"ก้าวไกล" ชี้ มูลนิธิป่ารอยต่อ ส่อทำงานผิดวัตถุประสงค์-มีผลประโยชน์ขัดกัน

"ก้าวไกล" ชี้ มูลนิธิป่ารอยต่อ ส่อทำงานผิดวัตถุประสงค์-มีผลประโยชน์ขัดกัน

"รัฐสภา" เร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ครึ่งวันเช้าผ่าน35มาตรา - "สุพิศาล" อภิปรายปมมูลนิธิบริจาคเงินให้ สตช. ต้องกำหนดให้ดี ชี้ มูลนิธิป่ารอยต่อ ทำงานผิดวัตถุประสงค์ ส่อมีผลประโยชน์ขัดกันตามข้อห้ามของรธน.

          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ (พ.ศ....) ซึ่งกรรมาธิการฯ พิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ต่อเนื่องเป็นครั้งที่หก โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในช่วงครึ่งวันเช้า ซึ่งเริ่มพิจารณาตั้งแต่ มาตรา 120 พบว่าสามารถผ่านการพิจารณาไปจนถึงมาตรา 155 หรือ 35 มาตรา   ก่อนที่จะพักการประชุมในรอบเช้า เมื่อ 12.20 น. 

 

          สำหรับการพิจารณาในภาพรวมพบว่าผ่านไปได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากเนื้อหาไม่มีการแก้ไข และไม่มีกมธ.ติดใจสงวนความเห็นและแม้บางมาตรามีการแก้ไข แต่สมาชิกรัฐสภาติดใจขออภิปรายไม่มาก

 

        ทั้งนี้ในการอภิปรายบางมาตรามีความน่าสนใจ อาทิ  มาตรา 143  ว่าด้วเครื่องแบบตำรวจ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย สงวนความเห็นให้เพิ่มเติมวรรคสอง ให้ ข้าราชการตำรวจทุกเพศมีสิทธิละเสรีภาพในการไว้ผมสั้นหรือาวก้ได้ พร้อมอภิปรายในรายละเอียดว่าระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของข้าราชการตำรวจนั้นเป็นการบังคับ ฝืนใจและสร้างความอึดอัดให้กับข้าราชการ

 

        "การเสนอให้เพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวถือเป็นการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง ตนทราบว่าการลงมติอาจจะไม่ชนะ แต่อีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งและหากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็นนายกฯ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งจะเซ็นต์ยกเลิกคำสั่งที่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพ เช่นเรื่องการไว้ทรงผมของข้าราชการทันที" พ.ต.ต.ชวลิต อภิปราย

"ก้าวไกล" ชี้ มูลนิธิป่ารอยต่อ ส่อทำงานผิดวัตถุประสงค์-มีผลประโยชน์ขัดกัน

        ทำให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ส.ว. ฐานะกมธ.  ลุกชี้แจงว่า เดิมว่าจะไม่ตอบ เพราะไม่ใช่คำถาม แต่คิดไปคิดมาจะทำให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสียหายว่าไปบังคับ จับไปทรมาณ หากพบตำรวจไว้ผมยาว ผมขอตอบสั้นๆ ว่าา หากคุณไปบวชไม่โกนหัวได้ไหม 

"ก้าวไกล" ชี้ มูลนิธิป่ารอยต่อ ส่อทำงานผิดวัตถุประสงค์-มีผลประโยชน์ขัดกัน

        ขณะที่ผลการลงมติในมาตราดังกล่าวพบว่าเสียงข้างมากเห็นตามกมธ.เสียงข้างมาก ไม่มีการแก้ไข

 

 

        ขณะที่ มาตรา มาตรา 149  ว่าด้วยที่มาของกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งกมธ.ไม่มีการแก้ไข แต่ พล.ต.ต.สุพิศาล  ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอแก้ไข ที่มาของกองทุนในส่วนของเงินจากมูลนิธิ ว่า มูลนิธิป่ารอยต่อ ที่พบว่าเป็นมูลนิธิที่ทำกรเมือง ผิดวัตถุประสงค์ ใครเป็นประธานมูลนิธิตนไม่ต้องบอก แต่การทำมูลนิธิที่มีเงื่อนไขซ่อนเร้น ขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ หมวด9 มาตรา 186 ที่กำหนดห้ามรัฐมนตรีใช่สถานะหรือการกระทำใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อประโยชน์ของตน พรรคการเมือง 

 

 

        “ใครเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองผมไม่ต้องบอก แต่การกระทำจะเป็นไปโดยมิชอบหรือไม่  ที่ผ่านมามูลนิธิมีการระดมทุน มีบริษัทใหญ่บริจาคเงิน จัดโต๊ะจีนได้เงิน 40 ล้านบาท ถึง 100 ล้านบาท  หากมูลนิธิให้เงิน สตช.  อาจมีผลต่อการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถือว่าก้ายก่าย สตช. ชัดเจน คำตอบและปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนถูกต้องหรือไม่ ที่ต้องตอบแทนบุญคุณ ให้เงินต้องตอบแทนบุญคุณ ทั้งตำแหน่ง ผบ. และ รอง ผบ. ดังนั้นในการเขีนกฎหมาย ต้องกำหนดว่ามูลนิธิที่บริจาคเงินต้องคำนึงถึงการขัดกับแห่งผลประโยชน์ หากเขียนไว้สั้นๆ อาจทำให้มูลนิธิสีเทา ดำรงอำนาจ เพื่อให้เกิดบารมี ใช้อำนาจ ครอบงำสตช. และผู้นั้นขัดกับผลประโยชน์ได้” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

"ก้าวไกล" ชี้ มูลนิธิป่ารอยต่อ ส่อทำงานผิดวัตถุประสงค์-มีผลประโยชน์ขัดกัน

        แต่การลงมติของกมธ. ได้ยืนยันตามการพิจารณาของกมธ.เสียงข้างมาก.