วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"พิเชษฐ์" ซัด "ประพัฒน์" มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใส่ตำแหน่งตัวเองเป็นกก.กัญชา

"สภาฯ" พิจารณาร่างกม.กัญชา "พิเชษฐ์" ซัดกมธ.มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใส่ตำแหน่ง ประธานสภาเกษตรกร ใน กก.กัญชา กัญชง - ไร้เงากมธ.ชี้แจง

          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ.... วาระสอง โดยที่ประชุมได้เริ่มพิจารณา เมื่อเวลา 10.40 น. เพื่อลงมติในมาตรา 7/4 ซึ่งกรรมาธิการฯ ได้เพิ่มขึ้นใหม่ อย่างไรก็ดี พบว่าในช่วงต้นได้ใช้เวลารอองค์ประชุม กว่า 15 นาที ก่อนที่จะมีส.ส.แสดงตน ซึ่งเกินองค์ประชุมท218 เสียงไปเพียง 6 เสียงเท่านั้น ก่อนที่จะโหวตเห็นชอบมาตราดังกล่าว

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาวาระสอง พบว่ามีประเด็นที่ถกเถียง ในมาตรา 8  ว่าด้วยคณะกรรมการกัญชา กัญชง  ซึ่งกมธ. แก้ไข และเพิ่ม 25 คน โดยที่ประชุมได้ท้วงติง ถึงการเพิ่มตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ให้เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

 

          ทั้งนี้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านพร้อมตั้งคำถามว่า กรณีเพิ่มตำแหน่งดังกล่าวส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจาก นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ กมธ.และที่ปรึกษา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติด้วย คล้ายกับว่านายประพัฒน์ เข้ามาเป็น กมธ. เพื่อเขียนกฎหมายให้ตนเอง ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้ในกลุ่มเกษตรแห่งชาติ และ กลุ่มสหกรณ์ มีสมาชิก 14 ล้านครัวเรือน ตนสงสัยว่าให้ตำแหน่งนายประพัฒน์ทำไม พร้อมขอให้กมธ.ชี้แจง 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่นายพิเชษฐ์ ตั้งถามนั้นไม่พบการชี้แจงของกมธ. ก่อนที่ประชุมจะลงมติข้างมากเห็นด้วยกับการแก้ไขของกมธ. จากนั้นได้เข้าสู่มาตราต่อไป

 

            อย่างไรก็ดี เมื่อถึงมาตรา 8/1 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการกัญชา กัญชง ที่มาตรา 8 กำหนดให้มี 7 คน ซึ่งให้อำนาจรัฐมมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้ง จาก ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ 7 ด้านๆละ1 คน คือ ด้านกฎหมาย , ด้านเกษตรกรและพันธุ์พืช, ด้านการตลาด, ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค, ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น, ด้านวิจัยและพัฒนา และ ด้านสมุนไพร ทั้งนี้กำหนดให้กรรมการดังกล่าวมาจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 3 คน มีส.ส.ตั้งข้อสังเกตการกำหนดคุณสมบัติที่อาจเปิดช่องให้เเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน จากนักธุรกิจด้านกัญชา 

         ทั้งนี้ นายพิเชษฐ์ ย้ำว่า การเขียนเนื้อหาดังกล่าวเหมือนกับตามใจพวกพ้อง นักลงทุน และกฎหมายมีช่องโหว่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นการผลักดันร่างกฎหมายเพื่อตนเอง โดยเฉพาะนายประพัฒน์ ที่เป็นผู้ปลูกกัญชารายใหญ่ มีตำแหน่งใหญ่ในสภาเกษตรกร และนั่งเป็นกมธ.เพื่อนำตำแหน่งของตนเองไปเป็นกรรมการ 

 

         นอกจากนั้น มีส.ส.เสนอแนะให้เพิ่มบทบัญญัติ ลักษณะต้องห้ามของกรรมการ คือ ห้ามเป็นผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มี่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวกับกัญชา กัญชง หรือสารสกัดในลักษระเพื่อการค้า หรืออุตสาหกรมไม่ว่าททางตรงหรือทางอ้อม เพื่อป้องกันกลุ่มทุน นักธุรกิจเข้ามาร่วมเป็นกรรมการฯ หวังสกัดผลประโยชน์ทับซ้อน  

 

 

         ทั้งนี้ นายปานเทพ พังพงษ์พันธ์ กมธ. ชี้แจงว่ายอมรับว่า ในกมธ. ล้วนมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีผลประโยชน์ทางตรง และทางอ้อม เพื่อให้เป็นตัวแทนของคนทุกฝ่าย ให้ความเห็นจากคนหลากหลายเพื่อลงมติ โดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง  ขณะที่การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น ไม่สามารถบัญญัติลักษณะต้องห้ามที่เสนอได้ เนื่องจากทำไม่ได้จริง และในช่วงแรกของการปลดล็อคกัญชาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ 

 

         “หลายคนในกมธ. ตามธรรมชาติมีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น แพทย์ ต้องลดยาบางอย่างที่เกี่ยวกับกัญชาเพื่อให้ประชาชนมีกัญชาใช้มากขึ้น” นายปานเทพ ชี้แจง 

 

 

         ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานกมธ. ชี้แจงว่าการกำหนดตำแหน่งในร่างกฎหมาย ไม่ได้ระบุชื่อหรือตัวบุคคล ดังนั้นบุคคลเมื่อเป็นแล้วต้องพ้นไป ผู้จะดำรงตำแหน่งต่อจะมาเป็นกรรมการต่อ ข้อเท็จจริงที่บอกว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับเดิมนั้นดี คือร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะที่เสนอ แต่การพิจาราของกมธ. ได้ตัดและเพิ่มใหม่ ตนต้องยอมรับในมติในเสียงส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี กมธ.ไม่ยินยอมให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่คำที่อธิบายได้คือ ผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ต้องมีประสบการณ์ความรู้ด้านกัญชา ซึ่งจะเกี่ยวกับกัญชาไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง.