วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

คำถามผู้นำ พลังขับเคลื่อนองค์กร

Jensen Huang ผู้ก่อตั้ง Nvidia บริษัทผู้นำการผลิต Chip ที่อุตสาหกรรมมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องการนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา เคยให้สัมภาษณ์ New York Times ถึงวิธีการทำงานของเขา ในฐานะ CEO

ว่า “ผมบอกคำตอบน้อย แต่ตั้งโจทย์เยอะ ผมใช้เวลาได้ทั้งวันโดยไม่ทำอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากตั้งคำถาม .. ผมช่วยให้ทีมงานค้นหาแนวคิดใหม่ๆ ที่บางทีพวกเขามองข้าม”

คำถามที่ดีส่งผลต่อวิธีคิด ทักษะการตั้งคำถามของผู้นำในโลกปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าคำตอบในหลายสถานการณ์ หรือกล่าวได้ว่า ‘คนเก่งคือผู้แก้ปัญหา ผู้นำเก่งคือผู้ระบุปัญหาและโอกาส’

คำถามที่มีคุณค่า

หนังสือ Happier ‘วิชาควาสุขที่มีสอนแค่ในฮาร์วาร์ด’ ผู้เขียน Tal Ben-Shahar กล่าวว่า เรามักจะได้ยินคำถามว่า ‘มีความสุขไหม?’ ที่ดูเหมือนเป็นคำถามที่ดี แต่กลับไม่มีประโยชน์เลย

คำตอบมีหรือไม่มี เป็นขาวกับดำเท่านั้น ความสุขเหมือนเป็นจุดหมาย ถ้า ‘มีความสุข’ ก็เหมือนว่าเราไปถึงปลายทางแล้ว แต่จุดสิ้นสุดนั้นไม่มีอยู่จริง ทุกคนมีความสุขมากขึ้นได้เสมอ

แทนที่จะถามว่า มีความสุขหรือไม่? สิ่งที่มีประโยชน์กว่าในการค้นหาคือ “จะมีความสุขมากขึ้นได้อย่างไร” เพราะการแสวงหาความสุขเป็นกระบวนการต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด

‘เราเกิดมาทำไม’ เป็นอีกประเด็นที่เราได้ยินบ่อย พระอาจารย์ชยสาโร ท่านให้ข้อคิดว่า ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีความเพียร สร้างความสุข สร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและส่วนรวม สิ่งที่ควรถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะใช้ชีวิตที่น้อยนิดนี้ ให้เป็นประโยชน์ เกิดสิ่งที่ดีงามให้มากที่สุด ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถาม แต่คือคำถามที่มีคุณค่าด้วย

คำถามเชิงกลยุทธ์จาก Harvard

บทความจาก Harward Business Review ชื่อ ‘The Art of Asking Smarter Questions’ กล่าวถึงบทบาทดั้งเดิมของผู้นำองค์กรคือ การเป็นผู้รอบรู้ หาคำตอบ จากโจทย์หรือปัญหาต่างๆได้  แต่โลกที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ผู้นำต้องปรับตัว ฝึกฝนทักษะในการตั้งประเด็น แสดงความอยากเรียนรู้ รับฟัง เพื่อใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญทางธุรกิจ

จัดกลุ่มคำถาม ได้ 5 รูปแบบ คือ 1. What’s Known? เรารู้อะไรอยู่แล้ว? 2. What If..? ถ้าเกิดว่า..? 3. Now What? ทำอะไรต่อ? 4. So, What? สิ่งนี้มีความหมายอย่างไร? 5. What’s Unsaid? ยังมีอะไรที่ไม่ได้พูดถึง?

แบบแรก เชิงตรวจสอบ สืบสวน (Investigative Questions) เพื่อหาความจริง เจาะลึกทำความเข้าใจสถานการณ์ไม่มองข้ามสิ่งสำคัญ หาข้อมูลสนับสนุนแผนงาน หาต้นตอสาเหตุปัญหา

คำถามเช่น เกิดอะไรขึ้นในขณะนี้? เรามีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง? มีข้อจำกัดอยู่ตรงไหน? ข้อมูลสนับสนุนแนวทางนี้คืออะไร? การหาสาเหตุด้วย 5 Whys ทำไมจึงเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้?

แบบที่ 2 เชิงคาดการณ์ ตั้งสมมติฐาน (Speculative Questions) เพื่อขยายกรอบความคิด สร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ๆ มองหาทางเลือกอื่น จำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

คำถามกลุ่มนี้เปรียบได้กับ มีดพกสวิสที่มีเครื่องมือเต็มไปหมด เมื่อเอาไปใช้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เช่น จะเป็นอย่างไรถ้า...? (What if?) มีอะไรอีกบ้าง? (What else?) ทำอย่างไรได้อีกบ้าง? มีทางเลือกอื่นอะไรอีก? ถ้าทำด้วยวิธีอื่น ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?

 

แบบที่ 3 เชิงปฏิบัติ ประสิทธิภาพ (Productive Questions) เพื่อประเมินความพร้อม ความสามารถของทีมงาน เวลา งบประมาณ และวางแผนขั้นตอนต่อไป การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า

คำถามกลุ่มนี้ช่วยกำหนดจังหวะก้าวในงาน เช่น ต้องทำอะไรให้บรรลุเป้าหมาย? เรามีทรัพยากรเพียงพอ? วัดความคืบหน้างานอย่างไร? ปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นคือ? ปรับปรุงงานให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร? ขั้นตอนต่อไปคืออะไร?

แบบที่ 4 เชิงตีความ สื่อความหมาย (Interpretive Questions) เพื่ออธิบายความหมายของข้อมูล เชื่อมโยงสารสนเทศเข้ากับทิศทางองค์กร ทำความเข้าใจเรื่องราวด้วยมุมมองที่แตกต่าง

คำถามเช่น เราเรียนรู้อะไรได้บ้างจากข้อมูลนี้? จะเกิดอะไรขึ้นถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป? ความคิดนี้เป็นโอกาสอะไรให้กับองค์กร? สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อแผนอย่างไร? ข้อมูลนี้บอกความต้องการลูกค้าได้ไหม? ความรู้นี้สำคัญอย่างไร?

แบบที่ 5 สุดท้าย เชิงความคิดเห็นส่วนตัว (Subjective Questions) เพื่อเปิดมุมมอง ความเชื่อ อารมณ์ โดยปกติพนักงานมักไม่มีโอกาสได้พูดถึงความรู้สึกนี้ เว้นแต่ผู้นำเปิดรับ กระตุ้นให้กล้าแสดงออก แบ่งปัน

คำถามเช่น รู้สึกอย่างไรกับการตัดสินใจครั้งนี้? ยังมีความกังวลอะไรอีกบ้าง? รู้สึกว่าเราขาดความสมดุลหรือเปล่า? ทีมยังมีเป้าหมายร่วมกันอยู่? ผู้มีส่วนได้เสียเข้าใจเป้าหมายตรงกัน? ผู้เกี่ยวข้องทุกคนมุ่งมั่นกับภารกิจนี้?

บทความให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจผู้บริหารระดับโลก 1,200 คน ต่อมุมมองการใช้งานทั้ง 5 กลุ่มนี้ พบว่ามากกว่าหนึ่งในสาม แทบไม่ตั้งข้อสงสัย หรือใช้คำถามในบางรูปแบบเลย

ในวันที่ AI สร้างคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที ผู้นำองค์กรต้องตั้งโจทย์ที่มีคุณค่าควบคู่ไปกับ ปัญญามนุษย์ กรองคำตอบที่มีประโยชน์

คำถามที่ชาญฉลาด จะทำให้ทีมทั้งองค์กรเก่งขึ้น เปิดโอกาสใหม่ สร้างนวัตกรรมใหม่ และขับเคลื่อนทั้งองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า

ผู้นำไม่จำเป็นต้องฉลาดที่สุดหรือมีประสบการณ์มากที่สุด แต่สามารถระบุสิ่งที่ยังไม่รู้ ยังไม่สมบูรณ์ ยังไม่ได้คำนึงถึง ท้าทายความคิดหรือความเชื่อที่เป็นอยู่ สร้างภาพแวดล้อม กระตุ้นให้ทีมงานกระตือรือร้นที่จะตั้งคำถามเช่นเดียวกันด้วย

แม้ว่าเนื้อหาจะกล่าวถึงการตั้งคำถามของผู้นำ แต่สามารถประยุกต์ได้ กับทุกระดับในองค์กรครับ