"อัครวัฒน์" ยื่นศาลปกครอง เอาผิด "กกต.-แสวง" ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมขอให้มีคำสั่ง 5 ประเด็นโละผลเลือกตั้ง-เอาผิด กกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว. บัญชีสำรอง ส่งคำฟ้องในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวก ต่อศาลปกครองสูงสุด กล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจัดพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง สส. โดยขัดหลักการลงคะแนนลับ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมขอศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการรับรองผล
โดย นายอัครวัฒน์ ระบุว่า ตนยื่นฟ้อง 1.กกต. 2. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ 3. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย สำหรับคำฟ้องโดยสรุป ระบุพฤติการณ์ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 และเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ. 2569 ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำสัญลักษณ์พิเศษลงในบัตรเลือกตั้ง ดังนี้
1. บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) : มีการพิมพ์บาร์โค้ดไว้ที่บัตรและท้ายบัตร
2. บัตรเลือกตั้งแบบเขต (บัตรสีเขียว) มีลักษณะเดียวกัน แต่ผู้ถูกฟ้องได้จัดทำเป็นคิวอาร์โค้ด เอาไว้ที่บัตร ซึ่งต้องฉีกมาจากสมุดต้นขั้วเช่นกัน
3. ต้นขั้วสมุดฉีกบัตร ได้ระบุเลขรหัสลับไว้ และผู้ใช้สิทธิลงคะแนนต้องลงลายมือชื่อกำกับ
นายอัครวัฒน์ ระบุด้วยว่าเมื่อนำบัตรเลือกตั้งไปสแกนโค้ดดังกล่าว จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังต้นขั้วสมุดฉีกที่มีลายมือชื่อของผู้ใช้สิทธิได้ทันที ทำให้ทราบได้ว่าผู้ใช้สิทธิคนใด เป็นผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 85 และมาตรา 53
"แม้ทาง กกต. จะเคยชี้แจงผ่านสื่อเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ว่าทำไปเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันบัตรปลอม แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ กลับไม่มีการพิมพ์บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดลงในบัตรแต่อย่างใด ส่อให้เห็นเจตนาทุจริตเจาะจงเฉพาะการเลือกตั้ง สส." นายอัครวัฒน์ ระบุ
นายอัครวัฒน์ ระบุต่อว่า การพิมพ์สัญลักษณ์ดังกล่าว ถือเป็นการทำเครื่องหมายอื่นใดเพิ่มเติมที่ทำให้บัตรเลือกตั้งกลายเป็นบัตรเสีย ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 174 (2) และ (7) ที่ห้ามมีเครื่องหมายสังเกตอื่นนอกจากกากบาท โดยการกระทำนี้สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพราะหากกรรมการประจำหน่วยหรือหัวคะแนนแอบถ่ายรูปบัตรขณะนับคะแนน สามารถนำไปตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกใคร นำไปสู่ความไม่ปลอดภัยในชีวิต หรือเอื้อประโยชน์ต่อการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างง่ายดาย พร้อมขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังต่อไปนี้
1. ให้บัตรเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในรอบวันที่ 1 และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน
2. สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง ดังกล่าวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
3. ขอคุ้มครองชั่วคราว ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง
4. ลงโทษผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
5. ให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น
6. ขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนผู้ถูกฟ้องที่ 1 ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่





