background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

"ราชทัณฑ์" แจง พักโทษ "ทักษิณ" ไม่ได้ เหตุ รับโทษจำคุกยังไม่ถึงเกณฑ์

"ราชทัณฑ์" แจง พักโทษ "ทักษิณ" ไม่ได้ เหตุ รับโทษจำคุกยังไม่ถึงเกณฑ์

"โฆษกกรมราชทัณฑ์" แจง "ทักษิณ" ยังไม่ยื่นขอพักโทษ แม้ อายุเกิน 70 มีอาการป่วยร่วมด้วย ชี้ แต่การรับโทษจำคุกยังไม่ถึงเกณฑ์ 1 ใน 3 ถึงยื่นมาก็ดำเนินการไม่ได้

นายสิทธิ สุธีวงศ์ โฆษกกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงถึงกรณีที่รายงานว่า ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาดยื่นเอกสารต่อเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอเข้าโครงการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือ มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป  โดยขอยืนยันว่านายทักษิณ หรือครอบครัว ยังไม่มีการยื่นขอพักโทษแต่อย่างใด และทางกรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับทราบการยื่นเอกสารดังกล่าว

ในส่วนของกระบวนการขอพักโทษนั้น จะเป็นกระบวนการที่เรือนจำจะเป็นผู้พิจารณายื่นเรื่องให้กรมราชทัณฑ์พิจารณา ซึ่งทางเรือนจำฯ จะสามารถยื่นรายชื่อบุคคลที่จะดำเนินการพักโทษได้จะต้องพิจารณาจากคุณสมบัติของนักโทษรายนั้นๆ โดยคุณสมบัติของนักโทษขอพักโทษแบ่งเป็น 2 กรณี คือ

1.แบบปกติ นักโทษรายนั้นๆ จะต้องโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของโทษจำคุกที่ได้รับ

2.แบบพิเศษ มีเกณฑ์แยกย่อย 3 ข้อ คือ

- จะต้องเป็นนักโทษที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป

- มีภาวะป่วยชราภาพ 

- ต้องโทษไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของโทษจำคุก หรือต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

ซึ่งในกรณีของนายทักษิณ สามารถเข้าเกณฑ์ได้ทั้งแบบปกติ และแบบพิเศษก็ได้ เพราะนายทักษิณเองถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไปและป่วยร่วมด้วย 

สำหรับขั้นตอนแรกในโครงการ การพักการลงโทษนั้น ทางเรือนจำที่ทำหน้าที่สำรวจรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ และพิจารณาจากคุณสมบัติของนักโทษรายนั้นว่าเข้าเกณฑ์แบบปกติหรือแบบพิเศษ ซึ่งถ้าหากดูคุณสมบัติของนายทักษิณ แล้วก็อาจจะได้รับการพิจารณาเข้าโครงการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป แต่ตามกฎหมายก็ได้มีการระบุชัดเจนว่าจะต้องมีการรับโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือตั้งแต่ 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า

ซึ่งปัจจุบัน นายทักษิณ ได้การอภัยลดโทษเหลือจำคุกเพียง 1 ปี ดังนั้น 1 ใน 3 ที่นี้ก็คือ 4 เดือนแต่ตามกฎหมายมีการระบุว่าหรือ 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า ซึ่งหมายความว่านายทักษิณจะต้องจำคุกมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน การยื่นมาก่อนก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะยังไม่เข้าเกณฑ์ จึงทำให้กรณีของนายทักษิณ โทษจำคุกจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2567

อย่างไรก็ตาม นายทักษิณจะถูกพิจารณาพร้อมกับผู้ต้องขังเด็ดขาดรายอื่นๆ เนื่องจากทางเรือนจำจะมีการเสนอเรื่องขึ้นมาแล้วจึงจะมีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง 

โฆษกราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า หากนายทักษิณเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษ ทางเรือนจำก็จะมีการแจ้งไปยังทนายความประจำตัวของผู้ต้องขัง รวมถึงผู้ต้องขังเองด้วย เพื่อแจ้งเงื่อนไขให้ทราบว่านักโทษจะต้องรู้คุณสมบัติของตัวเอง แล้วก็ต้องเตรียมเอกสาร อีกทั้งจะมีการสัมภาษณ์เพราะผู้ต้องขังเด็ดขาดแต่ละรายที่ผ่านเกณฑ์จะต้องเข้าให้การสัมภาษณ์กับทางเรือนจำ เพื่อทางเรือนจำได้ดูตัว และสอบถามพูดคุยว่าครบเกณฑ์หรือไม่ และยังมีกระบวนการอื่นๆ อีกมาก 

สำหรับกรณีของนายทักษิณ ขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำหรือที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งปกติแล้วจะต้องมีคุณสมบัติผ่านเข้ารับการอบรมต่างๆ แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่สามารถเข้ารับการอบรมได้ก็จะมีข้อยกเว้นอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการจะต้องไปลงรายละเอียดเพื่อหารือกันอีกครั้ง แต่ในตอนนี้นายทักษิณ ยังไม่ถึงเวลาที่จะอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาสำหรับโครงการดังกล่าวเพราะว่ายังต้องโทษจำคุกไม่ครบตามเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม ปกติทางเรือนจำจะมีการสำรวจล่วงหน้าสักประมาณ 1-2 เดือน ก่อนที่จะถึงเดือนก.พ.67 เพราะจะมีขั้นตอนในส่วนของกรมคุมประพฤติที่จะต้องไปสืบเสาะ และรายงานผลกลับมา เราจึงจะมีการประชุมของคณะกรรมการ

เมื่อถามว่าใกล้ครบกำหนดระยะเวลาการนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำสำหรับ 30 วัน ทางเรือนจำหรือราชทัณฑ์ จะมีการพูดคุยกับทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาของโรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ว่าจะพิจารณาให้นายทักษิณรักษาต่อเนื่องหรือส่งกลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

เมื่อใกล้ครบ 30 วันทาง รพ.ตำรวจ จะต้องส่งผลประเมินเรื่องสุขภาพมายังเรือนจำ และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเราก็จะพิจารณาจากความเห็นของแพทย์ ซึ่งถ้าหากนายทักษิณยังคงมีอาการไม่ทุเลาดีขึ้นหรือแพทย์มีความเห็นให้มีความจำเป็นจะต้องรับการรักษาเฉพาะทางต่อเนื่อง เรือนจำฯ ก็จะพิจารณาจากความเห็นของแพทย์ดังกล่าว และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็จะอนุญาตให้พักรักษาตัวภายนอกเรือนจำต่อได้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์