วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ภาค ปชช.บุก กกต.จี้รับผิดชอบเลือกตั้ง 69 พลาด บี้แจงทุกข้อกล่าวหา

ภาค ปชช.บุก กกต.จี้รับผิดชอบเลือกตั้ง 69 พลาด บี้แจงทุกข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่ม  We Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน  เดินทางมายื่นหนังสือ และอ่านแถลงการณ์ร่วมแสดงจุดยืนและเรียกร้องต่อ กกต. ให้แสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้ง เพราะการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต.ปรากฏข้อผิดพลาด ความผิดปกติ และปัญหาจำนวนมาก ขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง สถานการณ์ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงในวงกว้าง นำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบ และนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สะท้อนถึง วิกฤตความเชื่อมั่นต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน  ประเด็นที่ขัดต่อหลักการสำคัญในการจัดการเลือกตั้งความโปร่งใส

โดยตัวแทนกลุ่มอ่านแถลงการณ์ว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในครั้งนี้  ส่อให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง และก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ประเด็นที่พบ เช่น การเปลี่ยนสโลแกนจากเดิมสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม เป็นสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ตัดคำว่าโปร่งใสออกไป สะท้อนทิศทางการสื่อสารที่ลดความสำคัญของการเปิดเผยต่อสาธารณะ

กรณีที่บางหน่วยเลือกตั้งเก็บเอกสารผลการนับคะแนนออกจากหน่วยในระยะเวลาอันสั้น ทั้งที่ควรเปิดเผยไว้เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้หลายกรณีที่จำนวนบัตรเลือกตั้ง ผลคะแนน และจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่สอดคล้องกัน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าบัตรเขย่ง เกิดขึ้นในหลายจังหวัด กรณีที่ประชาชนและผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการนับคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง ชัดเจน หรือถูกจำกัดการสังเกตการณ์

นอกจากนี้จากการติดตามระบบรายงานผลคะแนนเลือกตั้งภายหลังการปิดหีบ พบว่าคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งมิได้ถูกส่งตรงสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกส่งเข้าสู่ศูนย์ติดตามผลส่วนกลางก่อนการเผยแพร่ มีลักษณะเป็นตัวกลาง ในกระบวนการรายงานผลคะแนน  และเปิดช่องให้มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลสามารถเข้าถึงตรวจสอบ หรือปรับแก้ข้อมูลได้ก่อนการเปิดเผยต่อประชาชน  

กรณีที่สะท้อนปัญหา เช่น การชี้นำการออกเสียงประชามติในบางพื้นที่ กรณีการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสียที่ผิดพลาด แม้มีการทักท้วงจากผู้สังเกตการณ์ แต่เจ้าหน้าที่มิได้แก้ไขหรือทบทวนคำวินิจฉัย ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่บางรายยืนคุมการลงคะแนน อย่างไรก็ตาม ประชาชนคาดหวังให้ กกต. ใช้งบประมาณสาธารณะอย่างคุ้มค่า และจัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ จากเอกสารงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569  พบว่า มีการใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 7,824 ล้านบาท เป็นงบประมาณสาธารณะจำนวนมหาศาล และควรเพียงพออย่างยิ่งในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานและรัดกุม

ดังนั้น จากสถานการณ์ในปัจจุบันและข้อค้นพบดังกล่าว องค์กรมีเรียกร้องต่อ กกต.และข้อเสนอต่อสาธารณะ  2 ระยะ  คือ ระยะเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความเคลือบแคลงของสังคม 

ประการแรก เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ประชาชนตรวจสอบได้ และดำเนินการทันที โดยเปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100%  ผ่านระบบ ECT Report โดยเร็วที่สุด  รวมทั้งเปิดเผยเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ตามระเบียบโดยเร็ว

ภาค ปชช.บุก กกต.จี้รับผิดชอบเลือกตั้ง 69 พลาด บี้แจงทุกข้อกล่าวหา

หากเป็นได้ ควรพิจารณาเปิดเผยภาพกระดานขีดคะแนน (แบบ 5/11) เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้  รวมถึงคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกประเภท และปัญหาในการจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าต้องมีการชี้แจงถึงจำนวนบัตรที่มีปัญหาและลักษณะของปัญหาอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ

ประการที่สอง ชี้แจงข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีหลักฐานรองรับ อธิบายกรณีคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกัน  กรณีระบบรายงานผลขัดข้องหรือเว็บไซต์ล่ม

สำหรับกรณีการใช้ระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ในกระบวนการเลือกตั้งตามที่สาธารณชนจำนวนมากแสดงความวิตกกังวลต่อกรณีการนำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง อาจมีความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลจนสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ หรือ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมถึงอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับนั้น เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน 

ประการที่สาม นับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยที่มีข้อสงสัย และเปิดเผยต่อสาธารณะ ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีข้อสงสัย เพื่อแก้ข้อคลางแคลงใจตรงจุด

ส่วน ระยะยาว เพื่อรับประกันความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือของกระบวนการการเลือกตั้งในอนาคต คือต้องมีการปฏิรูปที่มาของกกต. ให้มีความเป็นอิสระเป็นกลางและน่าเชื่อถือผ่านกระบวนการสรรหาที่มีความโปร่งใสมีส่วนร่วมจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขารวมถึงภาคประชาชน อีกทั้ง ปฏิรูปอำนาจของกกต. โดยการลดอำนาจที่ล้นเกินลงเนื่องจากปัจจุบันกกต.จะเป็นองค์กรการเลือกตั้งยังมีอำนาจในการการเลือกตั้งและประชามติอำนาจในการออกกฏหมายระเบียบคำสั่ง

ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า กลุ่มเราได้พบข้อสงสัยในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติที่ไม่โปร่งใส และพบข้อครหาหลายอย่าง กกต.จะต้องตอบข้อครหาเหล่านี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกต้องโปร่งใสหรือเปล่า และถูกนำเอาคะแนนไปนับอย่างถูกต้องหรือเปล่า ข้อเรียกร้องทุกอย่างสะท้อนถึงการทำงานของ กกต. โดยปกติ กกต.ก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นอยู่แล้ว และยิ่งหลังวันที่ 8  ก.พ.ความเชื่อมั่นยิ่งลดลง วันนี้เราจึงมาเรียกร้อง และถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ ถ้าไม่ใช่ กกต.

ภาค ปชช.บุก กกต.จี้รับผิดชอบเลือกตั้ง 69 พลาด บี้แจงทุกข้อกล่าวหา

'เต้' ร้องผู้ตรวจฯชงศาล รธน.ชี้ขาดปมบัตรเลือกตั้งมี 'บาร์โค้ด'

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต.นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้ ตนจะไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในกรณีที่กกต.มีการติดบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งทั้งบัญชีรายชื่อและเขต ซึ่งสามารถตรวจสอบจากต้นขั้วได้ว่า บัตรเลือกตั้งใบนี้เป็นของใครและลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ 

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจเสนอต่อศาลปกครอง หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยพลัน นำเอกสารหลักฐานในการเลือกตั้งปี 2569 ที่พบปัญหาหลายอย่างทั้ง บัตรเขียวเกินกว่าบัตรชมพู คะแนนลงบันทึกสวนทางกับคะแนนที่ติดอยู่หน้าบอร์ด และคะแนนที่ลงบันทึกไม่ตรงกับคะแนนระบบออนไลน์ 

เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้มีอะไรที่ไม่สมบูรณ์หลายอย่าง มีการไม่สั่งให้นับคะแนนใหม่ในบางหน่วย และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย แม้จะเป็นอำนาจของ กกต.ก็จริง แต่กรณีที่นายแสวง บุญมี  เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจง ว่าหากจะเช็ครหัสที่อยู่บนบัตรลงคะแนนกับต้นขั้วได้ แต่กกต.ก็ปิดเป็นความลับ ก็ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับนั้น คงไม่ใช่ เพราะคำว่าลับไม่ว่าใครก็ตามแม้ว่าจะตรวจสอบในภายหลังก็จะไม่รู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2549 ที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะเห็นว่าภาคประชาชน  มีหน่วยงาน มีพรรคการเมือง มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม และไม่เป็นความลับ 

"ผมก็งงเหมือนกัน ว่านิด้าไปสำรวจโพลบ้านใคร หรือไปสำรวจที่บ้านของนายแสวงหรือไม่ จึงบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เยี่ยมมาก จึงบอกว่านิด้าปิดสำนักโพลได้แล้ว ปิดแล้วไปทำอาชีพอื่น ครั้งนี้บัดสีบัดเถลิงถ้าให้เกรด คงให้เกรด D dog ติด F    ส่วนที่นายแสวงบอกว่าทำถูกต้อง ก็ต้องบอกว่าถูกต้อง เพราะถ้าบอกว่าตัวเองทำผิดก็ซวยสิ รับรองว่าเลขาแสวงไม่ได้กลัวติดคุกหรอก กลัวอย่างเดียวคือกลัวโดนตุ๋ยดุ้ย" นายมงคลกิตติ์ กล่าว  

นายมงคลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นสังคมขนาดนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินคงไม่ช้า และสิ้นสุดการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าสิ้นสุดที่ศาล ถ้าศาลตัดสินเป็นไปด้วยหลักนิติรัฐนิติธรรม บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวาย ถ้าศาลตัดสินสวนกระแส กับประชาชนที่เห็นไปตามข้อเท็จจริง มองว่าศาลก็จะอยู่ไม่ได้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ได้ลงไปวิดพื้นตามนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่จำนวน 20 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนวิดพื้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า จริง ๆ ขอท้า กกต.ทั้ง 8 คน มาต่อยกับตน เพื่อเปิดให้ประชาชนบริจาคเงินมา เชื่อว่าจะได้เป็นพันล้านบาท ขอท้าไปยัง สว.ที่ทราบว่าจะมีการขึ้นภาษีประชาชน ตนก็ขอท้าให้มาต่อยด้วย ชนะตนให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปคิดขึ้นภาษีประชาชน