ครม.ไฟเขียว ยกเว้น ตม.6 ต่างชาติเข้าประเทศทางอากาศชั่วคราว ลดแออัด

ครม.ไฟเขียว ยกเว้น ตม.6 ต่างชาติเข้าประเทศทางอากาศชั่วคราว ลดแออัด

ครม.ไฟเขียว ยกเว้นการใช้แบบ ตม.6 สำหรับ ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยาน เป็นการชั่วคราว ลดปัญหาความแออัดจากรณีเจ้าหน้าที่ต้องตรวจเอกสารตามมาตรการป้องกันโควิด

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 มิ.ย. 2565 ได้เห็นชอบในหลักการดำเนินการยกเว้นรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้าใน หรือ ออกไปนอกราชอาณาจักร (แบบ ต.ม.6)  เฉพาะกรณีการเดินทางผ่านท่าอากาศยานเป็นการชั่วคราว  จากนั้นจะประเมินผลระยะหนึ่งเพื่อพิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เหมาะสมต่อไป ส่วนกรณีการกรอกและยื่นใบต.ม.6 ของคนไทยได้ยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2560 โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 42/2560 

อย่างไรก็ตาม การกรอกและยื่นแบบ ต.ม.6 สำหรับการเดินทางทางบก (รถยนต์ รถไฟ) และทางน้ำ(เรือ) คงให้ดำเนินการต่อไปเพราะมีจำนวนไม่มากอย่างมีนัยสำคัญเหมือนช่องทางท่ากาอาศยาน และยังคงเป็นประโยชน์ในด้านการป้องกันอาชญากรรมและการติดตามตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สำหรับการยกเว้นการกรอกและยื่นแบบ ต.ม.6 เป็นการชั่วคราวสำหรับชาวต่างชาติ เฉพาะผู้เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่ากาศยานนี้ เนื่องจากเป็นช่องทางที่เวลานี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องมีการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

โดยจะมีการตรวจคัดกรองเมื่อผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศลงจากอากาศยานใน 2 ส่วน คือตรวจแบบ ต.ม.6 โดยด่านตรวจคนเข้าเมือง และตรวจข้อมูลการรับวัคซีน คัดกรองโรค โดยด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้เดินทางสะสมมากบริเวณหน้าด่านในช่วงเวลาเที่ยวบินหนาแน่น 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การยกเว้นการกรอกและยื่นแบบ ต.ม.6 สำหรับชาวต่างชาติ จะทำให้การตรวจลงตราหน้าด่านเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดปัญหาความแออัดของผู้โดยสาร และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของท่าอากาศยานซึ่งเป็นประตูด่านแรกที่สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสามารถประหยัดงบประมาณสำหรับการจัดพิมพ์แบบ ต.ม.6 ซึ่งปัจจุบันมีการพิมพ์ในราคาแผ่นละ 0.70 บาท  ซึ่งหากมีการจัดพิมพ์ตามปกติที่ 65 ล้านใบ จะคิดเป็นงบประมาณจัดพิมพ์ที่ 45.5 ล้านบาท  
          
สำหรับการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลกายภาพของผู้เดินทางเข้าประเทศนั้น สามารถจัดเก็บผ่านระบบไบโอเมตริกส์  และในส่วนของข้อมูลด้านการท่องเที่ยวสามารถเก็ฐจากข้อมูลของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบินได้

ทั้งนี้ ภายหลังจาก ครม. ให้การอนุมัติในหลักการครั้งนี้แล้ว กระทรวงมหาดไทยจะได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการออกประกาศให้เป็นไปตามกฎหมายและเกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็วต่อไป