"ชลน่าน" ยืดอกรับ "เพื่อไทย" เล่นเกมองค์ประชุม หวังยื้อร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ให้เกิน180วัน บอก มาตรา 132 เป็นกลไกที่ยับยั้งร่างกม.ที่เนื้อหาไม่ถูกต้อง-บังคับใช้ไม่ได้
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมร่วมรัฐสภาล่มเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ว่า มีนัยทางการเมือง โดยการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาต่อการออกกฎหมายต้องพิจารณาตัวกฎหมายเป็นหลัก หากร่างกฎหมายที่พิจารณามีปัญหา เป็นกฎหมายที่ไม่ชอบ ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ต้องใช้กลไกรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 เพื่อยับยั้ง ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ว่าหาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญพิจารณาไม่เสร็จใน 180 วัน ให้นำฉบับที่เสนอในวาระแรกมาบังคับใช้ได้ และในการประชุมรัฐสภา วันที่ 10 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะใช้แนวทางต่อสู้เหมือนเดิม ส่วนพรรคใดจะเข้าร่วม ไม่ใช่ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยจะกำหนด แต่หลังจากการประชุมเมื่อ 3 สิงหาคม พบว่ามีสมาชิกเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยว่าร่างกฎหมายไม่ชอบจึงใช้แนวทางดังกล่าวาร่วมกัน ซึ่งเป็นสิทธิ์และเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะลงมติหรือไม่ลงมติ
"การทำหน้าที่ในสภา ทั้งไม่เป็นองค์ประชุมและไม่ลงมติ ถือเป็นกลไกการทำหน้าที่อย่างหนึ่ง ดีไม่ดีขอให้ดูที่ผลที่เกิดขึ้น ถ้าผลที่เกิดขึ้นดีกับประเทศชาติ ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ที่ดี ไม่ใช่ว่านั่งประชุมแล้วนั่งเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้เขาแล้วทำงานได้ดี ทำงานแล้วมันไม่ดีกับประเทศชาติแล้วไปยกย่องว่าทำงานได้ดี ผมไม่เห็นด้วย” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อจะยื้อให้ครบเวลา 180 วันหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวยืนยันในเจตนารมณ์ดังกล่าว นี้โดยในการประชุมกรรมาธิการฯและประชุมรัฐสภา พรรคเพื่อไทยต่อสู้มาตลอด โดยเกมที่พรรคเพื่อไทยพวางไว้คือยืดประโยชน์สูงสุดด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับในการตรากฎหมายขึ้นมา ไม่ได้ยึดติดว่าจะหารอะไร แต่บังเอิญว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขมาให้ใช้สูตรหาร 100 แล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น
นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า กรณีที่พบการสั่งการให้พลิกกลับไปใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม บัตร 2 และใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยจำนวน 500 นั้น พรรคเพื่อไทยคิดในการทำหน้าที่มาโดยตลอดเพื่อให้กฎหมายที่ถูกเสนอมาโดยชอบกลับมาบังคับใช้ให้ได้ ซึ่งมีอยู่ 3 แนวทาง คือ
1.ปล่อยให้มีการพิจารณาลงมติในวาระ 3 และใช้จำนวน 500 คนหาคาเฉลี่ยส.ส.บัญชีรายชื่อแบบพึงมี และรอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทักท้วง เช่นเดียวกับ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกา
2.คว่ำในวาระ 3
และ 3.ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 132
"ทางเลือกที่พรรคเพื่อไทยคิดมาตลอดคือทางเลือกที่ 1 เพราะดีวก่าทางเลือกอื่นที่สุ่มเสี่ยงต่อการอ้างว่ารัฐธรรมนูญขัดกันกับกฎหมายลูกไม่ได้ และนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญบัตรใบเดียว หาร 500 ได้ เราไม่อยากให้เกิดภาพแบบนั้น แต่แนวทางที่ 1 ไม่แน่ใจว่ากกต.กับศาลจะทักท้วงหรือไม่ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยเห็นชอบแนวทางที่ 3 เพราะเราได้ประโยชน์สูงสุด แต่กระบวนการตรากฎหมายมันไม่ชอบ ส่วนสมาชิกรัฐสภาจะมาร่วมกับเรา เราไม่ได้เป็นผู้โน้มนาวชักจูง เพราะเรายืนอยู่มาจุดนี้ตลอดทั้งหมดจึงไม่ใช่เกมแต่เป็นกลไกรัฐสภาในสิ่งที่เหมาะสมที่สุด"นพ.ชลน่าน กล่าว.
อย่างไรก็ตาม เป็นร่างที่ครม.เสนอมา ครม.ควรจะต้องอับอาย แม้แต่ร่างตัวเองที่ไปปรับแก้ไขในวาระ 2 ไปหักร่างตัวเอง กกต.เสนอมา คุณก็ไปหักในวาระที่ 2 นี่เป็นเจนารมณ์เราตั้งแต่แรก ไม่ได้เป็นเกมเมื่อวาน แต่ถ้าตีว่าเป็นเกมเราก็ไม่ได้เกี่ยวกับเกมเมื่อวาน แต่เป็นทางเดินของเพื่อไทย ส่วนใครจะมาร่วมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง





