วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'กมธ.การเมือง' ไกล่เกลี่ย 'กกต.-ปชช.' ถอนฟ้อง แนะให้ถอยคนละก้าว

"นรเศรษฐ์" เผยผลประชุม "กมธ.การเมือง" หลังเป็นตัวกลาง "กกต.-ปชช." ไกล่เกลี่ยถอนฟ้อง ด้าน "รองเลขาฯ กกต." แจงหากไม่ฟ้อง อาจผิด ม.157

ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงภายหลังพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 ว่า   ประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจของการพูดคุย คือ กกต. ฐานะหน่วยงานภาครัฐฟ้องร้องประชาชน ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าการทำหน้าที่ประชาชนสอบถามเรียกร้องสิทธิ์ ตรวจสอบความถูกต้องโปร่งใสจนถูกฟ้องร้องจากผู้มีอำนาจ เป็นการกระทำในลักษณะฟ้องปิดปากหรือไม่ โดยได้สอบถามเจตนารมณ์ของ กกต.ในที่ประชุมที่มีความพยายามพูดคุยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจเจตนารมณ์ซึ่งกันและกัน จะดีกว่าถ้า กกต.ได้ฟังภาคประชาชน ซึ่งมีความตั้งใจเข้าไปตรวจสอบเพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในกระบวนการนับคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้

"ผมคาดหวังว่ากระบวนการต่อไป ประชาชนจะมีการพูดคุยกับ กกต.ชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้องประชาชน ถ้ามีการไกล่เกลี่ยและถอนฟ้องกันได้จะเป็นประโยชน์กับทั้งฝั่งประชาชนที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน และฝั่ง กกต.ที่ต้องเป็นภาระที่อาจจะถูกมองเรื่องภาพลักษณ์ว่าเป็นการฟ้องปิดปากประชาชน หลังจากนี้หวังว่าการติดตามตรวจสอบโดยภาคประชาชนคงต้องดำเนินต่อไปสมกับเจตนารมณ์ของ กกต.ที่จะทำให้การเลือกตั้งทุกครั้ง เป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส" นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการไกล่เกลี่ย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.ให้ความเห็นว่า กกต.ไม่ตั้งใจฟ้องร้องประชาชน แต่ถ้าหากไม่ดำเนินคดีอาจถูกฟ้องร้องตามมาตรา 157 กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน  ทำให้ตนมองว่า หาก กกต. ไม่ฟ้องประชาชนความเสียหายจะไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้นายครรชิตยังกล่าวด้วยว่าที่ผ่านมาเป็นการตอบโต้ผ่านการให้สัมภาษณ์ อาจทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ซึ่งกันและกันผิด และจากการที่พูดคุยกัน อยากให้ลองติดต่อไปที่ กกต.ชลบุรี เพื่อพูดคุยกันถ้าเข้าใจกันได้ เรื่องของการถอนฟ้องขอให้เป็นความเห็นของ กกต.ชลบุรี ผลจะเป็นอย่างไร ขอให้กกต.ชลบุรีรายงานผลมาที่ กกต.ใหญ่

"วันนี้ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี กกต.น่าจะเปิดทางให้มีการพูดคุยกัน แต่กระบวนการในการตรวจสอบการเลือกตั้ง กกต. ต้องถูกตรวจสอบต่อและอธิบายให้ประชาชนที่ยังสงสัยว่ากระบวนการเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ ซึ่งเรื่องการฟ้องร้องภาคประชาชนผมเชื่อว่าทางที่ดีที่สุดคือ ถอยกันคนละก้าว เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของ กกต.ดีขึ้น และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าท่านเอง ไม่ได้มีเจตนาฟ้องร้องประชาชน และประชาชนเองก็สามารถต่อสู้คดีต่อไปได้ง่ายมากขึ้น" นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ด้าน น.ส.มาริสา ปิดสายะ ทนายความศูนย์สิทธิมนุษยชนของภาคประชาชน กล่าวว่า ในเรื่องคดีทาง กกต. ไม่ยืนยันชัดเจนว่าจะถอนแจ้งความหรือถอนการร้องทุกข์หรือไม่ ซึ่งจะมีการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของประชาชน ส่วนกรณีที่ กกต.เปิดให้มีการพูดคุยกัน มองว่าจะเป็นประโยชน์อันดีที่จะได้พูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันเบื้องต้นจะต้องประชุมในทีมทนายความ และลูกความก่อนว่ามีความประสงค์ที่จะดำเนินการอย่างไร

"ข้อหาที่ กกต.แจ้งความเป็นอาญาแผ่นดิน แม้ผู้ร้องทุกข์จะถอนแจ้งความ จะไม่ตัดสิทธิ์ที่พนักงานสอบสวนและอัยการจะดำเนินคดีต่อ  แต่การถอนฟ้องประชาชนเป็นความมุ่งหมายอันดีว่าหาก กกต.ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ประชาชนสามารถต่อสู้คดีได้มีโอกาสมากขึ้น" น.ส.มาริสา กล่าว