน
"เป็นเรื่องที่หน่วยงานต่างๆ มีงบประมาณดำเนินการอยู่แล้ว หากต้องการเร่งรัดก็สามารถทำได้เลย และที่สำคัญคือ โครงการที่รัฐบาลพูดถึงในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง ไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้จริงอย่างที่กล่าวอ้าง นี่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ยังคงค้างคาอยู่”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าจากการลงพื้นที่พบปะประชาชน พบเสียงสะท้อนเรื่องเศรษฐกิจหนาหู แม้จะอยู่ในช่วงที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งช่วยกระตุ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ร้านค้าจำนวนมากก็ยังคงได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นคาบเกี่ยวไปถึงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไปผูกโยงกับเรื่องการยื่นภาษี ซึ่งตนได้อภิปรายในสภาไปแล้วว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคยย้ำหลายครั้งว่าการช่วยเหลือต้องเป็นแบบมุ่งเป้าแต่ในทางปฏิบัติกลับสวนทางกัน





