วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หนุน กกต.เอาผิดพวกปล่อยเฟกนิวส์ ปมบาร์โค้ด ยันต้องมีป้องบัตรผี

'สนธิญา' ออกโรงหนุน กกต.ให้จัดการเอาผิด พวกปล่อย 'เฟก นิวส์' โจมตีปม 'บาร์โค้ด' บนบัตรเลือกตั้ง ชี้จำเป็นต้องมี เพื่อป้องกันบัตรผี

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. สนับสนุนการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการมีบัตรผี การทุจริตได้ เพราะไม่สามารถนำบัตรออกมาเพื่อที่จะสแกนหาบุคคล ชื่อ บุคคลที่ลงคะแนนได้ในจำนวนมากที่บุคคลธรรมดาพึงกระทำได้ โดยนายสนธิญา กล่าวว่า กรณีกลุ่มบุคคลที่คิดไม่เหมือน คิดต่างไม่ใช่เป็นเรื่องโง่ แต่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย

ประเด็นแรก ขอฝากเรียนไปถึงการชุมนุมที่สกายวอล์คเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาและยังชุมนุมขณะนี้ด้วยว่า เมื่อปี 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช  รวมทั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดนศาลวินิจฉัยพิจารณาให้จำคุกไปแล้ว 2 เดือน ปรับ 12,000 บาทและรอลงอาญา 2 ปี

ประเด็นที่สอง คือ ต้องการเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาและดำเนินคดีทั้งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่มีผู้บอกว่าเหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนนเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีทั้งที่จริงแล้วเกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี และกรณีการนำใบขีดคะแนนแล้วระบุว่าพบในกองขยะ ตนขอเรียกร้องให้กกต.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพราะเชื่อว่าปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากจะเข้าไปกองขยะแน่นอน อีกทั้งจะได้ทราบว่าที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำใบคิดคะแนนไปทิ้งขยะ

รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นที่เทศบาลท่าโขลง อำเภอเมืองปทุมธานี มีสื่อโทรทัศน์แห่งหนึ่ง มีความพยายามที่จะซูมให้เห็นถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามหมายเลข  โดยตนได้นำคลิปนี้ส่งให้กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นเป็นการกระทำที่กำลังจะบอกว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต ยืนยันว่าตนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจาก กกต.และหากมีการเลือกตั้งเป็นโมฆะตนก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์คนหนึ่งเหมือนกัน

เมื่อถามว่ากรณีที่ กกต. จัดทำคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตร นายสนธิญา กล่าวว่า เห็นด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้ยังมีคุณภาพ พร้อมถามกลับว่าถ้ากรณีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด เป็นความลับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการเลือกตั้งมีตั้งแต่การที่ประชาชนไปที่คูหาแล้วดูว่ามีชื่อของตนเองอยู่หรือไม่ แล้วนำบัตรประชาชนแสดงตนแล้วรับบัตรเลือกตั้งและเข้าไปกาในคูหา และเดินออกมา เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จเวลา 17.00 น.ก็มีการเปิดหีบนับคะแนน เมื่อนับแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งกระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการลับหรือไม่ ซึ่งการรวมคะแนนในแต่ละหน่วยและนำไปรวมรวมกันในเขตเลือกตั้งก่อนนำไปรวมในระดับอำเภอ ดังนั้น ต้องตีประเด็นในตรงนี้ก่อนว่าความลับไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้นอยู่ที่ว่าตรงนั้นเป็นความลับระดับไหน

นายสนธิญา กล่าวว่า กรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเป็นเรื่องของการตรวจสอบที่มาของบัตร ส่วนใครที่จะมีอำนาจหรือนำบัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ถึง 32 ล้านใบ หรือแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 100,000 คนนำไปสแกนคิวอาร์โค้ด หรือ บาร์โค้ด ตนคิดว่าสามารถทำได้แต่ขอถามว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้คนกี่คนในการสแกน ต้องใช้อาคารสำนักงานขนาดไหนและที่สำคัญจะนำบัตรนั้นออกมาได้อย่างไร

"เพราะปัจจุบันต้องยอมรับความเป็นจริงการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมากที่สุดครั้งหนึ่งและการซื้อเสียงก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองผู้สมัคร สส.และผู้รับเงินและประสิทธิภาพของการทำงานไม่ต้องพึ่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด อย่างปัจจุบัน บ้านใหญ่ก็มี ผู้ใหญ่ บ้านกำนัน อสม. อบต.สท. มีนายกอบต. นายกเทศบาล ซึ่งมีรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดอยู่แล้ว ใครจะมาปัญญาอ่อนนำเอาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไปสแกนข้อมูล แล้วใช้คนเป็นสิบเป็นร้อย ผมไม่เชื่อ" นายสนธิญา กล่าว

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า แต่หากถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะต้องพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคดีที่ตนเคยไปร้องศาลรัฐธรรม นูญและศาลปกครอง ซึ่งศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากมองว่าไม่เข้าเงื่อนไขในการยื่นคำร้อง และถ้า 2 หน่วยงานนี้ไม่รับ ตน เรียกร้องไปยังผู้ที่ยื่นและพรรคการเมืองที่สนับสนุนอย่าไปบอกว่าองค์กรอิสระเป็นพวกเดียวกันอีก เพราะขณะนี้กระบวนการนี้เมื่อกล่าวหาว่า กกต.เป็นองค์กรที่ไม่เที่ยงตรงไม่เที่ยงธรรม แต่นิด้าโพลระบุว่าประชาชนเกือบร้อยละ 60 ระบุว่ามีความน่าเชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันถ้าเมื่อไหร่ที่ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ก็อย่าไปกล่าวหาว่าองค์กรเหล่านั้นไม่ยุติธรรมอีก

นายสนธิญา ยังเรียกร้องว่าให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย หากจะยื่นคำร้องหรือคำฟ้องใดๆ ซึ่งตนมีแนวคิดเช่นนี้ ขออย่ามองว่าตนรับเงินจาก กกต.เพราะตนไม่ได้อะไรสักบาทนอกจากคนที่ด่าตน ขณะเดียวกันหลังเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะขนาดนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,400 กว่าหน่วยเลือกตั้ง หรือเกือบแสนหน่วยแต่มีหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยที่เกิดปัญหา และจะนำไปสู่การโมฆะทั้งกระดานนั้น เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ออกไปใช้สิทธิ 32 ล้านคนหรือไม่

ดังนั้น ตนจึงมายื่นให้กกต.พิจารณาวินิจฉัยและดำเนินและดำเนินคดีดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่ระบุกรณี กกต.แจ้งความผู้หนึ่งผู้ใด แล้วบอกว่าปิดปาก ก็ร่วมหัวกันฟ้อง กกต.ขนาดนี้ กี่คดีแล้ว ซึ่ง กกต.ก็จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต.ไว้ด้วย