"จุรินทร์" ลั่น พา "ปชป." คัมแบ็ค กวาด "ส.ส.ใต้" เพิ่มแน่นอน

"จุรินทร์" ลั่น พา "ปชป." คัมแบ็ค กวาด "ส.ส.ใต้" เพิ่มแน่นอน

"จุรินทร์" นำถก วางกลยุทธ์ ฟื้น ปชป. ตั้งเป้ากวาด ส.ส. 14 จังหวัดภาคใต้ เพิ่ม ชูจุดขาย อุดมการณ์-ผลงาน ชี้ จิตวิญญาณพรรคกลับมาแล้ว ถึงชนะ "เลือกตั้งซ่อม" เชื่อ ทำได้ คัมแบ็คแน่นอน

ที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวในการประชุม ส.ส.ภาคใต้ ตัวแทนสาขาพรรคภาคใต้เพื่อกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายในการเลือกตั้ง ผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวฟื้นประชาธิปัตย์ ว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้บ้านเรา เพราะเป็นวันที่เรามารวมพลังกัน เพื่อคืน ส.ส.ภาคใต้ 14 จังหวัดให้กลับคืนมา พร้อมกับเชื่อว่าด้วยพลังของพวกเราทุกคนประชาธิปัตย์ทำได้ โดยขอให้นำสิ่งที่ตนได้สื่อสารในวันนี้ส่งต่อไปยังพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนปักษ์ใต้บ้านเรา ด้วยการทำหน้าที่เป็นลำโพงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่การเป็นลำโพงที่ประชาชนได้ยินเสียงนั้น ต้องเป็นลำโพงที่ต้องเสียบปลั๊กด้วย 

จากการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มา 3 ปี ในภาพรวมของพรรคได้ร่วมกับกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกทุกคน ทำให้พรรคสามารถเดินหน้าไปได้ไกลพอสมควร ถ้าเป็นเครื่องบินก็เทคออฟแล้วและขึ้นไปได้ แม้ตกหลุมอากาศบ้าง แต่เดี๋ยวมันจะขึ้นไปได้ต่อ แล้วจะยานต่อไปข้างหน้าไปสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต 

ประชาธิปัตย์ยุคนี้ เป็นยุคของการทำงาน ที่เน้นเรื่องทำ จึงเป็นที่มาของ ประชาธิปัตย์อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไวทำได้จริง จึงเกิดขึ้น ซึ่งจากนี้ไปประชาธิปัตย์ต้องขาย 2 เรื่อง 1. ขายอุดมการณ์ 2. ขายผลงาน เราเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่พูดคำว่า อุดมการณ์ ได้อย่างเต็มปาก เพราะ 

1. ประชาธิปัตย์ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข  

2. ประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์ในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน ไม่ใช่อุดมการณ์เพื่อทำหน้าที่ให้ใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมามีอำนาจ ที่เมื่อทำสำเร็จหรือล้มเหลวแล้วก็ปิดพรรค 

3. อุดมการณ์แห่งความซื่อสัตย์สุจริต  

ด้วย 3 อุดมการณ์นี้ จึงทำให้เรากลายเป็นสถาบันทางการเมือง และไม่เพียงเท่านั้น เรายังเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย และความเป็นสถาบันทางการเมืองนี้จึงเป็นจุดขายสำคัญของเราที่เราต้องเก็บไว้ และต้องสื่อสารให้พี่น้องประชาชนได้เห็น 

"จุรินทร์" ลั่น พา "ปชป." คัมแบ็ค กวาด "ส.ส.ใต้" เพิ่มแน่นอน

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า จากการเลือกตั้งซ่อมที่จ.ชุมพร และจ.สงขลา ได้พิสูจน์ว่าจิตวิญญาณของความเป็นสถาบันการเมืองของประชาธิปัตย์นั้นกลับมาแล้ว ไม่อย่างนั้นเราไม่ชนะประชาธิปัตย์ชนะเพราะคนปักษ์ใต้เห็นแล้วว่าระหว่างพรรคการเมืองเฉพาะกิจกับพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันทางการเมือง สุดท้ายประชาชนเลือกอะไร จุดนี้จึงเป็นจุดขายสำคัญที่ประชาธิปัตย์ต้องปลุกจิตวิญญาณนี้กลับคืนมา 

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมากมายในยุคนี้ ซึ่งตนนั้นลงมือทำและทำไม่หยุด โดยเมื่อวานนี้ ก็ได้ไปช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส. ที่โพธาราม ซึ่งมีเสียงตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เดินไปที่ไหนมีแต่คนมาให้กำลังใจมามอบดอกไม้ มาถ่ายรูปด้วย พร้อมกับบอกว่า เดี๋ยวนี้เขาเลือกประชาธิปัตย์ เลือก ส.จ.เส็ง เราจึงมั่นใจว่าเราจะมีโอกาสมากในการที่จะปักธงที่เขต 3 ราชบุรี สจ.เส็ง หรือนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์  สำหรับการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. นั้น เสียดายที่กฎหมายได้บังคับไม่ให้หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ผู้มีตำแหน่งทางการเมืองของพรรคลงไปช่วยหาเสียง และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่พิสดารเพราะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครในนามพรรคได้ แต่พรรคกลับไปช่วยหาเสียงไม่ได้ ทำให้กลายเป็นจุดที่ทำให้ตนเหมือนถูกมัดมือมัดเท้า เมื่อส่งผู้สมัครแล้วก็ต้องปล่อยไป ไม่มีโอกาสไปเกี่ยวข้องได้ ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือทางอ้อม  ซึ่งเราต้องแก้กฎหมายเรื่องนี้ 

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ผลงานที่สำคัญ หลายเรื่องที่ได้ทำและเกิดเป็นรูปธรรมที่เห็นชัด ตั้งแต่นโยบายประกันรายได้ พืช 5 ชนิด ตั้งแต่ ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาธิปัตย์ ใช้เป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขของการร่วมรัฐบาล 

นอกจากนี้การส่งออกของไทย ที่ถือเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ก็เป็นฝีมือของพรรคประชาธิปัตย์ โดยตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาลปีที่แล้ว ทั้งปีทำรายได้จากการส่งออกถึง 8.5 ล้านล้านบาท และปีนี้ก็ได้ตั้งเป้าไว้ 9 ล้านล้านบาท ซึ่งเพียง 3 เดือนแรก ก็สามารถทำได้ถึง 2.4 ล้านล้านบาทแล้ว สำหรับการค้าชายแดน ที่ปักษ์ใต้บ้านเรามี 9 ด่าน เฉพาะ 3 เดือนแรกสามารถทำรายได้จากการค้าชายแดนไปแล้ว 1.5 แสนล้านบาท ช่วยให้เศรษฐกิจปักษ์ใต้บ้านเราสามารถขับเคลื่อนไปได้ สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรนั้น แม้จะเป็นเรื่องเก่าแต่ต้องนำมาเล่าใหม่ ประชาธิปัตย์แก้ปัญหาด้วยการป้องกันไม่ให้ที่ดินทำกินของเกษตรกรตกไปอยู่ในมือของนายทุน ซึ่งนโยบายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน 2 ปี 2542 ที่ได้จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรขึ้นเพื่อซื้อหนี้จากเกษตรกรที่เป็นหนี้สถาบันการเงิน ด้วยการให้เกษตรกรมาเป็นสมาชิก แล้วนำเงินไปใช้หนี้ให้สถาบันการเงิน แล้วให้สมาชิกผ่อนกับกองทุนฯ ด้วยดอกเบี้ย 0% ทำให้สามารถช่วยรักษาที่ดินทำกินให้คนจนได้  ซึ่งตอนนี้มีเครือข่ายกองทุนฟื้นฟูในทุกจังหวัด 

ล่าสุด ได้ของบกลางไปแล้ว 2 พันล้านเพื่อนำมาซื้อหนี้ 1,500 ล้าน และจะมีโครงการฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินแบบครบวงจร ปลดหนี้เสร็จมีโครงการให้เดินหน้าสร้างอนาคตให้กับชีวิตได้ 

นอกจากนี้ ประชาธิปัตย์ ยังไม่ทิ้งกลุ่มซาเล้งเพื่อนยาก ที่ช่วยดูแลให้เกิดการรับซื้อเศษกระดาษไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 2 บาท วันนี้ถือว่ากลุ่มซาเล้งสามารถลืมตาอ้าปากได้ ประชาธิปัตย์ที่เราต้องดูแลช่วยเหลือต่อไป และยังมีโครงการบ้านมั่นคง และบ้านพอเพียงเพื่อการดูแลให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นนโยบายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542 ในรัฐบาลชวนหลีกภัย 2 และตนเป็นรมต. ประจำสำนักนายก ที่ตั้งหน่วยงาน พอช. และมีแผนงานชัดเจนมากว่า 20-30 ปี  สำหรับอสม. นั้น ถือเป็นจิตวิญญาณของประชาธิปัตย์ เป็นสิ่งที่เราร่วมกันสร้างมา จนถึงวันนี้อสม.เติบโต ซึ่งสมัยที่ตนเป็น รมต. สาธารณสุข ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 52-53 ก็ได้ยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็น รพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) อีกด้วย พร้อมกับให้ อสม. เข้ามาช่วยทำงาน ที่สำคัญคือประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่ให้เบี้ย อสม. 600 บาทต่อเดือน มาถึงวันนี้เพิ่มเป็น 1,000 บาทและช่วง 3-4 เดือนนี้ เนื่องจากเราเหนื่อยจากปัญหาโควิด จึงเติมให้เป็น 1,500 บาท จากการที่เรามี รมช. สาธารณสุข จึงได้จัดให้มีกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม. ด้วย 

“ผมเชื่อว่าด้วยพลังของพวกเราทุกคนด้วยความสามัคคีของพวกเราทุกคนความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในปักษ์ใต้บ้านเรา สิ่งที่รองหัวหน้าพรรค เดชอิสม์ กล่าวนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และเรามั่นใจว่าประชาธิปัตย์ทำได้ หลังเลือกตั้งซ่อมชุมพร สงขลา ทำให้ผมมั่นใจ และเชื่อว่าทำให้เราพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนมีกำลังใจ และทำให้เรามองเห็นความสำเร็จอยู่ข้างหน้ารำไรว่า อีกไม่นานประชาธิปัตย์ภาคใต้บ้านเราจะคัมแบ็ค เหมือนที่เราเคยสำเร็จในอดีต อยากให้กำลังใจจริงอยากให้กำลังใจพวกเราทุกคนขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้กับผม ขอบคุณทุกคำพูดจากใจที่บอกว่าหัวหน้าสู้ๆ มันทำให้ผม มีแรงมีพลังที่จะทำงานจับมือร่วมกับพวกเราทุกคนเพื่อผลักดันเดินไปข้างหน้าร่วมกับทีมงานพวกเราทุกคน ขอเพียงให้พวกเราอย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง ในวิกฤติทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ ครั้งที่แล้วเราอาจจะเหลือ 23 เที่ยวหน้า เราจะได้ 24 ไม่ได้เหรอ เราจะได้25 ไม่ได้เหรอ เราได้ 26 ไม่ได้เหรอ เราได้ 30 ได้ไหม เรามี 40 ได้ไหม ผมเชื่อประชาธิปัตย์ทำได้ ประชาธิปัตย์คัมแบ็คแน่นอน” นายจุรินทร์ กล่าว