"6พรรค" เชื่อ เลือกตั้งครั้งหน้า แข่งด้วยนโยบาย ลดประเด็นใครหนุน “ประยุทธ์”

"6พรรค" เชื่อ เลือกตั้งครั้งหน้า แข่งด้วยนโยบาย  ลดประเด็นใครหนุน “ประยุทธ์”

"ตัวแทน6พรรค" แย้มนโยบายด้านเศรษฐกิจ ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ-สร้างโอกาสใหม่ "อลงกรณ์" เปรย ปชป.ไม่เปลี่ยนอุดมการณ์ แต่ต้องเปลี่ยนการบริหาร

           นิตยสารสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  จัดงานเสวนาพิเศษ ก้าวสู่ปีที่ 70  เรื่อง โอกาส ความหวัง การเมืองวิถีใหม่ โดยมีตัวแทนนักการเมือง จาก 6 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย , พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติพัฒนากล้า, พรรครวมไทยสร้างชาติ และ พรรคพลังท้องถิ่นไท เข้าร่วม

 

           โดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  พรรคเพื่อไทย หวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า การแข่งขันทางนโยบายจะกลับมาอย่างเข้มข้น และประชาชนให้ความสนใจนโยบายเป็นอันดับแรกมากกว่าผู้สมัครหรือแคนดิเดต แต่นโยบายต้องไม่ใช่เรื่องอำนาจรัฐ อำนาจเงิน หรือตัวบุคคลเท่านั้น การเลือกตั้งที่ผ่านมาทำให้การเมืองไทยสะดุดอย่างรุนแรง  เพราะเป็นการเลือกตั้งที่รัฐบาล คสช. มีอำนาจเต็มในการใช้เงิน โดยพบว่า มีการใช้ 4-5 หมื่นล้านบาท โดยใช้โครงการรัฐบาลที่สอดคล้องกับชื่อพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองอื่นไม่สามารถทำได้

 

"6พรรค" เชื่อ เลือกตั้งครั้งหน้า แข่งด้วยนโยบาย  ลดประเด็นใครหนุน “ประยุทธ์”

          "ยอมรับในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถูกจับจ้องว่าใครจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นนายกฯ กลายเป็นประเด็นใหญ่  ทั้งนี้โชคดีที่ปัจจุบันพล.อ.ประยุทธ์ เสื่อมความนิยมไปมาก ดังนั้นประเด็นที่ว่าใครชู พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ จะลดน้อยลง และนโยบายของพรรคการเมืองจะได้รับความสนใจมากขึ้น รวมถึงการนำนโยบายไปปฏิบัติได้หรือไม่" นายจาตุรนต์​กล่าว

 

        ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  ประชาธิปัตย์อุดมการณ์ไม่เปลี่ยน แต่เปลี่ยนการบริหารจัดการ เพราะต้องยอมรับว่าในพรรคมีคนเก่งมากกว่าตำแหน่ง และมีคนรุ่นใหม่ ขณะที่นโยบายของพรรคจะเน้นยกระดับเศรษฐกิจเหนือการเมือง เหนือความขัดแย้ง และเหนือผลประโยชน์ โดยประชาธิปัตย์เน้นทำงานเชิงรุก สร้างศักยภาพใหม่ และโอกาสใหม่   ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ต้องบูรณาการการทำงานกัน ทั้งนี้ยอมรับว่าปัญหาของประเทศ ปัจจุบัน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สินครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำ รายได้ประชาชนระดับต่ำ เงินเฟ้อ และขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่ในระดับต่ำ  ดังนั้นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ต้องสร้างโอกาสและความหวังให้เป็นจริง เหมือนที่ 3 ปีที่ผ่านมา ทำได้ไว ทำได้จริง

 

 

          ทางด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างกฎหมายมากที่สุดในสภา และมีหลายฉบับที่ผลักดันให้เป็นกฎหมายบังคับใช้  ทั้งนี้ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา หากไม่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข สถานการณ์ในบ้านเมืองไม่คลี่คลายแบบนี้ และการแก้ปัญหาโควิด พบว่า WHO ให้การยอมรับและชื่นชม ตนเห็นด้วยว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป ต้องสู้กันโดยนโยบาย 

 

          "ทุกพรรคการเมืองเหมือนร้านอาหารที่มีเมนูอาหารเหมือนกัน แต่อยู่ที่การปรุงรสโดยเชฟ และขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเชื่อมือเชฟคนไหน ทั้งนี้ตนมองว่าการเมืองจะเข้มข้นมากขึ้น พรรคภูมิใจพร้อมจะทำนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ทุกกลุ่ม” นายศุภชัย กล่าว 

 

           ขณะที่ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้า จะเป็นพรรคในด้านเศรษฐกิจ โดย ในวันที่ 19 ธันวาคม พรรคจะเปิดตัวนโยบนายเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเสมอภาค ถ้วนหน้า เพื่อลำเอียงไปที่คนตัวเล็ก ซึ่งไม่เฉพาะคนจน อาทิ รื้อโครงสร้างการปล่อยสินเชื่อ   ยกเลิกแบล็กลิสต์เครดิตบูโร ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพื่อเป็นความหวังให้กับคนตัวเล็ก ซึ่งตนเชื่อว่าจะไม่เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดีในอนาคต  ทั้งนี้ต้องยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูลเครดิต และยกร่างแก้ไขใหม่ นอกจากนั้นยังมีประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างพลังงาน อย่างไรก็ดีปัจจุบัน พบว่า ทุกพรรคมุ่งหน้าสู่คำว่า ถ้วนหน้า เท่าเทียม แต่ตนมองว่าไม่ตอบโจทย์ประเทศ เพราะยังมีความเหลื่อมล้ำจำนวนมาก หากถ้วนหน้า เท่าเทียม แต่ความเหลื่อม ไม่หาย ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ สร้างความเสมอภาค 

 

 

            ส่วน นายโกวิทย์ พวงงาม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวย้ำถึงนโยบายการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้มีอำนาจในการบริหารจัดการและแก้ปัญหาให้กับคนในพื้นที่รวมถึงสร้างนโยบายที่เหมาะสมกับความต้องการของคนในท้องถิ่น นอกจากนั้นต้องสร้างอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่น ผ่านสภาพลเมือง หรือสมัชชาพลเมือง เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจและให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าของนโยบาย รวมถึงตรวจสอบฝ่ายบริหาร  

 

         ขณะที่ นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคพร้อมพิจารณานโยบาย และต่อยอดการทำนโยบายของรัฐบาล รวมถึงประเด็นการแก้หนี้ให้ภาคประชาชน ทั้งนี้ ผู้นำ อย่าง พล.อ.ประยุทธ์  คนไม่ชอบ แต่ที่ผ่านมานายกฯ ให้โอกาสหลายคนทำงาน รัฐมนตรีแต่ละคนมีความเป็นเอกเทศในการทำงาน มีสิทธิในการทำงานของแต่ละพรรค นายกฯไม่ก้าวก่าย เป็นคุณสมบัติที่ดีในการทำงานร่วมกันและประเทศไทยไม่มีใครเก่งคนเดียว ต้องทำงานร่วมกัน ตนเชื่อว่า จะทำให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ เร็วๆนี้จะมีนโยบายเผยแพร่ มีหลายโครงการและนโยบนายแก้ปัญหาให้ประชาชนได้แท้จริง