"คกก.ประชามติแก้รธน." วางกรอบทำงาน ประชุมเดือนละครั้ง ตั้ง2อนุฯ ฟังความเห็น-ดูแนวทางให้สอดคล้องคำวินิจฉัยศาลรธน. ขีดเส้น สิ้นปีได้ข้อสรุป
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง ในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 ครั้งแรก โดยภายหลังการประชุม
นายนิกร จำนงค์ โฆษกคณะกรรมการฯ เปิดเผยว่า ที่มาของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือการแก้ปัญหาความเห็นต่างเรื่องรัฐธรรมนูญ ให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ยึดรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หาแนวทางทำประชามติให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งคณะกรรมการฯจะฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อให้ประชามติเป็นที่ยอมรับ โดยประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือ การทำประชามติจะทำกี่ครั้ง ระหว่าง2หรือ3ครั้ง ซึ่งมีความเห็นเป็นสองทางอยู่ ตรงนี้ต้องไปศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยมีก่อนหน้านี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเราคิดเองไม่ได้ รวมถึงจะต้องไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนที่ค้างอยู่ในรัฐสภาและศึกษารัฐธรรมนูญที่ผ่านๆมา ทั้ง ฉบับปี40 ฉบับปี50 ศึกษาที่มาของ สสร. และวิธีการเลือกตั้ง สสร. ถือเป็นสองมิติที่ต้องดำเนินการไปด้วยกัน
นายนิกร กล่าวว่า ข้อสรุปของการประชุมวันนี้ คณะกรรมการฯที่เป็นชุดใหญ่จะประชุมเดือนละครั้ง และจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 คณะเพื่อให้เป็นคนทำงาน โดยคณะแรกทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอาชีพต่างๆเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง โดยใช้เวลาจำกัดไม่ใช่ดึงเวลา
คณะที่2 จะศึกษาแนวทางการทำประชามติ ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดว่าจะทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง ซึ่งจะให้เวลา 2-3 ในการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ให้คณะกรรมการฯชุดใหญ่แต่ละคนเข้าไปสมัครโดยความสมัครใจ
เมื่อถามว่า จะต้องสอบถามหน่วยงานอะไรเพื่อให้การทำประชามติ ไม่ขัดกับศาลรัฐธรรมนูญ นายนิกร กล่าวว่า มีสองอย่างที่ต้องทำ เพราะน่าจะมีคนยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแน่และยืนยันว่าครั้งนี้จะต้องผ่าน เพราะเรามีประสบการณ์จากในอดีตที่ไม่ผ่าน รวมถึงต้องทำความเข้าใจให้รัฐสภา โดยเฉพาะ สว.ว่ามีความเห็นอย่างไร เราไม่ได้คำนึงเรื่องศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ดังนั้นเราจึงตั้งคณะอนุฯขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยละเอียดเพื่อให้รอบคอบที่สุด
นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะทำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยคำนึงถึงคนสนับสนุนอยากเห็นอะไร คนไม่สนับสนุนกังวลอะไร ซึ่งคาดว่าประมาณ วันที่ 10 พ.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการฯแล้วให้คณะอนุฯทั้ง 2 รายงานความคืบหน้าว่ามีอะไรติดขัดหรือไม่ แล้วคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีหน้าที่เชิญภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องมารับฟังให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เพราะเราไม่อยากให้เกิดความเห็นต่างแล้วไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ โดยตั้งเป้าว่าคณะกรรมการชุดนี้จะได้ข้อสรุปทั้งหมดในสิ้นเดือน ธ.ค. และจะมีประชามติเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 67 เป้าหมายชัดต้องร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เสร็จใน 4 ปี เพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และหลังจากนี้ทุกฝ่ายจะเริ่มทำงาน
เมื่อถามว่า จะต้องสอบถามหน่วยงานอะไรเพื่อให้การทำประชามติ ไม่ขัดกับศาลรัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราไม่อยากซ้ำเดิม ต้องดูว่าอะไรที่เป็นปัญหาก็จะแก้ไข อะไรที่เกิดขึ้นก็ต้องคาดการ เพราะเราต้องการทำรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้ ส่วนจะทำอย่างไรให้ผ่านศาลรัฐธรรมนูญนั้น เราไม่อยากซ้ำเดิมจึงต้องหาทางว่าอะไรที่เป็นปัญหาก็จะต้องแก้ไข เราต้องทำรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้
เมื่อถามว่า หากประชามติครั้งแรกผ่าน ในขั้นตอนแก้ไขในรัฐสภาฯต้องรอ สว.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ก่อนหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า แล้วแต่สว.เขาจะจัดการกันอย่างไร เราทำหน้าที่ของเราไปไม่ต้องรอ เมื่อถึงสว.ชุดไหนก็ชุดนั้นที่จะดำเนินการ





