เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมแชร์โพสต์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ที่ชี้แจงกรณี "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง 69 เป็นไปตามหลักการความปลอดภัย และเป็นหลักการลงคะแนนโดยตรงและโดยลับ
โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า ชุดความคิดของคุณแสวง อาจสะท้อนได้ว่า กกต. ไม่รู้สำนึกในหน้าที่ ลดทอนการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ละเมิดรัฐธรรมนูญ และบ่อนทำลายประชาธิปไตย เข้าใจว่าคุณแสวงน่าจะลบโพสต์ หรือจำกัดการมองเห็นของโพสต์ที่คุณแสวงยืนยันว่า “บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่ตรวจสอบได้ว่าใครเลือกอะไร” นั้นยังถือว่าลับอยู่ไปแล้ว แต่อย่างไรมีมิตรสหายสามารถแคปไว้ได้ทัน จึงขอนำมาแปะให้ทุกท่านได้อ่านวิธีคิดของคุณแสวงกัน
ใจความสำคัญ ที่รู้สึกตำหนิคุณแสวงอย่างมาก ในฐานะที่คุณแสวงเป็นเลขา กกต. ก็คือ คุณแสวงพยายามที่จะลดทอนการปกป้องคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของคำว่า “การออกเสียงโดยลับ” ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญให้แคบลงจนเหลือเพียงช่วงเวลาที่ประชาชนยืนอยู่ในคูหาเท่านั้น
"คุณแสวงมีชุดความคิดที่ว่า ตราบใดที่ตอนกากบาทไม่มีใครเห็น ก็ถือว่าหลักการลับ ส่วนความเป็นไปได้ในการถูกล่วงรู้ในภายหลังนั้น ขอแค่ กกต. ทำตามระเบียบที่ตัวเองกำหนดขึ้นเอง ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่อง “ความผิดส่วนบุคคลของผู้กระทำ” ไม่ใช่ความรับผิดของ กกต. ซึ่งเป็นผู้ออกแบบระบบ" นายวิโรจน์ ระบุ
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า วิธีคิดแบบนี้สะท้อนความมักง่าย และขาดความสุจริตต่อหน้าที่อย่างมาก เป็นการย้ายภาระจากการออกแบบระบบให้ปลอดภัยโดยโครงสร้าง ไปเป็นการหวังพึ่งความสุจริตของมนุษย์ ในมาตรฐานประชาธิปไตย ความลับของบัตรเลือกตั้งไม่ได้หมายถึง “ไม่มีใครแอบดูตอนกากบาท” เท่านั้น แต่หมายถึงระบบทั้งหมดต้องถูกออกแบบให้ ไม่สามารถเชื่อมโยงตัวบุคคล กับคะแนนได้ในทางเทคนิค ต่อให้มีผู้พยายามทุจริตก็ต้องทำไม่ได้
การที่คุณแสวงอธิบายว่าหากมีการสืบย้อนรู้ภายหลังถือเป็นความผิดของผู้สืบเอง จึงเป็นการหลีกเลี่ยงคำถามสำคัญที่สุดที่ว่า แล้วทำไม กกต. จึงได้ออกแบบระบบที่เปิดช่องให้สืบได้ตั้งแต่แรก แล้วในฐานะผู้ออกแบบระบบ จะลอยหน้าลอยตา ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือ
นายวิโรจน์ ระบุด้วยว่า การปกป้องความลับของการเลือกตั้ง เป็นเรื่องของโครงสร้าง และการออกแบบระบบ การที่คุณแสวงพยายามที่จะลดทอนประเด็นนี้ให้กลายเป็นเพียงปัญหาศีลธรรมของบุคคล นอกจากจะเป็นการไม่รู้สำนึกในหน้าที่ของตน และ กกต. แล้ว ยังเป็นการละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน ละเมิดรัฐธรรมนูญ และบ่อนทำลายหลักการประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง
"ผมจึงมีความเห็นว่า บุคคลที่มีชุดความคิดที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยเช่นนี้ ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งเลขา กกต. อีกต่อไป" นายวิโรจน์ ระบุ





